การศึกษาไทยในทัศนะของข้าพเจ้า

            จากผลการปฏิรูปการศึกษา หลังจากการประกาศใช้ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  โดยประเมินจากคุณภาพภายนอกสถานศึกษา 17,562 แห่งทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 49.1 ของโรงเรียนทั้งหมด พบว่า การจัดการเรียนการสอนของครูยึดผู้เรียนเป็นสำคัญยังมีคุณภาพอยู่ในระดับร้อยละ 39.2 การจัดกิจกรรมที่กระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ มีคุณภาพอยู่ระดับ ร้อยละ 13.5 และครูสามารถนำผลการประเมินมาปรับการเรียนและเปลี่ยนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพเพียงร้อยละ 21.6 ของสถานศึกษาทั้งหมด การประเมินคุณภาพทางด้านผู้เรียนพบว่า ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับต่ำมากในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์มีวิจารณญาณและความคิดสร้างสรรค์ มีคุณภาพระดับดีเพียงร้อยละ 11.1 และการมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองรักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพดีเพียงร้อยละ 26.5 ของสถานศึกษาทั้งหมด   

จึงพบว่า การศึกษาของไทยกำลังมีปัญหาจะเห็นได้ว่าเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจจากสังคม สะท้อนถึงความล้มเหลวของการศึกษาในบ้านเรา ปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทย สะท้อนถึงปรากฏการณ์ความอ่อนแอของทุกภาคส่วนทั้งสถาบันครอบครัวอ่อนแอ พื้นที่อบายมุขขาดการควบคุมอันเป็นปฐมเหตุของปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน ไม่ว่าเป็นปัญหาติดห้าง เที่ยวกลางคืนกินเหล้า สูบบุหรี่ และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อันจะนำไปสู่ผลกระทบกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย   ครูมัวแต่ไปทำผลงานการประเมินผลงานทางวิชาการ  เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ  ไม่ได้วัดจากความสำเร็จของนักเรียน  ทำให้ครูบางคนจึงสนใจที่จะทำผลงานทางวิชาการมากกว่าการสอน  จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษาไทยพัฒนาช้า 

                จากปัญหาที่กล่าวมาในข้างต้นมีทั้งสาเหตุหลักและสาเหตุรองหลายประการที่ทำให้การพัฒนาการศึกษาของไทยยังไปไม่ถึงไหนพัฒนาได้ช้าแต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนเห็นว่ายังไม่สายเกินไปที่จะผ่าตัดการศึกษาของไทยให้ดีขึ้นทั้งนี้การแก้ปัญหาการศึกษาบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือร่วมใจกันทั้งระบบเริ่มตั้งแต่ผู้ที่จะมากำกับดูแลงานทางด้านการศึกษารัฐบาลจะต้องแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ทางด้านการศึกษาจริงๆมารับผิดชอบนอกจากนั้นการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนจะต้องกำหนดให้มีหัวข้อวิชาคุณธรรมจริยธรรมไว้ในทุกหลังสูตรทุกระดับ จะต้องเพิ่มขวัญและกำลังใจให้กับครูการเลื่อนวิทยฐานะของครูต้องมีความเหมาะสมและเป็นธรรมโดยวัดผลจากความสำเร็จของนักเรียน  รัฐบาลต้องมีนโยบายดึงคนดี คนเก่งมาเป็นครู   เด็กจะดีหรือชั่วอยู่ที่ครู   อีกกิจกรรมหนึ่งที่ครู  ผู้ปกครอง  และนักเรียน  สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด  คือระบบดูแลนักเรียน  คือโครงการเยื่ยมบ้านนักเรียน  ครูจะเห็นสภาพที่แท้จริงของเด็กนักเรียน   และที่สำคัญในส่วนของผู้ปกครอง สื่อมวลชน สถาบันทางศาสนาต้องแสดงบทบาทและหน้าที่ในการมีส่วนรวมกับการพัฒนาการศึกษาได้ด้วยหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทและหน้าที่และร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังผู้เขียนเชื่อว่าการศึกษาของไทยจะพัฒนาได้เพื่อให้เท่าเทียมประเทศอื่น