เครื่องมันแฮงค์!

น้องสเรนกำลังอุตุเชียว (หลังอาบน้ำ)

วันนี้ตอนบ่ายตั้งใจพาลูกสเรนไปรับวัคซีนรอบอายุ ๒ เดือนที่โรงพยาบาลสุรินทร์ (งานวัคซีนเปิดบริการเฉพาะวันศุกร์ตอนบ่าย) เพราะอาทิตย์ที่แล้ว ผิดนัดเหตุเพราะพี่สาวตัวแสบนอนกลางวันเร็วช่วงเที่ยงก็เลยออกไปไม่ได้ เพราะว่าถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องพากันไปทั้งพี่ทั้งน้อง ส่วนพ่อเป็นสารถีขับรถให้ แต่แหม! วันนี้อากาศช่างมีหลายอารมณ์เหลือเกิน ตอนเช้าฟ้าครึ้มๆ สายๆ เมฆครึ้มสลายแสงแดดแทนที่ ตกบ่ายฝนตก เฮ้อ อีกตามเคย ทางเข้าออกบ้านเฉอะแฉะรถเข้าออกเกือบไม่ได้

เกิดการสับสนนิดหน่อยว่าวันนี้เป็นวันหยุดหรือไร เพราะอยู่บ้านแทบจะไม่ได้ดูปฏิทินเรื่องวันหยุดราชการหรือวันพิเศษอะไร (ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่ทำงาน วันไหนวันหยุดเดือนนี้หยุดกี่วัน วันไหนบ้างจำได้หมดเรียกว่าเคลียเวรรอวันหยุดเลยก็ว่าได้) ก็เช้านี้ไม่เห็นมีนักเรียนมาโรงเรียนสักคน (บ้านอยู่ตรงข้ามโรงเรียนฯ) พ่อสเรนบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดเพราะไม่มีเด็กมาเรียนสักคน ก็เอ๊ะ สงสัย หยุดวันอะไร ดูปฏิทินก็ไม่มีเหตุ เข้าพรรษาก็ตั้งอาทิตย์หน้า เห็นมีรถของพระสงฆ์ที่มาเรียนที่มหาจุฬาฯ ยังวิ่งผ่านหน้าบ้านอยู่หลายคัน สรุปแล้ววันนี้ไม่ใช่วันหยุดพาลูกไปรับวัคซีนตอนบ่ายที่โรงพยาบาลได้ สรุปอีกนิด (หน่อย) ยังไม่ทราบสาเหตุที่โรงเรียนหยุดวันนี้ แต่พรุ่งนี้ยายคงจะรู้เหตุได้จากสบายขาประจำของยาย (ยัยแบ๋ม เด็ก ป. ๖ ซี้ของยาย) 

ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ พวกเราไปถึงก็ปาเข้าไปบ่ายสอง คนไข้บางตาบ้างแล้ว เตรียมใบเกิดกับสมุดเล่มสีชมพูของสเรนไปพร้อมเพื่อยื่นทำบัตรโรงพยาบาล ช่องที่ยืนรอมีคนไข้รออยู่แล้วสองคน เจ้าหน้าที่ทำบัตร ซักประวัติอัธยาศรัยใช้ได้ แต่พอมาถึงคิวของสเรนปรากฎว่าเครื่องคอมฯ ทำบัตรเกิดอาการเหนื่อยขึ้นมาเฉยๆ ก็เลยแฮงค์ ทำบัตรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็เลยให้เราขึ้นไปคอยตรวจรับวัคซีนเลยที่ชั้นสอง ขณะเดินไปชั้นสองก็สังเกตเห็นป้าย บอร์ด เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ ๒๐๐๙ ติดอยู่เด่นมาก พอไปถึงชั้นสองก็ยื่นสมุดเล่มสีชมพู เจ้าหน้าที่บอกว่าให้รอก่อน รอ OPD CARD ยังไม่ส่งขึ้นมา ขณะที่นั่งรอเราก็สังกเกตเห็นเด็กทารกรุ่นไลท์เวท ๒ เดือน ยังรออยู่อีกหลายคน อีกหลายคนก็รุ่นโตแล้ว เสียงฝนตกกระทบกับหลังคาตึกเสียงร้องให้ เสียงปลอบลอยมาพร้อมกับประตูห้องตรวจที่เปิดออกเพื่อเรียกคนใหม่ให้เข้าไปรับวัคซีน

เสียงเรียกชื่อและนามสกุลของแม่สเรน ทำไให้เราต้องรีบพาลูกไปที่โต๊ะซักประวัติ ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ที่เรียกชื่อแม่ก็เพราะว่าบัตรสเรนยังไม่ได้ทำเพราะเครื่องยังแฮงค์ไม่หาย (สงสัยเมื่อคืนจะปาตี้หนัก ฮา) ถึงคิวแล้ว รายการแรกก็คือ ชั่งน้ำหนัก โอ้แม่เจ้า น้ำหนักน้องสเรน เจ็ดกิโล ห้าขีดเป๊ะ เจ้าหนุ่มน้อย อายุ สองเดือน เก้าวันนี่นะ เจ้าหน้าที่โอ้โหเลย (น้ำหนักมากเกินเกณฑ์ มาตรฐานควรจะอยู่ที่ ๕.๕ กิโลตามเกณฑ์ และ ๖ กิโล คือ น้ำหนักค่อนข้่างมาก) เจ้าหน้าที่รีบถามเลยว่า ทานนมอะไรนี่ เก๊าะ นมแม่น่ะสิ เพียวๆ ไม่ปนน้ำซักหยด รายการต่อม่ก็วัดความยาว ก็แหมไม่เรียกวัดส่วนสูงเพราะนอนในกล่องวัดความยาว ตกลงน้องสเรนมีความยาว (ส่วนสูง) ๖๑ ซม. เส้นรอบศรีษะ ๔๒, ๔๕ ซม. มีวัดรอบอกด้วยแต่ไม่ทันได้ดูว่าเท่าไร และไม่มีบันทึกในสมุดเลย ขณะที่ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆนี้น้องสเรนไม่ได้ร้องให้ หรือทำเสียงเอา๊ะแ๊อ๊ะอะไรเลย ก็น้องเล่นหลับตลอดน่ะสิ จากนั้นก็ถูกซักเรื่องการให้นม การเลี้ยงลูก อะำรทำนองนั้น และตอนนี้ก็ถึงช่วงรอเข้าตวรจรับวัคซีนอีกรอบ

