ขอให้เป็นแค่เพียงฉากหนึ่งของหนังฮอลลีวู้ดเถอะ..

วันที่ ๑๑ กรกฏาคม ๒๕๕๒         
ข่าวเด่นจากสื่อทุกแขนง สรุปเนื้อความได้ใกล้เคียงกันว่า....
          มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๑๕ ราย
          ยอดผู้ได้รับเชื้อสะสม ๓,๐๐๐ กว่าราย
          รักษาหายแล้ว ๒,๐๐๐ กว่าราย
          เชื้อระบาดไปแล้ว ๖๗ จังหวัด
          รายงานข่าวเพิ่มเติม....
          ศ.พญ.สยมพร ศิรินาวิน หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หนึ่งในกรรมการ กล่าวว่า "คณะอนุกรรมการมีความเห็นตรงกันว่า ขณะนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 อาจมีความรุนแรงใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไม่ได้รุนแรงเท่ากับที่มีรายงานการระบาดในเม็กซิโกในระยะเริ่มต้น โดยขณะนี้เป็นเพียงการระบาดระลอกแรกอยู่และเป็นการระบาดในกลุ่มเด็ก เยาวชน ในโรงเรียน แต่เชื้อจะยังคงระบาดขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกชุมชน โดยต่อไปเชื้อจะระบาดในกลุ่มครอบครัวของผู้ป่วย คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้สูงอายุในบ้าน จากนั้นเข้าสู่การระบาดในโรงพยาบาล และสุดท้ายคือ การระบาดในสถานที่ทำงาน ซึ่งเกิดจากพ่อ แม่ ของเด็กที่ป่วยเป็นพาหะแพร่เชื้อในที่ทำงานเอง"       
          “คาดว่า เชื้อจะระบาดต่อเนื่องไปอีก 3 ปี คือ ปี 2552-2554 ในระหว่างนี้คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6-30 ล้านคน เป็นผู้ป่วยมีอาการ 3-15 ล้านคน เป็นผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาล 6 แสน-3.4 ล้านคน ผู้ป่วยในโรงพยาบาล 3 หมื่น-1.3 แสนคน ผู้เสียชีวิต ราว 1,200 คน เท่ากับมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.008 หากมีการรักษาที่เหมาะสม ผู้เสียชีวิตจะลดลงเหลือ 600 คน” ศ.พญ.สยมพร กล่าว
          ผมอ่านข่าวไป..ใจก็คิดไปถึงหนังจากฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่ง  ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวเชื้อโรคร้ายที่ระบาดไปทั่วโลก ผู้คนล้มตายมากมายมหาศาล...นัยของหนังเรื่องนี้บอกว่า เมื่อประชากรบนโลกหนาแน่น..มีมากเกินกว่าที่ทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกจะเลี้ยงดูได้ไหว ธรรมชาติก็มีวิธีระบายพลโลกให้ลดลงเหลือในปริมาณที่สมดุลกับทรัพยากรที่มี...
          เพี้ยง....ขอให้เป็นแค่ฉากหนึ่ง ในหนังฮอลลีวู้ดเถอะ..อย่าได้เป็นเรื่องจริงเลย...