บันทึกก่อนหน้าผมได้เขียนสรุปบริบทของครู กศน. ในอดีต บันทึกนี้ลองมาดูสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันกันบ้างนะครับ...
ปัจจุบัน
การทำงานมีสถานที่ที่มั่นคงขึ้น เป็นหลักแหล่ง มีผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูศูนย์การเรียนชุมชน มีการจัดการศึกษาหลากหลายรูปแบบ สวัสดิการพอสมควร แต่ครูก็ยังคงดูแลทุกหมวดวิชา ยกเว้นบางพื้นที่ที่ครูช่วยกันสอน อีกทั้งครู กศน.ยังมีภาระหน้าที่มากขึ้น เป็นทั้งเจ้าหน้าที่พัสดุ บัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน ครู กศน.จะต้องรู้ทุกเรื่อง
สถานที่ ต้องมีศูนย์การเรียนชุมชนเป็นของตนเอง ซึ่งการขอสถานที่ดังกล่าวทำได้ยาก และเมื่อพัฒนาดีขึ้น ทางเจ้าของสถานที่ก็จะขอกลับ ดังนั้นศูนย์การเรียนชุมชนที่เป็นเอกเทศจริงๆ จึงมีน้อยมาก ส่วนสื่อต่างๆ หน่วยงานต้นสังกัดจะให้การสนับสนุน
คุณภาพของผู้เรียนตามโครงการรัฐบาลสนับสนุนเรียนฟรี 15 ปี มีงบสำหรับพัฒนาผู้เรียน ที่ครู กศน.สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียนให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้มีผู้ถามว่า "การวัดคุณภาพของนักศึกษา กศน. วัดจากตรงไหน ข้อสอบได้มาอย่างไร นักศึกษาแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุ ความรู้ การจัดทำเครื่องมือวัดควรที่จะมีเครื่องมือที่หลากหลาย ควรมีการจัดทำคู่มือการสอนที่เหมือนกันหรือไม่" สำหรับประเด็นนี้เราต้องพิจารณาว่า นักศึกษาของเรามีหลากหลาย ล้วนแต่เป็นผู้พลาดโอกาสทางสังคม เป็นเหมือนกากมะพร้าวที่เขาคั้นเอากะทิไปเสียแล้ว แล้วจึงนำมาให้เรา ซึ่งครู กศน.ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องรับกลุ่มนี้เข้ามาเรียน นอกจากนี้สาเหตุของการที่นักศึกษาไม่มีคุณภาพจึงมาจาก
1. การพัฒนาคุณภาพของครู
2. ครูไม่จบตรงตามวิชาเอก
3. ครูต้องสอนทุกวิชา
4. ผู้บริหารมีการพัฒนาแต่หลักสูตร แต่ไม่ได้พัฒนาวิธีการเรียนการสอน ก่อนนี้เรามีแต่ผู้ไม่รู้หนังสือที่เป็นผู้ใหญ่ ณ วันนี้ เรามีนักศึกษาอายุตั้งแต่ 16 ซึ่งเราต้องมีการพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาที่จบไปสามารถเรียนต่อได้ หากเราไม่พัฒนาตรงนี้ กศน.ก็จะไม่เหลืออะไร
ในส่วนครูอาสาสมัครในพื้นที่เสี่ยงภัย ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ครูกศน.จะได้ร่วมโครงการกับหน่วยงานต่างๆ และได้้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากขึ้น
สรุปแล้วก็คือ ในอดีต กับปัจจุบันนั้น สถานะของครู กศน. ไม่แตกต่าง ก็ยังเป็นลูกจ้างเหมือนเดิม เพียงแต่เงินเดือนเพิ่มขึ้นตามภาระงาน และนโยบายทั้งส่วนกลาง และจังหวัด รวมไปถึงอำเภอ ถึงกระนั้นก็ยังเรียกได้ว่าไม่มั่นคงอยู่ดี มีการประเมินการต่อสัญญาทุก 4 ปี และในแต่ละปียังมีการประเมินประจำปี ถึง 2 ครั้ง สิ้นปี ก็จะมีเรื่องของเงินรางวัล 3% มาล่อใจ และ 3% ที่ว่านี้ก็เป็นชนวนทำให้เกิดความบาดหมางใจในหน่วยงานเหมือนกันทั้งๆ ที่คนที่ได้นั้นได้ชื่นชมแค่ปีเดียว ที่สำคัญคือไม่มีสวัสดิการ มีแค่ประกันสังคมซึ่งจะได้ก็ต่อเมื่อตัวเองล้มป่วย แต่ไม่สามารถคุ้มครองคนในครอบครัวเช่นพ่อแม่ บุตร และเงินประกันสังคมครึ่งหนึ่งก็หักจากเงินเดือนของครู กศน. อีกอย่างหนึ่งก็คือในบางจังหวัดครู กศน. ไม่สามารถที่จะเข้าเป็นสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรติดขัดตรงใหน
มาเป็นกำลังใจครับ และหากมีอะไรที่พอจะช่วยกันได้ยินดีครับในฐานะคนในพื้นที่แต่มาทำงานต่างถิ่นครับ
สวัสดีครับ...พี่สุรชัย
สวัสดีครับน้องครูราญ หายหน้าไปนานคิดถึงจ้าน ไปคอนมาแล้วไม่มีเบอร์จะชวนเจ้าบ้านคุยมั้ง (ชิงหมี)
สวัสดีครับ...บัง (ฒ ผู้เฒ่า อดทน)
สวัสดีคะ พี่ครูราญ ให้ความเห็นบังหีม ได้กินใจเชียวคะ
พี่ครูราญสบายดีนะคะ
ออ วันก่อนได้คุยกับคุณลุง ซึ่งเป็นหมอชาวบ้านที่ เขาชัยสน ได้พูดถึง กศน. แต่ ลุงไม่ได้เรียกว่ากศน ลุงเรียกคำว่าอะไรแล้วไม่ทราบ ปูจำไม่ได้ พูดกันตั้งนาน กว่าจะเข้าใจตรงกัน พอเข้าใจตรงกัน เราก็หัวเราะกันใหญ่ ว่านี่ละนะ คือช่องว่างของคนรุ่นแต่แรก กับคนรุ่นปัจจุบัน ที่ทำให้สือภาษาไม่ตรงกัน
ขอเข้ามาผูกมิตรด้วยคน จากคนนอกระบบจากภาคอีสาน ชื่นชมในการตั้งใจทำงานกับหน่วยงาน กศน. ผมก็ได้ทำงานกับ กศน.นานพอได้ อยากจะเข้ามาแลกเปลี่ยนกับพี่ครูราญ ว่าจัดกิจกรรมที่ภาคใต้แตกต่างจาก กศน.อีสานบ้างหรือเปล่า วันนี้แค่เข้ามาเยี่ยม วันหลังค่อยคุยกันยาว ๆ
สวัสดีเช่นกันครับ...น้องปู
สวัสดีครับ...คุณประยุทธ