การกลับมาของไส้เดือน (ผู้มอบความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนดิน)
ครั้งก่อนผมเคยนำเสนอเรื่องการปรับปรุงดินทรายเชิงปฏิบัติของผมเป็นการทดลองโดยใช้วัสดุที่หาได้ในสวนอันแห้งแล้งของผม เก็บขี้วัวขี้ควายข้างถนนหนทางทิ้งไว้ข้างต้นไม้ที่ปลูก วันหยุดผมก็เดินทางไปปลูกต้นไม้บ้าง โดยการเพาะเอง ขอเค้าบ้าง ซื้อบ้างตามเรื่อง โรยเมล็ดวิธีนี้ทำตอนขี้เกียจ แต่ได้ผลเรียกว่าให้ธรรมชาติคัดสรร ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปลุกแคป่า แคบ้าน กล้วย มะค่าโมง ประดู่ พยุง สมอ ยอ คูน มะค่าแต้ ไผ่ ก็น่าจะประมาณ 200-300 ต้นได้ ในตอนที่ผมขุดเพื่อเตรียมดินนั้นนะครับผมก็พบว่าไส้เดือนดินไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ขุดไปตรงไหนก็เจอ ทีแรกก็ไม่ได้สนใจมันเพราะคิดว่ามันคงอยู่ตามธรรมชาติของมัน แต่ก็เอะใจตอนเพื่อนบ้านเค้าไปใส่เบ็ดในช่วงดำนาเค้าก็ไปหาในที่ของเค้าก็เห็นขุดอยู่ตั้งนานกว่าจะได้ ผมก็เลยบอกว่าไปขุดข้างต้นยางผมสิขุดไม่นานก็ได้มาเป็นร้อยๆตัวเลย

ทีนี้ผมก็มานั่งพิจารณาดูมันเป็นผลพลวงมาจากเราได้ให้อาหารมันคือเศษวัสดุพวกใบไม้ ขี้วัว-ควาย แกลบไปคลุมโคนต้นไม้เอาไว้และมันชอบอยู่ตามรากหญ้าตอนที่ผมไปพรวนดินถอนหญ้าให้กลับต้นไม้ โดยลักษณะทั่วไปของไส้เดือนมันจะชอบอยู่ในดินร่วนซุยมีอาหารให้มันกิน
อานิสงค์จากการกลับมาของไส้เดือนนั้นก็คือปุ๋ยจากขี้ของไส้เดือนและจุลลินทรีย์โดยไม่ต้องลงทุนซื้อมาด้วยเงิน การชอนไช ของไส้เดือนทำคุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้นครับ และสิ่งหนึ่งที่ผมพบอีกคือแมงกิซอนครับ ภาษไทยผมก็ไม่ทราบว่าเรียกอะไรมันชอบอยู่บริเวณเศษของใบไม้อาหารของไส้เดือนดิน

แมงกิซอนที่ผมว่านำมาประกอบเป็นอาหารอันเลิศรสได้ครับ วันหลังจะพาทำ Menu แปลกๆ
ตามหลักวิชาการของเกษตรอินทรีย์นั้นพบว่า ไส้เดือนดินจะช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้กับดิน จะสังเกตได้หากดินของใคร มีไส้เดือนอยู่มาก ดินก็จะมีความสมบูรณ์ ต้นไม้จะงาม เพราะมีความสมบูรณ์กว่าดินทั่วไป 5-10 เท่า ด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดินจะช่วยให้ธาตุอาหารหลายๆ ชนิดที่อยู่ในเศษอินทรียวัตถุ เหล่านั้นถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ เช่น เปลี่ยนไนโตรเจน ให้อยู่ในรูป ไนเตรท หรือ แอมโมเนีย ฟอสฟอรัสในรูปที่เป็นประโยชน์ โพแทสเซียมในรูปที่แลกเปลี่ยนได้ และนอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชชนิดอื่นและจุลินทรีย์หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อดิน รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้ของไส้เดือนดินอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ดินมีโครงสร้างดีขึ้น คือทำให้ดินกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น มีความโปร่งร่วนซุย รากพืชสามารถชอนไชและแพร่กระจายได้ กว้าง ดินมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์บริเวณรากพืชสามารถสร้างเอนโซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ได้เพิ่มชึ้น นอกจากนี้จุลินทรีย์ดินที่ปนออกมากับมูลของไส้เดือนดินยังสามารถสร้างเอ็นไซม์ฟอสฟาเตสได้อีกด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่ม ปริมาณฟอสฟอรัสในดินให้สูงขึ้นได้
จากความรู้ดังกล่าว..ทำให้ผมต้องขนเศษใบไม้หรือขยะอินทรีย์จากครัวเรือนนำไปทิ้งไว้ในพื้นดินซึ่งเป็นความหวังว่าสักวัน มันต้องเป็นป่า ช่วยกันนะเจ้าไส้เดือนผู้พิทักษ์ผืนดิน