• ตราบใดที่ตัวเราเองไม่ลดอัตตา การเรียนรู้ที่แท้จริงไม่เกิด
• ตราบใดที่ทีมงาน / คนในหน่วยงาน ไม่ลดอัตตา KM ไม่เกิด
• ต้องเริ่มด้วยการลดอัตตา
• KM Workshop ที่ดี จะฝึกการลดอัตตา ให้สัมผัสสภาพลดอัตตา
• สคส. จึงนิยมจัด KM Workshop บนเสื่อหรือบนฟูก นั่งกับพื้น เพื่อลดอัตตาตัวตนลงไปหนึ่งศอก
• สร้างบรรยากาศของความเท่าเทียม บรรยากาศแนวราบ
• นี่คือหัวใจของการเป็น LO หากต้องการเป็น LO ในสังคมไทยต้องมี The Sixth Discipline คือลดอัตตา ลดศักดินา ลดบรรยากาศแนวดิ่ง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มิ.ย. ๕๒
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
ขอแสดงความคิดเห็นนิดหน่อยครับกระผม การลดตัวตนคือฐานสำคัญในการพัฒนามนุษย์ หากไม่เปิดใจเพื่อฟังเสียงของหัวใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วและฟังเสียงของธรรมชาติ ชีวิตเราคงจะเต็มไปด้วยความมี ตัวตน (I-ego) และ อวิชชา (dark ignorance) เพื่อตอบสนองความยากที่เป็นไปตามกิเลส อาจจะทำให้ชีวิตเรามีการ "เห็นผิดเป็นชอบ" ซึ่งไปสร้างความเสียหายมากต่อทั้งธรรมชาติและชีวิตมนุษย์
แสดงความคิดเห็นด้วยความเคารพครับผม
นิสิต
ท่านอาจารย์ครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
หัวใจของการเป็น LO หากต้องการเป็น LO ในสังคมไทยต้องมี The Sixth Discipline คือลดอัตตา ลดศักดินา ลดบรรยากาศแนวดิ่ง
เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพยิ่ง
หนูเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ และเมื่ออัตตาหาย ..เรายิ่งได้เรียนมากกว่าที่เราคาดคิดค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
เป็นวาทะธรรมที่เป็นความดีความงามและความจริงของการสร้างการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยวันนี้ค่ะ
กราบคาราวะท่านอาจารย์เป็นอย่างสูง ที่ถอดรหัส KM แนวปฏิบัตินี้อย่างโดนใจ
อักษรา (ครูแมว ลำปาง)
เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ
หนูรู้สึกชื่นชมในบทความของอาจารย์มากค่ะ
ขออนุญาตยกไปใน blog ของหน่วยงานของหนูนะคะ
ท่านอาจารย์หลายๆ ท่าน จะได้รับประโยชน์จากบทความของอาจารย์ด้วย
ใน blog ของหน่วยงาน มีงานวิจัยของอาจารย์ในวิทยาลัย
ถ้าอาจารย์ว่าง ขอเชิญเข้าชมด้วยนะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
เลขางานวิจัย
ลดอัตตา ต้องมาพร้อมความเชื่อใจ
"เชื่อใจ" ว่าเพื่อนของเราจะทำได้ดีเท่าเรา หรือดีกว่า
"เชื่อใจ" ว่าการจัดการความรู้ KM จะให้ความรู้ที่ดีกว่าเราคิดคนเดียว
ผมชอบมากครับ KM ต้องเริ่มที่ลดอัตตา