รมว.ศธ.กล่าวว่า ครม.เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ ๑ หมื่นล้านบาท ให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

      รมว.ศธ.กล่าวว่า ครม.เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ ๑ หมื่นล้านบาท ให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งจะทำให้ กยศ. ได้รับงบประมาณเพิ่มรวมเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าเพิ่มจากเดิมที่ กยศ.วางแผนไว้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาที่ไม่ได้กู้ยืมเงินตั้งแต่ปี ๑ ในระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และ ปวช. สามารถกู้ได้โดยเริ่มที่ชั้นปีที่ ๒-๔ ได้ ส่วนสายอาชีพสามารถกู้ได้ในระดับชั้น ปวส.ครม.ยังเห็นชอบมาตรการจูงใจให้นักศึกษากู้ยืมในสายอาชีพมากขึ้น จากเดิมสัดส่วนระหว่างสายสามัญและสายอาชีพอยู่ที่ ๖๐ : ๔๐ โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะหามาตรการจูงใจเพิ่มสัดส่วนเป็น ๕๐ : ๕๐ พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักศึกษากู้เงินยืมเรียนได้อีก ๔๐๐ สาขาวิชาที่ขาดแคลนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ส่วนด้านหลักเกณฑ์ของการกู้ยืมยังเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและยากจน ผู้ปกครองมีรายได้น้อยต่ำกว่าเกณฑ์ โดย ศธ.จะเร่งดำเนินการการกู้เงินให้เร็วขึ้น คือ หากผู้กู้มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ก็จะอนุมัติได้ภายในเวลา ๓ เดือน รวมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพด้วย รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ได้เน้นย้ำว่านโยบายนี้ถือเป็นการสนองต่อนโยบายรัฐบาลในเรื่องการเปิดโอกาสให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษา จากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนของการปฏิบัติ ซึ่ง กยศ.จะต้องปรับเปลี่ยนระเบียบต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน เนื่องจากใกล้จะถึงปีการศึกษา ๒๕๕๒ แล้ว ส่วนจะต้องแก้กฎหมายหรือไม่นั้นเป็นรายละเอียดที่ กยศ.ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ครม.ต่อไป 
      ดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันอนุมัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มนั้นมันไม่ใช้ความคิดที่ดีนักเพราะเหมือนเป็นการทำให้เด็กบางคนที่ไม่ได้ยากจนหรือเด็กที่ฐานะทางบ้านไม่ได้มีรายได้น้อยนั้นมากกู้ยืมเพื่อนำเงินไปใช้ในทางอื่นไม่ได้นำเงินมาใช้ในการศึกษาทำให้เด็กเป็นหนี้สินบางคนเรียนจบไม่คิดที่จะนำเงินมาใช้คืน ดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตราการในการตรวจสอบเด็กที่จะมากู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาให้ดีและควรมีงานมารองรับเด็กที่จบไปเพื่อจะได้นำเงินที่กู้ยืมไปกลับมาใช้คืนเพื่อให้น้องๆรุ่นหลังได้มีโอกาสในการใช้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในการศึกษาต่อไป