เปิดใจ

 

 

 

ต่อจากบันทึก 331 เมื่อผมได้ไปกราบสักการะท่านเจ้าคุณพระพรหมวชิรญาณพร้องกับคณะพระสงฆ์และคณะที่ปรึกษาฆราวาสในวันที่ 1 กค.2552 แล้ว ในวันเสาร์ที่ 4 กค. 2552 ผมได้ไปวัดทองนพคุณ เพื่อไปพูดให้พระท่านฟัง ถึงประสบการณ์ในอินเดีย จึงขอนำประเด็นสำคัญที่ได้เรียนพระสงฆ์นักเผยแพร่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม ดังนี้

ชีวิตประวัติของบุคคลเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้คนทั่วไปได้

อินเดียเป็นประเทศที่คนไทย ในฐานะชาวพุทธไม่ควรลืมเพราะมีความเกี่ยวโยงที่ลึกซึ้งและมาช้านาน

สิ่งที่น่าเรียนรู้คือวิธีคิดของชาวอินเดีย โดยเฉพาะในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ คนอินเดียตั้งแต่สมัยโบราณใช้วิธีการตั้งคำถามสำคัญกว่าการหาคำตอบ

การทำสิ่งใดให้สำเร็จ สำคัญที่สุดสำหรับชาวอินเดีย แม้จะออกนอกกรอบไปบ้าง

ด้วยความที่มีประชากรมากกว่าพันล้านคน คนจึงต้องสู้ แข่งขันกันมากเป็นธรรมดา คนอินเดียจึงเป็นคนสู้ชีวิตมากๆๆ

ในทศวรรตหน้า ไม่มีใครที่จะหลีกอินเดียในเวทีโลกได้

คนอินเดียเก่งเรื่องความคิด คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และสิ่งที่ซับซ้อน ซึ่งคนไทยควรเรียนรู้

คนไทยควรไปสัมผัสอินเดียด้วยตัวเองเพื่อจะได้แรงบันดาลใจที่ดีในการพัฒนาตนเอง

สนับสนุนให้พระไทยไปอินเดียกันมากๆ เพราะยังไงก็ได้ประโยชน์

ควรพัฒนาคุณภาพของพระไทย โดยเฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งคนอินเดียจะช่วยได้ ฯลฯ

ผมพูดเป็นชั่วโมง โดยเน้นการให้ข้อคิดเพื่อให้คิด และมองอินเดียให้ตรงกับความเป็นจริง

ยกตัวอย่างการไปต่างประเทศของพระสงฆ์ จะมีความเข้มงวดและถูกจำกัดจำนวน ผมได้เรียพระท่านไปว่าสำหรับอินเดีย ไม่ควรถูกใช้มาตรฐานเดียวกัน พระสงฆ์ไปอเมริกา ไปยุโรป จะจำกัดจำนวนตามจำนวนวัดไทยและชุมชนไทยก็เข้าใจได้ แต่สำหรับอินเดีย ประเทศต้นกำเนิดของพุทธศาสนา ไม่ควรจำกัด เพราะพระสงฆ์ไทยไปอินเดียไม่ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจอย่างเดียว แต่ไปหาความรู้ ไปเรียนรู้ด้วย ไปสร้างตนเองด้วย ซึ่งอินเดียเป้นห้องเรียน เป็นห้องแลบที่ดีมากที่จะสร้างคน เปลี่ยนจิตวิญญานซึ่งหาไม่ได้ในที่อื่นของโลก

ผมมองด้วยว่าการเผยแพร่ธรรมะต้องอาศัยพระสงฆ์และฆราวาสคู่กันไป ขาดฝ่ายใดไม่ได้เพราะเป้าหมายของศาสนอยู่ที่คน พูดภาษานักธุรกิจก็คือ ลูกค้าใหญ่คือพุทธศาสนิกชน ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรรู้จักลูกค้าให้ดี

ผมได้เสนอโครงการให้พระสงฆ์ได้พิจารณาคือการจัดทัวร์พระและเยาวชนไทยไปอินเดียเพื่อการเรียนรู้ด้านจิตวิญญาน

โครงการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับพระวิทยากร หากสามารถขอความร่วมมือจากคนอินเดียให้ไปสอนพุทธศาสนาเป้นภาษาอังกฤษได้ ก็จะทำให้พระวิทยากรเป็นที่ต้องการของทุกโรงเรียน

ผมคิดว่าได้ทำหน้าที่ของตนแล้ว ได้ฝากข้อคิดไปมากมาย แต่การนำไปคิดต่อยอดขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าพวกเราที่เป็นฆราวาส หากมีอะไรที่ช่วยพระท่านได้ ก็ควรเข้ามาช่วยกัน

เช้าวันเสาร์ที่เยฝ้นสบายเช่นนี้ ขอแค่นี้ก่อนครับ

เจริญสุขนะครับ