เรื่องที่เราฟังแล้วรู้สึกปิติสุข ซาบซึ้งใจก็คือเรื่องเล่าเร้าพลัง เราไม่ได้ต้องการแค่เรื่องเล่า แต่เราต้องการให้คนมาเล่าเรื่องมากกว่า กระบวนการเล่าเรื่องจึงสำคัญกว่าจำนวนเรื่องที่นำมาเล่า

คำถาม

       ผมกับทีม กำลังอบรมเรื่องHA ที่ พิดโลก แล้วก็กำลังเมาๆ กับ SPA และ Clinical tracer และคุยกันว่าเดี๋ยวต้องกลับไปทำความเข้าใจเรื่องService Profie
-เรื่องเล่าความดี  กำลังงงๆว่า  การได้มาซึ่งเรื่องเล่า ที่จะใช้เล่าตอนReaccreditจริง จะคัดเลือกเรื่องอย่างไร

  • การคัดเลือกให้ผ่านหัวหน้าแผนก หรือ หัวหน้างานก่อนหรือไม่ หรือทุกคนมีสิทธิส่งเรื่อง มาที่งานคุณภาพโดยตรง
  • ควรมีการส่งเป็น ชื่อเรื่อง และ Abstract มาก่อนที่งานคุณภาพหรือไม่ และจะขอให้ส่งทุกคนเลย(ดีหรือ6เดือน/เรื่อง/คน)
  • จะให้เล่า ในกบร.(เวทีเล็กสุด) หรือ เล่าในเวที(แกนนำ(กลางๆ)) หรือ เล่า(ในเวทีFA)  หรือว่าควรไปเล่าใน ประชุมประจำเดือนเวทีใหญ่ถ้าเล่าในกบร. ก็ต้องประชุม กบร.เสร็จก่อนแล้วค่อยเชิญผู้เล่ามาเล่าหลังกบร. ใช่หรือไม่

จึงขอเรียนปรึกษา เรื่องการได้มาซึ่งเรื่องเล่า ที่จะใช้เล่าตอนReaccreditจริง จะคัดเลือกเรื่องอย่างไรแบบว่าผมงงๆครับ

คำตอบ

เรื่องเล่าเร้าพลัง ควรทำให้เป็นปกติวิสัยของคนในโรงพยาบาล
คือเมื่อมีเรื่องดีๆที่น่าชื่นชม น่ายกย่องหรือภาคภูมิใจ
เราก็เปิดเวทีให้เจ้าหน้าที่ได้มาบอกเล่า
เพื่อสร้างบรรยายกาศแห่งความซาบซึ้งใจ (Aprreciative inquiry)
ถ้าเรากระตุ้นให้ทุกคนได้มีโอกาสเล่าเรื่องความภาคภูมิใจในการทำงานของเขาก็จะดีมาก
เวทีจึงต้องมีการจัดหลากหลาย แต่ให้เนียนไปกับงานประจำ เช่น ในเวทีกบร.
ในเวทีแกนนำ ในเวทีประชุมทีมคร่อม ในการประชุมกลุ่มงานหรือออกเสียงตามสาย
(ซึ่งทำได้ทุกวัน) ในความเห็นของผมไม่เน้นรูปแบบ
แต่เน้นความสุขจากการเล่าเรื่องมากกว่า เพราะเราไม่ต้องการเรื่อเล่า
แต่เราต้องการความสุขจากคนเล่าและคนฟังครับ

SPAไม่ยากครับ เป็นการเปรียบเทียบว่า เราตั้งมาตรฐานของเราไว้อย่างไร
(Standard) พอเอามาทำจริงเราทำอย่างไร (Practice) และทำไปแล้ว 1 เดือน 3
เดือน 6 เดือน 1 ปี ได้ผลเป็นอย่างไร (Assessment) ด้วยตัววัดเชิงปริมาณ
(KPIs) และตัววัดเชิงคุณภาพ (เรื่องเล่าเร้าพลัง)

เมื่อพบกับความบกพร่อง ความผิดพลาด การทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
เช่นตั้งไว้ 80 เราทำได้ 75 เราก็ลองตามไปดูทุกจุดที่เกี่ยวข้องว่า
มีอะไรเป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้เราทำไม่ได้ตามนั้น ก็เรียกว่าการตามรอย
(Tracing) เมื่อตามครบทุกจุด เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
มาวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง กำหนดแนวทางแก้ปัญหา
แล้วนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดไปปฏิบัติ
สักระยะหนึ่งพอเริ่มเห็นผลก็วัดผลมาดูว่าเป็นอย่างไร
ก็เกิดกระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องขึ้น (CQI)

แต่ถ้ามีความสำเร็จดีๆ เราก็ตามไปดูว่าความสำเร็จนั้นๆเกิดจากจุดไหนบ้าง
เกิดได้อย่างไร ก็เป็นตามรอยเหมือนกัน
แล้วเราเอารอยที่ตามนั้นว่าจุดไหนเกี่ยวข้องแล้วเอามาบอกเล่าสู่กันฟัง
ก็ได้เป็นเรื่องเล่าเร้าพลัง (Success springboard story telling)
ก็เกิดกระบวนการจัดการความรู้ (Km)

การได้มาของเรื่องเล่า ทำได้หลายวิธี ตามความเหมาะสมของแต่ละแห่ง เช่น
1. ให้เจ้าหน้าที่กำหนดความภาคภูมิใจของตนเองขึ้นมา

2. การตามรอยความสำเร็จโดยคณะทำงานหรือคนกลาง

3. การใช้ตัวชี้ววัด วัดผลงาน หรือใช้การเปรียบเทียบงาน (Benchmarking) ก็ได้ครับ

หมอพิเชฐ

10 กรกฎาคม 2552