การคัดกรองเบื้องต้น
เมื่อต้นเดือนหมอโอ๋ (พญ.สุรีพร ตนุภัทรชัย) กุมารเวชด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลขอนแก่น ได้พูดถึงการวินิจฉัยเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น(Attention-Deficit/ Hyperactive Disorder) ให้กับคุณครูในอำเภอพลเพื่อช่วยกันคัดกรองและดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเหมาะสม

โดยมีอาการอย่างน้อย 6 อาการขึ้นไปในข้อ ก และ/หรือ ข เ ป็นเวลานานติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน และอาการปรากฏในสถานการณ์หรือสถานที่อย่างน้อย 2 แห่งขึ้นไป เช่นที่บ้านกับที่โรงเรียน
ก. อาการสมาธิสั้น
-
ไม่สามารถจดจำรายละเอียดของงานที่ทำได้ หรือทำผิดเนื่องจากขาดความรอบคอบ
-
ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือการเล่น
-
ไม่สนใจฟังคำพูดชองผู้อื่น หรือดูเหมือนไม่ฟังเวลาพูดด้วย
-
ไม่สามารถตั้งใจฟังและเก็บรายละเอียดของคำสั่ง ทำให้ทำงานไม่เสร็จหรือผิดพลาด
-
ทำงานไม่เป็นระเบียบ
-
ไม่เต็มใจหรือหลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องใช้ความคิด
-
ทำของใช้ส่วนตัวหรือของจำเป็นสำหรับงานหรือการเรียนหายบ่อย ๆ
-
วอกแวกง่าย
-
ขี้ลืมบ่อย ๆ ในกิจวัตรประจำวันที่ทำเป็นประจำ
ข. อาการซน หรือหุนหันพลันแล่น
-
ยุกยิก อยู่ไม่สุข ชอบขยับมือและเท้าไปมา
-
ชอบลุกจากที่นั่งเวลาอยู่ในห้องเรียนหรือในสถานที่ที่เด็กจำเป็นต้องนั่งเฉย ๆ
-
ชอบวิ่งหรือปีนป่ายสิ่งต่าง ๆ
-
ไม่สามารถเล่น หรืออยู่เงียบ ๆ ได้
-
ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลาเหมือนมีเครื่องยนต์ติดตัวอยู่
-
พูดมาก พูดไม่หยุด
-
ชอบโพล่งคำตอบเวลาครู หรือพ่อแม่ ถามโดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ
-
มีความลำบากในการเข้าคิว หรือรอคอย
-
ชอบขัดจังหวะหรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังคุยกัน หรือแย่งเพื่อนเล่น
เรียน ท่านพิชชา สมาธิสั้น นี่สำคัญครับ ผู้ใหญ่ และ ผู้บริหาร บางท่านก็ สมาธิสั้น และ สติกับปัญญา ไม่ไปด้วยกันครับ
อาจารย์ JJ ...ต้องฝึกสมาธิกันค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนก่อน อันนี้ยากพอดู
หลานหนูก็เป็นค่ะ ตอนนี้ 5 ขวบแล้วค่ะ ชอบเดินวน ไป วนมา เวลาเราสั่งอะไรก็จะจำไม่ได้ แล้วเป็นเด็กเจ้าอารมณ์มากเลยค่ะ ไม่รู้จะแก้ไขยังไง
ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