เพลินเพลงมีคุณค่า...ครูชาลี & ครูพยงค์
เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ นี้ ผมมีโอกาสเข้าชมคอนเสิร์ตที่มีคุณค่า ๒ คอนเสิร์ต คือ คอนเสิร์ต “๘๖ ปี ครูชาลี อินทรวิจิตร ที่นี่มีเพลง...ที่นี่มีรัก” และคอนเสิร์ต “สดุดี ๘๔ ปี ครูเพลงผู้ยิ่งยง พยงค์ มุกดา ศิลปินแห่งชาติ” ซึ่งทั้ง ๒ ครูเพลงนับว่าเป็นบรมครูและศิลปินที่ทรงคุณค่าของวงการเพลงไทย

ทั้ง ๒ คอนเสิร์ต ต่างมีครูเพลง ศิลปินแห่งชาติ ลูกศิษย์ ลูกหา และศิลปิน ที่ได้นำบทเพลงของบรมครูทั้ง ๒ ท่านไปขับร้อง ต่างกลับมาร่วมร้องเพลงเพื่อเป็นการระลึกถึง และตอบแทนคุณของครูเพลง ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นต้นฉบับของการขับร้องทั้งสิ้น อาทิเช่น สุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร ธานินทร์ อินทรเทพ ชาย เมืองสิงห์ สวลี ผกาพันธุ์ เศรษฐา ศิระฉายา ดนุพล แก้วกาญจน์ (แจ้) ฯลฯ ซึ่งแต่ละบทเพลงไม่เพียงเป็นการขับร้องเท่านั้น แต่เป็น “การทำดนตรีให้มีชีวิต” เพราะนอกจากการร้องเพลงแล้ว ยังเป็นการ “เล่าประวัติศาสตร์ ผ่านบทเพลง”เพราะเนื้อหาของแต่ละบทเพลงต่างมีที่มาที่ไปของเรื่องราวในแต่ละยุคแต่ละสมัย ที่ครูเพลงทั้ง ๒ ท่าน ได้ผ่านชีวิตมาด้วยตัวเองมากกว่า ๘๐ ปี แล้วบันทึกประวัติศาสตร์นั้น ผ่านทางบทเพลงให้เราได้ฟังกันไม่น้อยกว่าท่านละ ๑,๕๐๐ บทเพลง
น่าเสียดายก็ตรงที่บทเพลงอันทรงคุณค่าเหล่านี้ กำลังถูกลดความนิยมลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน น้อยครั้งที่จะมีนักฟังเพลงรุ่นใหม่ๆ เข้ามามีส่วนร่วมและสืบสานตำนานเพลง อย่างคอนเสิร์ต ๒ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักฟังเพลงสูงอายุ ผมเองยังถูกทักจากลุงที่นั่งข้างๆ ว่า “คนรุ่นนี้ฟังเพลงพวกนี้ด้วยเหรอ ?” ทำให้น่าเป็นห่วงครับ กับวงการเพลงไทยที่ทรงคุณค่านี้ ว่าจะอยู่คู่กับสังคมไทยเราไปอีกนานสักเท่าไหร่
อีก ๑ อย่างที่ผมต้องขอคาราวะด้วยใจจริง คือ ศิลปินแห่งชาติ “ชาย เมืองสิงห์” ที่มาขับร้องบทเพลงและเล่าสดุดีครูพยงค์ มุกดา ทั้งที่ยังนั่งบนรถเข็น เป็นการแสดงออกถึงจิตวิญญาณของความเป็นศิลปินอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ยังไม่รวมถึงการร้องเพลงโดย ครูชาลี เอง ที่ฟังแล้วแถบไม่น่าเชื่อครับว่านั่นเป็นเสียงที่ขับร้องโดยครูเพลงวัยย่าง ๘๗ ปี ยากครับที่เราจะเห็นบรรยากาศแบบนี้ในวงการเพลงสมัยใหม่
ทั้ง ๒ คอนเสิร์ตที่เล่ามา จัดขึ้นที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้จัดที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ตดีดีอย่างนี้ครับ และตอนนี้เราก็มีกระทรงวัฒนธรรม ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่ดูแลนโยบายงานทางด้านวัฒนธรรมโดยตรง หวังว่าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการสร้างให้คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่า “วัฒนธรรมทางบทเพลง”และร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีดี เหล่านี้ต่อไป เพราะท่านรัฐมนตรี ธีระ สลักเพชร เอง ก็เข้าร่วมฟังคอนเสิร์ตนี้ด้วยนี่ ครับ
สวัสดีครับ อ.ขจิต
ด้วยความเคารพรัก