...

ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง นอนมากหรือน้อยไปก็ไม่ดี ยกเว้นบางคนที่มีธรรมชาตินอนมาก หรือนอนน้อยกว่านี้

อ.ดร.ไมเคิล มิลเลอร์ ( Michelle Miller ) และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน และวอร์วิค สหราชอาณาจักร (UK) ทำการศึกษาพบว่า คนที่นอนน้อยกว่าคืนละ 8 ชั่วโมงเสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนที่นอนน้อยกว่า 5 ชม./คืน เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ-ระบบไหลเวียนเลือดมากกว่าคนที่นอนเต็ม 8 ชม./คืน

การศึกษาใหม่พบว่า สารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ หรือธาตุไฟกำเริบ คือ 'interleukin-6 / IL-6 / อินเทอร์ลิวคิน-6' มีระดับเพิ่มขึ้นเมื่อนอนไม่พอ (7 ชม./คืน เทียบกับนอนพอ คือ 8 ชม./คืน)

...

สารเคมีที่บอกระดับการอักเสบแบบจำเพาะเจาะจง คือ 'high-sensitivity C-reactive protein / hs-CRP' ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจเพิ่มขึ้นชัดเจนในผู้หญิงที่นอน 5 ชม./คืน หรือน้อยกว่านั้น

กลไกที่อาจทำให้ผลของการนอนไม่พอปรากฏชัดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายยังไม่เป็นที่ทราบว่า ทำไม ทว่า... อาจเป็นผลจากฮอร์โมนเพศหญิงที่เปลี่ยนแปลงเร็วในช่วงหมดประจำเดือน

...

การศึกษานี้ในตัวอย่างข้าราชการพลเรือนลอนดอน อายุ 35-55 ปี มากกว่า 4,600 คน, 73% เป็นผู้ชาย

กลไกที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันที่สำคัญประกอบด้วยการมีโคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) นำขยะ หรือคราบไขมันไปทิ้งไว้ตามผนังหลอดเลือด

...

คราบไขมันจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้ผนังหลอดเลือดมีอาการบวม แดง ร้อน หรือธาตุไฟกำเริบ และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็ว คือ การติดเชื้อเรื้อรัง โดยเฉพาะเหงือกอักเสบ-ปริทนต์อักเสบ (เหงือกส่วนใกล้โคนฟัน)

... 

การดูแลสุขภาพช่องปากมีส่วนช่วยให้สุขภาพหัวใจดี ดังคำกล่าวที่ว่า "หัวใจดีเริ่มที่ปากดี-ตีนดี" คือ การดูแลสุขภาพช่องปากดี การใช้คำพูดดี (โดยเฉพาะคำพูดที่ประกอบด้วยเมตตา หรือมองโลกในแง่ดี) และออกแรง-ออกกำลัง (โดยเฉพาะการเดิน เดินเร็ว ขึ้นลงบันได) ทำให้สุขภาพหัวใจดี

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

 > Thank BBC

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 5 กรกฎาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.