ท่านผอ.บริการมัคคุเทศก์                                คอยเล่าเหตุบรรยายให้ได้รู้

ถึงประวัติอันรุ่งเรืองเคยเฟื่องฟู                                   จุดแรกดูศูนย์ประวัติฯอยุธยา

            เป็นศูนย์รวมความรู้ประวัติศาสตร์                  เอกราชของกรุงศรีอันล้ำค่า

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอยุธยา                                                  จนพม่าชั่วช้ามาเผาไฟ

            แล้วไปกราบหลวงพ่อมงคลบพิตร                  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนล้วนเลื่อมใส

เพื่อความเป็นศิริมงคลชัย                                             และเลยไป วัดไชยวัฒนาราม

เห็นพระปรางค์สูงเด่นเป็นสง่า                         ไอ้พม่ามาข่มเหงยังเกรงขาม

กำแพงแก้วแวววับระยับงาม                                       นึกเห็นตามคำบรรยายที่ได้ฟัง

มีเจดีย์ย่อมุมซุ้มรายรอบ                                   เพื่อประกอบพิธีมีมนต์ขลัง

กำแพงแก้วชั้นในเยี่ยงในวัง                                        งามดุจดังวิมานแก้วแวววับวาม

            หนึ่งในสามวัดที่ไม่ถูกเผา                               แต่ดูแล้วยิ่งเศร้าเป็นเท่าสาม

เพราะว่าถูกคนไทยที่ใจทราม                                      มันรุกล้ำเข้าไปขุดทำลาย

            บ้างขุดหาสมบัติของมีค่า                                บ้างเข้ามาตัดเศียรพระนำไปขาย

คนชั่วช้าเช่นนี้สมควรตาย                                           แสนเสียดายมรดกของคนไทย

ไม่เว้นแม้พระอัฐิเจ้าฟ้ากุ้ง                               จอมกวีคู่กรุงศรีที่ยิ่งใหญ่

ก็ยังถูกทำลายโดยคนไทย                                           ให้เจ็บใจแทนคนอยุธยา

ถ้าย้อนยุคไปได้จะจับเชือด                             แล้วเอาเลือดล้างเท้าให้สมสา

แต่จนใจไม่อาจย้อนเวลา                                             เลยต้องมาขื่นขมระทมแทน

            กราบขอบคุณชาวกรุงเก่าที่เอื้อเฟื้อ                 และช่วยเหลือแนะนำชื่นฉ่ำแสน

โอกาสมีชาวนนทรีจะตอบแทน                                  วันนี้แสนปลื้มใจอาลัยลา

            บ่ายสามครึ่งบึ่งรถกลับเมืองดาบ                     ด้วยความซาบซึ้งใจได้ศึกษา

และดูงานการบริหารหลายวันมา                                 จะได้นำไปพัฒนาในหน่วยงาน

            กราบขอบคุณอาจารย์สนั่น ประจงจิตร           บรรดาศิษย์ทุกคนขอบคุณท่าน

อาจารย์บรรเทา กิตติศักดิ์ศิษย์กราบกราน                   ทั้งสองท่านกรำงานก่อนหนึ่งวัน

            สี่สิงหา ท่านบินไปเมืองดาบ                           เพื่อไปรับนิสิตด้วยจิตหวั่น

ตามหน้าที่ของครูผู้ผูกพัน                                            แล้วร่วมกันเดินทางไปดูงาน

            ครบกำหนดท่านนั่งรถกลับไปส่ง                   นิสิตลงปลายทางต่างกลับบ้าน

ท่านทั้งสองต้องบินกลับไปสรุปงาน                           และกลับบ้านหลังเราหลายเพ-ลา

            นี่แหละคือแบบอย่างที่ต่างทึ่ง                         และตราตรึงในจิตศิษย์ถ้วนหน้า

ศิษย์ขอกราบแทบเท้าและบูชา                                    ด้วยวาจาสัตย์จริงทุกสิ่งอัน

            พอทุ่มครึ่งถึงวังมะนาวทานข้าวก่อน              และพักผ่อนกายาจ้าละหวั่น

ซื้อของฝากติดมือติดไม้กัน                                         เป็นประกันว่าคิดถึงคำนึงใน

            ขอบารมีหลวงพ่อมงคลบพิตร                        สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนบ่นเลื่อมใส

ช่วยปกป้องคุ้มครองอำนวยชัย                                   ให้ทุกท่านปลอดภัยตลอดทาง

            เสาร์สิบเอ็ด สิงหา เวลาเช้า                              พบหน้าเจ้ากานดายามฟ้าสาง

พร้อมด้วยสองลูกน้อยนั่งคอยทาง                               ความเหนื่อยจางสุขแท้สุขแน่นอน

จะหาสุขอื่นใดไหนจะเท่า                               ได้คลอเคล้าลูกยาสุดาสมร

ขอจบการเขียนรายงานเป็นกานท์กลอน                     ในชื่อตอน "บันทึกศึกษาดูงาน"

 

                                                                                    หนุ่มเมืองดาบ

       ๑๑  สิงหาคม  ๒๕๔๔