ผมก็เป็นลูกชาวนาคนหนึ่ง เกิดมาก็เห็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติๆทำนาทุกคน ในวันนี้ผมจะคิดเหมือนบักสีแหล้หรือเปล่า ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ผมผูกพันกับแผ่นดินเกิด... และภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชาวนาครับ...
หวนกลับไปอ่านบันทึกของตัวเองที่เขียนเรื่อง
วิถีชีวิตชาวนา
แล้วเกิดนึกถึงเรื่อง เรื่องหนึ่งที่อ่านเมื่อนานมาแล้ว คิดถึงและประทับใจในบทสนทนาของบักสีแหล้ กับแม่ เลยอยากให้ทุกคนได้อ่านครับ
ก่อนอื่นผมขอกล่าวในที่นี้ว่า เรื่องข้างล่างนี้ คือเรื่องที่ผมอ่านแล้วเกิดความประทับใจและอยากถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ชื่่นชมในเรื่องนี้ครับ เป็นเรื่องที่คัดลอกมาจาก
กวีนิพนธ์รางวัลซีไรท์ ปี ๒๕๓๘ ม้าก้านกล้วยของ ไพวรินทร์ ขาวงาม
ลองอ่านกันดูครับ
รอยร่ายรำ ของข้าวค่ำและผักแว่น
"ขอข้าวกินแลงแน" แม่จ๋า ค่ำแล้วแว่วเสียงใครยังร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน อือลูก นั่นเพื่อนบ้านต่างหมู่บ้านของเรา เจ้าอย่ากลัวมัวระแวงหวั่นไหว ลาวบ้านไกลผ่านมาขายสาดขายเสื่อ เมื่อค่ำเมื่อแลงต้องแวะพักศาลาวัดของหลวงพ่อ
หลวงพ่อบ่มีข้าวค่ำ พวกเขาจึงย่ำย่างผ่านทางหลวงมาขอข้าวพวกเรา ครัวเรามีอันใดเหลือเผื่อบ้างไหมลูกเอ๋ย
โอ้แม่เอ๋ย ลูกกินป่นปลาฝีมือแม่อร่อยไปหน่อยเลยเกลี้ยงถ้วยบ่มีเหลือ เหลือแต่ข้าวก้นหม้อแล้วก็ผักแว่นน้อยหนึ่งกำ พอจะเป็นกับข้าวยามค่ำให้ลาวได้ไหมเล่า ลูกเอ๋ยเท่านั้นก็เท่านั้นบ่เป็นไรดอก
บอกคุณน้าเขาว่าเหลือแต่ข้าวกับผักหนอง ป่นปลาคงต้องไปขอครัวบ้านอื่นแล้วหวา เอ้อ คุณน้านะคุณน้า อย่าว่ากัน บ้านฉันเหลือแต่ข้าวก้นหม้อ แล้วก็ผักแว่นเก็บมาจากริมหนองท้ายบ้าน
ผ่านไปบ้านใหม่ขอให้ได้ป่นปลาเถิดหนอ คงพอกินดีมีแรงนะคุณน้า โอยบักหล้าเอ๋ยบักหล้า อย่าคิดหลายไปเลยเจ้า เคยมีผักบ่มีข้าวคุณน้าของเจ้ายังรอดตายมาหลายมื้อแล้ว แจ่วปลาร้าปลาป่นถ้าพอมีก็พอกิน บ่มีกินก็กินน้ำจิตน้ำใจ ตามมีตามเกิด ตามเกิดตามมีนี่ละหนา
บักหล้าเอ๋ย หลับดีมีแรง เถิดลูกเถิดหลาน ขอให้ฝันหวานมันกรอบอร่อย ปานรสของผักแว่นริมหนอง เติบใหญ่เจ้าจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตโก้กว่าแม่พ่อ ผู้ทำนา
แหละอันว่าบ้านเราบ้านใกล้บ้านไกลไปพู้นกินปลา มาพี้กินข้าว ยังพอทำเนาอยู่ละหนอ
"ขอข้าวกินแลงแน ขอข้าวกินแลงแน" แม่จ๋าเสียงคุณน้าลาวแว่วห่างไปไกลๆนั่นแล้ว แจ่วปลาร้าปลาป่นบ้านหน้าน่าจะยังพอมีเหลือนะแม่
แม่จ๋า ลูกจะได้เป็นใหญ่เป็นโตโก้กว่าแม่พ่อผู้ทำนาหรืออย่างไรหนาแม่ แม่จ๋า แม่กับพ่อผู้ทำนาเคยอยากเป็นใหญ่เป็นโตโก้กว่าปู่ย่าตายายผู้เป็นชาวนาหรือเปล่าหนาแม่เอย
โฮ่เอ๋ย บักสีแหล้ลูกแม่ ตัวเท่าลูกแหง่แค่นี้ อย่าดีแต่คิดไปไกลให้รีบหลับรีบนอนเถิดหนอ พอตื่นนอนตอนแจ้งมีแรงใหม่ แม่จะนำเจ้าไปดูพ่อกับเพื่อนบ้านทอดแหหาปลาที่คุ้งน้ำบ้านเหนือ เพื่อจะได้ปลาเผื่อกินเผื่อเหลือ เผื่อแบ่ง เผื่อปัน นั่นเจ้าว่าดีบ่ ลูกเอ๋ย
ผมก็เป็นลูกชาวนาคนหนึ่ง
เกิดมาก็เห็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติๆทำนาทุกคน
ในวันนี้ผมจะคิดเหมือนบักสีแหล้หรือเปล่า ก็ยังหาคำตอบไม่ได้
แต่ผมผูกพันกับแผ่นดินเกิด...
และภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชาวนาครับ...
คนเฮ็ดดีผู้ใหญ่เพิ่นกะฮัก แม่นบ่มีไผเห็นตัวเฮากะมีสุข ( คำปู่สอนก่อนสิ้นใจผนึกไว้ไม่มีลืม)
จำได่บ่น้อ ไผว่า " ถ้าเบิ๊ดเฮาไป ไผสิเคี้ยวหมากแทน..."
ดีหลาย...ที่เฮาลูกชาวนาคือกัน ยังบ่ลืมทางเคยเทียว ดอกกระเจียวเคยกินกับป่น...
จำไว้เด้อน้องหล้า " คนเฮาเกิดมากะแค่ตาย สิ่งที่เหลือไว้ให้คนเอาเป็นแบบอย่างคือความดี "
ความสุขที่จริงแท้นั่นอยู่ที่ใจเฮา...ดอกหนา
สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ มาอ่านเรื่องราวดีๆ น้ำจิตน้ำใจในชนบทค่ะ
เกิดมาก็ควรตอบแทนคุณแผ่นดิน .. ขอบคุณค่ะ