ศูนย์บริการร่วม สำนักงานอัยการเขต ๓

ศูนย์บริการร่วม สำนักงานอัยการเขต ๓ ได้ประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำผู้เสียหายในการเรียกร้องค่าสินทดแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อผู้เสียหายจะได้รู้สิทธิที่จะได้ดำเนินการให้ถูกต้องและได้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เป็นผุ้เสียหาย โดยสรุป ดังนี้

 

 

 มาตรา ๔๔/๑ ได้บัญญัติไว้ว่า  ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน  เพราะเหตุที่ได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย  ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน             อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย  ผู้เสียหายจะ        ยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา  ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้

 

                        การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง  ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยาน  ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี  และให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งนั้น  ทั้งนี้คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง  หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้นยังขาดสาระสำคัญบางเรื่องศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องให้ชัดเจนได้

                        คำร้องตามวรรคหนึ่ง จะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้ และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์  และในกรณีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๔๓  แล้วผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้ 

 

 

 

หลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

 

๑. คดีที่จะยื่นคำร้อง

      ต้องเป็นคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์  หมายถึง  คดีที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ทำการสอบสวน  เสนอสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาฟ้องต่อศาล

๒. ศาลที่จะยื่นคำร้อง

     หมายถึง ศาลที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญานั้น

๓. ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง

     ผู้ร้องต้องเป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒ (๔) หรือผู้มีอำนาจทำการแทนผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔, ๕ และ ๖  และเป็นผู้ที่มีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายด้วย

๔. ประเภทของความเสียหาย

      เป็นความเสียหายเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต  ร่างกาย  จิตใจ  หรือได้รับความเสื่อมต่อเสรีภาพในร่างกาย  ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย

๕. ค่าสินไหมทดแทน

     ได้แก่ ค่าปลงศพ  ค่ารักษาพยาบาล  ค่าใช้จ่ายอื่น  ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้  ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย  ค่าเสียความสามารถประกอบการงาน ฯลฯ  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด

๖. แบบคำร้องและรายละเอียดในคำร้อง

     คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควร  เกี่ยวกับความเสียหายจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง  พร้อมเอกสารหลักฐานแนบท้ายคำร้องด้วย เช่น  ใบเสร็จรับเงิน, บัญชีค่าใช้จ่าย, ค่าปลงศพ, ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ

๗. ระยะเวลาที่ยื่นคำร้อง

       ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนเริ่มสืบพยานหรือในกรณีที่ไม่มีการสืบพยาน  ให้ยื่นก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี

๘. ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

     การยื่นคำร้องได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม  แต่ถ้าเรียกร้องสูงเกินสมควร  หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต  ศาลอาจมีคำสั่งให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมก็ได้  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๕๓

๙. ลักษณะต้องห้ามของคำร้อง

                   -  คำร้องจะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้

                 -  คำร้องต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์

               -  ในกรณีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๔๓  แล้ว  ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้

๑๐. การบังคับคดี

        เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยขดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องแล้ว  ผู้ร้องจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา   จึงอาจบังคับคดีได้ตามกฎหมาย  โดยติดต่อกับพนักงานบังคับคดีต่อไป  ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายตามระเบียบ