การเดินทางที่คุ้มค่า คือ การเดินหาคุณค่าในตัวเองและทำให้สังคมมีคุณค่า...

อาทิตย์นี้นับเป็นอาทิตย์ที่วุ่นมากครับสำหรับผม เพราะชีพจรลงเท้าครับมีงานให้ต้องเดินทางเป็นว่าเล่นครับ แต่มันไม่สนุกเลยครับบางครั้งการเดินทางไปบางที่มันเร่งด่วนชนิดหารถเดินทางแทบไม่ทัน (คนไม่มีรถก็ยังงี้แหละครับเลยเดินทางแบบลูกทุ่งๆไปกับเพื่อนร่วมทางเยอะๆ อิอิ)


 

         ความตั้งใจเดิมตอนแรกตั้งใจจะเดินทางกลับบ้านแวะเยี่ยมอาเยาะ(พ่อ)สักหน่อยเนื่องจากร่างกายสุขภาพช่วงหลังไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่ หลังจากที่จะไปเป็นวิทยากรบรรยายที่พัทลุง แต่...ไปๆมาๆผู้จัดโทรมาเลื่อนงานไปรอบหน้า ผมก็เลยอัลฮัมดุลิลละฮฺเพราะช่วงนี้ก็ไม่ค่อยจะมีเวลาว่าง เลยตัดสินใจจะไปแวะที่สงขลาเยี่ยมหลานก่อนๆจะกลับไปนครฯ ทำไปทำมามีโทรศัพท์ด่วนเข้ามาจากปัตตานีก็เลยต้องตีรถกลับจากสงขลามาปัตตานีอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยะหริ่ง และเข้าร่วมประชุมกรรมการกองทุนอามานะฮฺ ซึ่งมีแผนจะเปลี่ยนไปเป็นสหกรณ์(อินชาอัลลอฮฺ) ที่ต้องเข้าร่วมเพราะได้รับการทาบทามจะให้เป็นกรรมการสหกรณ์ด้วย (อ้าวแล้วเรางานเข้า...ไม่ถนัดเลยงานแบบนี้ แค่พูดให้ข้อคิดแบบมี(ไม่)ไร้สาระอะพอได้ อิอิ) เสร็จจากเมื่อวานก็มีคิวเดินทางต้องไปสงขลาต่อครับมีงานชิ้นนึงน่าสนใจมากก็เลยตั้งใจจะไม่ทิ้งมันยอมเดินทางที่จะไปอีกครั้ง แต่...(คิดว่าผมได้ไปไหม๊ครับ อิอิ)

 

           สุดท้ายผมก็ต้องเดินทางกลับปัตตานีครับ...เพราะได้รับโทรศัพท์ด่วนอีกครั้งครับว่า...วันศุกร์นี้เชิญเป็นวิทยากรติว GAT ให้แก่น้องๆที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมแนะนำเทคนิคการเรียนในการที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ไม่พูดพร่ำทำเพลงทางผู้จัดบอกว่า ผมจองห้องและเตรียมการเรียบร้อยแล้วนะคงปฏิเสธไม่ได้ (งานนี้เขาเรียกมัดมือชกไหม๊ครับ) ก็เลยตกปากรับคำเพราะน้องๆจะสอบวันเสาร์นี้ถ้าไม่ทราบแนวทางคงแย่เหมือนกับรอบที่แล้วแน่ งานนี้มีเซอร์ไพรส์ให้เด็กๆครับเพราะมีทีเด็ดในการสอบรอบสองนี้ พอถามไปถามมาว่าเด็กเยอะไหม๊ คำตอบคือ ร่วม ๒๐๐ คนครับ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) เพราะอย่างน้อยไหนๆจะปล่อยพลังสักทีไม้เด็ดแบบนี้เอาแบบให้เต็มที่ไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ

          แต่...ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้ช่วยผมที่จะช่วยติวภาษาอังกฤษด้วยดันอยู่ กทม. แต่ถามไปถามมาได้รับการตอบรับมาว่ากำลังเดินทางกลับตานีวันนี้ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ผู้ช่วยที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหนครับน้องนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาที่ดึงมาร่วมงานได้ร่วมปีแล้ว แล้วดูแววแล้วรุ่งครับเด็กคนนี้


 

          วันก่อนมีโอกาสได้นั่งพูดคุยในงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผมทำของ สทศ. (สำนักการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ) และมีโอกาสได้สัมภาษณ์ อ.อิบรอเฮม หะยีสะอิ (ibmครูปอเนาะของเรา...งานนี้พาดพิงหลายรอบไม่ว่ากันนะครับ) ท่านมองเรื่องการศึกษาในสามจังหวัดฯได้อย่างน่าสนใจ หลายประเด็นที่ผมนำมาถ่ายทอดผ่านงานวิจัยเพื่อเปิดมุมมองให้ผู้ที่เกี่ยวได้รับรู้บ้าง หลายประเด็นที่คิดเหมือนกัน อันนี้ผมมองว่าคงถึงเวลาที่ต้องทบทวนเรื่องการศึกษาของพื้นที่แห่งนี้สักที (พูดมาหลายรอบเสียงเล็กๆมันไม่ดังสักที อิอิ ก็เลยต้องพูดซ้ำๆครับท่าน) แต่ประเด็นที่ท่านมองหลายประเด็นที่ทีมวิจัยคาดไม่ถึงว่าจะเป็นปัญหาและสาเหตุของการศึกษาที่นี่อันนี้ทำให้ผมได้มุมมองงานวิจัย(หัวข้อใหม่) อีกในหลายมิติ ครับ แต่คงต้องรอให้เสร็จสิ้นงานวิทยานิพนธ์ของตัวเองก่อนครับ

              ประเด็นหนึ่งที่ผมมองว่าน่าจะตอบโจทย์และแก้ปัญหาการศึกษาของพื้นที่สามจังหวัดฯได้เป็นอย่างดี คือ งานวิจัยของท่าน อ.จารุวัจน์ สองเมือง (ที่กำลังจะเป็นไปหรือว่าเป็นไปแล้วแน่ๆ) ที่พอได้พูดคุยกับอาจารย์ท่านมองไกลครับและคิดว่างานวิจัยชิ้นนี้จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริงระดับหนึ่ง (ไม่กล้าพูดอะไรมากครับรองานวิจัยคลอดออกมาแล้วจะบอกว่าเห็นไหม๊ผมว่ามันตอบโจทย์ได้จริงๆ วัลลอฮฺอะลัม) เพราะผมมองว่าคงเป็นงานแรกและงานเดียวที่จะแก้ได้ดีที่สุด ณ ตอนนี้และส่งผลระยะยาว ต่อการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ฯ ก็ขอเอาใจช่วยให้ก่อเกิดและเป็นไปครับ


 

กุญแจดอกสำคัญดอกหนึ่งที่จะทำให้เราได้เห็นรอยยิ้มของเยาวชนในพื้นที่แห่งนี้

คือ การศึกษาแบบเข้าใจ เข้าถึง และก่อเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงและยั่งยืน

มิใช่เพียงแค่วันคืนที่ทุ่มงบมาผ่านแล้วผ่านไป สุดท้ายเกิดคำถามตามมาว่า

ใครได้ประโยชน์จากโครงการเพื่อการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

...วัลลอฮฺอะลัม...