มาตรการการให้นักเรียนปลอดภัยจากอุบัติภัย ทั้งในและนอกสถานศึกษา ชินภัทร ภูมิรัตน การจัดทำแนวทางการดำเนินสวัสดิศึกษาในสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันและบริหารจัดการภายในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติภัยต่อผู้เรียน สามารถนำประสบการณ์ไปใช้ในการดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความปลอดภัย ของต่างประเทศ ประเทศอังกฤษ อเมริกา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฟิลิปินส์ จะพบว่าประเทศเหล่านี้ ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ของการบริหารสถานศึกษา ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยกว่าด้านวิชาการ ประการที่ 1 คือ นักเรียนที่เป็นผู้ด้อยประสบการณ์ จำเป็นต้องเรียนรู้ถึงภัยอันตรายก่อน คนที่อ่อนประสบการณ์มองอะไรผ่านไปโดยที่ไม่ฉุกคิด ว่าสิ่งนี้จะก่อให้เกิดอันตรายได้ มองเห็นสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสนุก เป็นของเล่น ทั้ง ๆที่บางครั้งอันตราย ประการที่ 2 เมื่อรู้ถึงภัยอันตรายต้องรู้วิธีการรักษาความปลอดภัย รู้วิธีการหลีกเลี่ยงและช่วยตนเองให้ได้ ประการที่ 3 ต้องพยายามปลูกฝังให้เป็นกิจนิสัยของนักเรียน โดยใช้หลักจิตวิทยา ฝึกปฏิบัติจนเป็นนิสัยในการรักษาความปลอดภัย จะช่วยให้ครูและผู้ปกครองคลายความกังวล ช่วยลดความเจ็บป่วยในการได้รับบาดเจ็บ ในอันตรายที่เกิดขึ้น http://www.moe.go.th/webpr/chinnaphat/news/m071352/edu1.html เข้าถึง 16/07/2009
การดำเนินงานด้านสวัสดิศึกษา มีมาตลอดระยะเวลายาวนาน แต่บางครั้งมีการหลงลืมกันไปบ้าง ซึ่งเป็นปกติวิสัยและโดยสามัญสำนึกของบุคคลทั่วไป จะระมัดระวังตนเองอยู่แล้ว ทำให้ความสำคัญและการจัดกิจกรรมเรื่องนี้ลดน้อยลง จึงต้องทบทวนกันบ้างว่า การให้การศึกษาด้านสวัสดิศึกษาเป็นการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เป็นคนที่สามารถสร้างสวัสดิภาพให้กับตนเองและครอบครัว โดยสร้างสำนึกในตัวผู้เรียน ให้เกิดคุณลักษณะที่เหมาะสมคือ มีความระเอียดรอบคอบ สุขุม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น มีระเบียบวินัยในการทำงาน รู้จักวางแผนล่วงหน้า มีความจำที่ดี รู้รายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ มีเหตุผล เคารพกติกาและไม่ฝืนทำในสิ่งที่ตนเองไม่มีความรู้
การดำเนินงานในเรื่องความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ผู้บริหารสถานศึกษาไม่อาจละเลยได้ เมื่อเหตุการณ์ปกติเรามักไม่คิดอะไร แต่พอเกิดเรื่องราว เราก็กลับคิดว่าทำไมต้องเป็นโรงเรียนของเรา เช่น กรณีเด็กตกจากที่สูงก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรืออุบัติภัยที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อุบัติภัยที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม อีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่เป็นนิสัยที่ไม่ปลอดภัยของนักเรียน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงวิธีกรรมที่ ไม่ปลอดภัย และสร้างพฤติกรรมที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นเป็นนิสัยขึ้น นักเรียนที่จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังของชาตินั้น ต้องมีความรู้ พฤติกรรมในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามระบบประกันคุณภาพตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542 และมาตรฐานด้านที่ 10 คือผู้เรียน มีสุขลักษณะนิสัย มีสุขภาพที่ดี ป้องกันตนเองไม่ให้เกิดอุบัติภัย ในเรื่องการจัดการศึกษา
การบริการด้านความปลอดภัยนั้นคลอบคลุมเรื่องต่อไปนี้คือ ตัวนักเรียน เพราะเรื่องอุบัติภัยที่เกิดขึ้นก็หมายถึงจากตัวนักเรียน เราจะดำเนินการอย่างไรให้นักเรียนมีความปลอดภัย
ในฐานะของโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต้องกำกับดูแลโรงเรียน ต้องกำกับดูแลโรงเรียนในเขตพื้นที่ให้มีแนวทางในการรักษาความปลอดภัย โดยเริ่มต้นที่มีนโยบายในการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจน คลอบคลุมโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ปกครองรับทราบว่าโรงเรียนได้มีมาตรฐานส่งเสริมความปลอดภัยกับเด็กนักเรียน ต้องศึกษากฎระเบียบต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง และชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม มีการวางแผนในการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา จัดกิจกรรมสอดแทรกการรักษาความปลอดภัย
