ช่วงปิดเทอมจนถึงเปิดเทอมที่ผ่านมา มีจดหมายจากน้องๆเล่าเรื่องการตัดสินใจที่ออกจะเป็นการตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยว น่านับถือจริงๆค่ะ
สวัสดีครับพี่
... หลายเดือนมานี้เฟิร์นมีกิจกรรมทำมากมาย ได้ไปแข่งกีฬาหลายจังหวัดได้ไปแข่งวอลเลย์บอลของ ก.ฟ.ภ ชิงแชมป์ประเทศไทยที่จังหวัดขอนแก่นด้วย แต่ตกรอบ 2 เพราะผู้เล่นตัวหลัก คือผู้เล่นที่ต้องแข่งติดกีฬาเยาวชนแห่งชาติรอบคัดเลือกภาค 3 ที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งรุ่นน้องของเฟิร์นได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนภาค3 ไปแข่งรอบชิงชนะเลิศประเทศไทยที่จังหวัดกาญจนบุรีในเดือนมกราคม 2552 เฟิร์นไม่เสียใจเพราะทีมวอลเล่ย์บอลภูเขียวรุ่นเด็ก พ.ศ.2533 ไม่เก่งเท่ารุ่นน้องหรอก เฟิร์นว่าน้องๆ ของเฟิร์นอาจจะได้ครองแชมป์ประเทศไทยที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ได้ เฟิร์นหวังอย่างนั้นครับ
พี่ครับ เฟิร์นได้สิทธิเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคามด้วยโควตานักกีฬา แต่เฟิร์นตัดสินใจไม่เรียน เพราะทางมหาวิทยาลัยให้เฟิร์นจ่ายค่าอะไรต่อมิอะไรล่วงหน้า เป็นการมัดจำไว้ล่วงหน้าตั้ง 5,000 บาท เฟิร์นไม่มีจ่าย ถ้าเฟิร์นได้เข้าเรียนแล้วทำเรื่องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เฟิร์นก็สามารถเบิกคืนได้หมด แต่เฟิร์นไม่มีที่ไหนจะยืมมาใช้ก่อน เฟิร์นจะตั้งใจเรียนให้จบ ม.6 แล้วหาที่เรียนใหม่ เพื่อนบางคนเค้ามีที่เรียนแล้ว เพราะเค้าเรียนเก่ง เฟิร์นเรียนไม่เก่ง แต่ก็พอจะมีเครดิตนักกีฬาวอลเล่ย์บอล (เฟิร์นไม่เก่งมากๆ หรอก) อีกอย่างย่าก็แก่มากแล้ว แต่เฟิร์นก็เป็นเด็กดี คุณครูที่เฟิร์นอาศัยอยู่ด้วยท่านก็เมตตาเฟิร์นมากเหมือนกัน ชีวิตเฟิร์นมีแต่คนที่มีบุญคุณต่อเฟิร์นทั้งนั้น เฟิร์นไม่ลืมหรอก แต่จะมีโอกาสตอบแทนพระคุณท่านหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย ย่าบอกว่าการเป็นเด็กดี กระทำแต่สิ่งดีๆ ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณได้เหมือนกัน
พี่ครับ... ถ้าเฟิร์นจะเขียนจดหมายถึงพี่อีก คราวต่อไปเฟิร์นจะส่งมาที่นี่ พี่จะได้รับไหมครับ เฟิร์นอยากส่งข่าวให้พี่ทราบ เผื่ออีก 4 ปีข้างหน้า อย่างน้อยจะมีบัณฑิตที่ชื่อ พงษ์ไกรฤกษ์ คำแพง ให้พี่ได้ชื่นชม หรือหากว่าเฟิร์นมีงานทำ มีรายได้ และช่วยเหลือตัวเองได้เฟิร์นก็อยากส่งข่าวให้พี่ทราบครับ
สุดท้ายขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายในสากลพิภพ ดลบันดาลให้พี่ๆและทุกท่านในมูลนิธิพูนพลัง ประสบแต่ความสุข เจริญ ด้วยวรรณะ สุขะ พละ ตลอดปี 2552 ครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นาย พงษ์ไกรฤกษ์ คำแพง