การเดินทางที่ยาวไกลกว่า ๒๐ ชั่วโมง

        หลังจากเสร็จภาระกิจการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการจัดทำต้นฉบับรายวิชาหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ ๔ กรกฎาคม หลังจากช่วยกันเขียนตำราจนเกือบแล้วเสร็จ จึงได้กล่าวลาคณะทำงานเพื่อเดินทางกลับจังหวัดเชียงราย

                “ดอกเตอร์ ไปเที่ยวโคราชก่อนไหม”เสียงอาจารย์ดร.หัสดี ร้องถาม

“ไปเที่ยวด้วยกันก่อนสิ วิทยาเขตเอารถตู้มา ยังมีที่ว่าง”

        ก็ดีเหมือนกัน หลังจากที่ลาออกจากวิทยาเขตนครราชสีมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ยังไม่มีโอกาสไปอีกเลย

        คณะของเราเดินทางออกจากมจร.วิทยาเขตวังน้อยตั้งแต่เวลา ๑๐นาฬิกา โดยมีโซเฟอร์สุดหล่อ ชื่อสำเนียง ผู้โดยสารอีก ๖ ท่าน ผอ.คัมภีร์ ผอ. สมพร     ดร.หัสดี ดร. จำนง และผศ. สุรพงษ์ พร้อมทั้งผู้เขียน

        เช้าวันนี้ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์นานาชนิด ที่มุ่งตรงสู่ภาคอีสานและภาคเหนือเนื่องจากสัปดาห์นี้ตรงกับเทศกาลเข้าพรรษา มีวันหยุดยาวหลายวัน หลายคนจึงใช้เวลานี้เพื่อเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด

การจราจรเริ่มติดขัด รถคับคั่ง ผ.ศ.  สุรพงษ์  ต้องร้องบอกสำเนียงเสมอๆว่า ใจเย็นๆขับช้าๆก็ได้ เมื่อรถเบรก เกือบชนท้ายรถคันที่วิ่งอยู่ข้างหน้าหลายครั้ง

                ใกล้เวลาอาหารเที่ยง ท้องเริ่มหิว คณะจึงแวะรับประทานอาหารที่กลางดง  ด้วยความรีบร้อน เพราะผศ.สุรพงษ์ ต้องเดินทางไปเป็นกรรมการสอบนิสิตปริญญาโท บ่ายวันนี้

        การจราจรแบบนี้เป็นเรื่องยากที่จะเดินทางทันเวลา

        “สำเนียงไปทางไหน “ ผอ.คัมภีร์ ร้องถาม เมื่อเห็นโซเฟอร์เปลี่ยนเส้นทาง

        “ไปเส้นนอกเมืองครับ รถจะได้ไม่ติด”

        แต่ดูเหมือนเส้นทางใหม่มีระยะทางที่ไกลกว่าเดิม หลายกิโลเมตร ทีเดียว

ในที่สุดบ่าย ๒โมงรถตู้ขอเราก็มาถึงวิทยาเขตนครราชสีมา อย่างปลอดภัย แม้จะเลยเวลาสอบไป ๑ ชั่วโมงก็ตาม

  นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กลับมาสถานที่ซึ่งเริ่มการมีอาชีพเป็นอาจารย์ครั้งแรกที่นี่

        หลังจากพักผ่อนสักครู่ ก็เดินทางไปวัดพระนารายณ์ เพื่อส่ง ผอ. คัมภีร์ จากนั้นเดินทางไปวัดคลองส่งน้ำ เพื่อส่ง ผอ. สมพร

 ดร.จำนงค์เริ่มนั่งกระสับกระส่าย เพราะกลัวไม่มีรถกลับจังหวัดเลย เพราะขณะนี้เวลา๓ โมงกว่าแล้ว

        สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งใหม่แน่นไปด้วยผู้โดยสาร ที่มีวัตถุประสงค์เหมือนกันคือเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านเกิด

        “มีรถไปเชียงรายกี่โมงครับ”

        “มีเที่ยว ๑๖.๐๐ น., ๑๗.๓๐ น. เป็น ป.๑ เที่ยว ๑๙ .๐๐ น.เป็นVIP ค่ะ” พนักงานขายตั๋วบริษัทนครชัยทัวร์ บอกด้วยสำเนียงแบบโคราช

        “งั้นเอาเที่ยว ๑๖ นาฬิกา ๑ ที่ ครับ”

        “ตอนนี้สามโมง กว่าแล้ว รออีกไม่นาน ขอให้เดินทางปลอดภัย คราวหน้าค่อยมาแวะนอนที่วิทยาเขตใหม่” ดร.หัสดี กล่าวลา

        หลังจากที่รอรถทัวร์ด้วยใจจดจ่อ อยากจะกลับบ้านเพราะลูกชาย ร้องงอแง อยากให้พ่อกลับบ้านไวๆ

         นี่ ๔ โมงเย็นแล้ว ทำไมรถ ยังไม่มาสักที  หยิบตั๋วรถโดยสารมาดู ในตั๋วบอกให้รอที่ช่อง ๑๕ – ๑๖ ก็ถูกต้องแล้ว

๔ โมงกับอีก ๑๐ นาที รถทัวร์ ที่รอคอยมานานก็มาถึง

“สวัสดีครับผู้มีอุปการคุณทุกท่าน....... รถบริษัทนครชัยทัวร์จะเดินทางจากนครราชสีมา ถึงแม่สาย จะใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ ๑๔ ชั่วโมง

เรื่องราวบนทัวร์ระหว่างการเดินทางโคราช-เชียงราย อ่านจากบันทึกเรื่อง “ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

เวลา ๐๕.๓๐ น.

“ อรุณสวัสดิ์ ครับ สวัสดีครับผู้มีอุปการคุณ ทุกท่าน ขณะนี้ รถของบริษัทนครชัยทัวร์ ได้นำทุกท่านถึงสถานีขนส่งเชียงรายแห่งเรียบร้อยแล้ว........ กราบขอบพระคุณผู้มีอุปการคุณทุกท่าน”

ดูเหมือนการเดินทางที่ยาวไกลกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

“ท่ารถเก่า ครับ” เสียงคนรบรถสองแถวร้องเรียก

เมื่อการเดินทางยังไม่ถึงที่หมายจึงต้องต่อรถสองแถวไปบขส. เก่าอีก 

        “มารับด้วย” เมื่อใกล้ถึงท่ารถบขส.เก่า จึงกดโทรศัพท์เรียกคู่ชีวิตให้มารับ

        เวลา ๐๗.๐๐ น. เปิดประตูห้อง เห็นตัวน้อย นอนลืมตารอคอยการกลับมาของพ่อ

“ป๊อกลับมาแล้วๆๆๆๆๆๆๆ ร้องหาหนู  ไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