หนุ่มน้อยสเรน

ระหว่างรอเรียนชื่อ พี่บารายก็ติดหนึบแม่เลย น้องสเรนก็ยังนอนหลับอย่างสบายไม่ได้สงสารแม่เลยที่เริ่มปวดแขนแล้ว ก็อุ้มตลอดเวลาเลย โชคดีที่มีพ่อสเรนคอยเปลี่ยนบ้าง เจ้าหน้าที่เรียกชื่อแล้ว เข้าไปรออีกนิดหน่อย คุณหมอผู้หญิงเป็นคนตรวจวันนี้ ฟังปอด ฟังหัวใจ หมอบอกปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ถามว่าลูกสำลักนมบ่อยไหม ถ้าบ่อยก็เป็นห่วงเรื่องปอดชื้น น้องสเรนเคยบ้างตอนน้ำนมไหลแรง แต่ไม่บ่อยที่จะสำลัก ตกลงก็ปกติดีทุกอย่าง แม่สบายใจ ต่อมาก็ย้ายห้องไปที่ห้องหยอดวัคซีน พี่บารายถือสมุดเล่มสีชมพูให้น้อง น่ารักมาก ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ ตอนนี้พาน้องสเรนวางนอนไว้ที่บนเตียง ได้รับการหยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ และเข็มสำคัญคือ วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี ตอนเจ้าหน้าที่ปักเข็มเข้าที่หน้าขาซ้ายน้องสเรน เจ้าตัวเบะมีเสียงร้องนิดหน่อยเท่านั้นเอง เยี่ยมจริงๆ ลูกชายแม่ เรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำเรื่องหลังฉีดวัคซีนแล้วอาจจะตัวร้อน มีไข้ได้ ก็เลยสั่งยาแก้ไข้สำรองไปไว้ที่บ้านด้วย

ออกจาห้องตรวจก็ไปยื่นใบยาที่ห้องยาชั้นเดียวกับห้องรับวัคซีน พ่อของสเรนเป็นคนไปยื่น ส่วนสเรนตื่นแล้วหลังถูกฉีดไปเข็มหนึ่ง ก็เลยต้องเพิ่มพลังนมจากเต้าสักนิดหน่อย พอพ่อสเรนยื่นใบยาแป๊บนึงเจ้าหน้าที่เรียกให้ไปยื่นใบยาที่ห้องยา OPD ชั้นล่าง พอสเรนเสร็จภารกิจก็เลยพากันตามลงไปที่ห้องยาชั้นล่าง พอเจอกันก็ถามพ่อสเรนว่าทำไมต้องมาที่นี่ ก็ได้รับคำตอบว่าต้องมาจ่ายค่ายา เราก็อ้าว ทำไมต้องจ่าย? ก็ใช้สิทธิบัตรทองไม่ใช่หรือ พ่อสเรนก็บอกไม่รู้ เฮ้อ อย่างนี้ทุกทีผู้ชาย เขาให้จ่ายก็จ่าย ไม่สงสัยอะไรเลยเหรอ โชคดีที่ขณะที่รอยาเราก็เจอกับน้องเภสัชชื่อติ๊ก ที่คุ้นเคยกันเมื่้อก่อนเคยทำงานที่เดียวกันที่ศรีราชา ถามน้องเค้าว่าเด็กที่เกิดมาจากแม่ที่มีสิทธิบัตรทอง ลูกก็ใช้สิทธินั้นโดยอัตโนมัติมิใช่หรือ น้องเขาก็บอกว่าใช่ ว่าแล้วน้าติีกก็ถือไปยาเข้าไที่ห้องบัตร OPD สักพักเดินกลับออกมาได้ใบยาใบใหม่มาแบบว่าใช้สิทธิบัตรทองได้ สรุปงานนี้เครื่องคอมฯ แฮงค์ เลยทำให้งานแฮงค์ไปด้วย นี่แหละคือปัญหาของการใช้เครื่องมือมากเกินไป ทำให้ผู้ใช้ขาดความรอบคอบในการทำงาน เอะอะอะไรก็เครื่องมันแฮงค์!

ฝนหยุดตกแล้วแต่ฟ้ายังครึ้มอยู่ พ่อสเรนไปเอารถมารับที่หน้า OPD น้าติ๊กก็ตามมาส่งหลานๆ ขึ้นรถด้วย บ้ายบายโรงพยาบาลบาล บ้ายบายน้าติ๊ก พบกันใหม่ อีกสองเดือนข้างหน้า กับวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก-ไอกรน กว่าจะถึงบ้านก็ร่วมๆ ห้าโมงเย็น มองเห็นพี่คุ้กกี้กับพี่หนุงหนิงรอรับที่หน้าบ้านอยู่ำไกลๆ พอเข้าบ้านแม่ก็รีบให้น้องสเรนกินยาแก้ไข้ดักไข้เลย ๒ ซีซี. ป้องกันไว้ก่อนคืนนี้จะได้ไม่วุ่นวายมาก :)

พี่บาราย-แสบใหญ่

ជំរាបលា Good bye