สิ่งที่จะต้องดำเนินการมีอยู่ 3 สิ่ง คือ
1.สิ่งที่ต้องทำ คือกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ต้องศึกษาภายในสถานศึกษามีกฎอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง ต้องดูกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่ามีอะไรบ้าง และที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่นกระทรวงคมนาคม เพราะความปลอดภัยของเด็กเริ่มตั้งแต่ การเดินทางจากบ้านถึงโรงเรียน และเดินทางจากโรงเรียนถึงบ้าน ต้องได้รับความปลอดภัย
2.สิ่งที่ต้องเน้น เป็นเรื่องที่พิจารณาเป็นบริบทของแต่ละพื้นที่ สถานที่ตั้งของโรงเรียน กฏระเบียบที่ออกมาจะเป็นกลางจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องก็ได้ ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของโรงเรียน เช่นโรงงานอุตสาหกรรมมีการปล่อยสารพิษ อากาศมีพิษ แต่โรงเรียนเราตั้งอยู่ในที่ปลิดภัยก็ไม่เป็นไร แต่โรงเรียนอยู่ใกล้แม่น้ำ จึงมีอุบัติภัยจากทางน้ำ ก็จะมีมากกว่า นอกจากนี้ยังต้องติดตามดูสถิติของการได้รับอันตรายของนักเรียนที่ผ่านมา ทั้งการเดินทางบนท้องถนน การเดินทางทางน้ำ อันตรายจากการทะเลาะวิวาท ยาเสพติด เป็นข้อมูลประกอบด้วย
3.สิ่งที่ต้องดูแล คือการดูแลสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงในการเกิดอันตราย จะต้องดูแลให้สม่ำเสมอ ไม่หย่อนยาน ทำให้เป็นกิจนิสัย และต้องมีผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
เรื่องของการป้องกันอันตรายในโรงเรียน จำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดเจตคติที่ดีของนักเรียน เช่นตัวอย่างของไข้หวัดใหญ่ 2009 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บอกกับเราว่า ทางรัฐบาลหรือสาธารณสุขได้มีมาตรการป้องกันแก้ไขการแพร่ระบาดแต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล ในการระวังรักษาป้องกันตนเอง การปิดสถานศึกษาเป็นการป้องกันในระดับหนึ่งแต่ไม่ใช่วิธีการป้องกันที่ถาวร ดังนั้นเราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จากเดิมที่ไม่มีการให้ความรู้นักเรียน ก็ต้องเริ่มฝึกปฏิบัติลักษณะนิสัยอย่างทั่วถึง ฝึกสุขนิสัยให้กับนักเรียน เพราะจะทำให้นิสัยติดตัวนักเรียนตลอดไป
เรื่องที่มีความสำคัญอีกเรื่องคือเรื่องอุบัติเหตุในการเดินทาง สิ่งที่ต้องใช้พื้นที่ร่วมกันก็คือด้านคมนาคมบนท้องถนน แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคือการไม่รอบรู้ในกฎจราจรและความ ไม่เคารพกฎจราจร โครงการวินัยจราจรจะเป็นสิ่งที่โรงเรียนส่งเสริมให้เกิดผลอย่างแท้จริง ทำอย่างไรให้นักเรียนเคารพกฎจราจร ซึ่งเป็นเรื่องจริยธรรม รู้จักเคารพกติกา เอื้อเฝื้อเผื่อแผ่รู้จักหน้าที่ของแต่ละฝ่ายก็จะส่งเสริมให้การเคารพกฎจราจรให้ดีขึ้น การสอนในเรื่องสวัสดิศึกษา ควรจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่ตรงความสนใจของนักเรียน การดำเนินงานในเรื่องนี้ก็จะประสบผลสำเร็จได้ กระบวนการขั้นตอนการส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ได้กำหนดไว้ว่าเราเริ่มต้นจากสำรวจความเสี่ยง ซึ่งหมายถึงสถานศึกษา สำรวจสภาพแวดล้อม ทั้งภายในโรงเรียนและชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมาจัดลำดับความสำคัญเพื่อวางมาตรการและแก้ไข หลังจากนั้นก็วางแผนในการป้องกันอุบัติเหตุ ถ้าเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับอาคาร สถานที่ ก็ต้องมีแผนในการปรับปรุง ซ่อมแซม สภาพแวดล้อมของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ และจัดผู้รับผิดชอบดูแล หมายถึงครูทุกคน และขั้นตอนสุดท้ายคือต้องลงมือปฏิบัติ รักษาระเบียบวินัย จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง และติดตามผลการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย
การบูรณาการและปรับปรุงกระบวนการเรียน การสอนสวัสดิศึกษาให้มีความชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้ง่าย เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมในโรงเรียนได้สะดวกมากขึ้น หากมีข้อคิดเห็นใดที่เป็นประโยชน์ ขอให้นำเสนอในที่ประชุม เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลไว้ และนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับ สถานศึกษาต่อไป