GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ถนอมสายตา ^-^ เมื่อต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ !!!!

คุณอาจนึกไม่ถึงว่าผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ นัยน์ตาจะเคลื่อนไหวไปมาถึงประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน ดังนั้นผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ จึงควรถนอมสายตาให้ดี++

                คนทำงานยุคไอที ที่วันๆ ต้องนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์นานกว่า 3 ชั่วโมง หลายคนจะมีอาการกล้ามเนื้อตาล้า เบลอ หรือรู้สึกปวดกระบอกตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล บางคนอาจจะมีต้อลมมาซ้ำเติม บางคนมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ร่วมด้วย
นี่ยังไม่นับรวมอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง คลื่นไส้ วิงเวียน อาการเหล่านี้แม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็บั่นทอนคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานลงมากทีเดียว
       
       คุณอาจนึกไม่ถึงว่าผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ นัยน์ตาจะเคลื่อนไหวไปมาถึงประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน ดังนั้นผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ จึงควรถนอมสายตาให้ดี
       
       อาการที่นัยน์ตาถูกใช้งานอย่างหักโหม ได้แก่
การมองเห็นสี
       
       หากลองมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น ปรากฏการณ์นี้เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในจอตาหรือจอรับภาพลดลง อย่างไรก็ตามนัยน์ตาก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้ในไม่ช้า หลังจากที่สีเคมีดังกล่าวหายไปชั่วขณะหนึ่ง
       
การมองเห็นภาพซ้อน
       
       กล้ามเนื้อตาจะรวมภาพที่จุดๆ หนึ่ง แต่เหมือนกับมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ๆ กับจุดโฟกัสนั้น เมื่อเราพยายามมอง ก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อน ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ การเห็นภาพซ้อนบางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัวหรือเกิดอาการล้านัยน์ตา หากเห็นภาพซ้อนอยู่เรื่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์
       
ปัญหาในการโฟกัส
       
       หากกล้ามเนื้อตาต้องถูกใช้งานอย่างหนักโดยการทำงานซ้ำๆ เช่น เพื่อเลื่อนโฟกัสมองตามตัวอักษรที่พิมพ์ หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่อ่านบนจอภาพ หรือการจ้องมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานานๆ ก็เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อตาเกิดอาการล้าหรือตึงเครียด และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อตาเสื่อมลง ทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ไปด้วย
       
อาการปวดหัว
       
       เมื่อต้องใช้สายตาอย่างหนักในการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาจจะเกิดอาการปวดหัว พบมากที่บริเวณขมับ ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอและศีรษะเกิดความตึงเครียด อาการปวดหัวอาจไม่ได้เกิดจากความเมื่อยล้าของนัยน์ตาโดยตรง แต่เป็นผลข้างเคียงจากความพยายามจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม คนที่สายตาสั้นจะปวดหัวและมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย
       
       วิธีการถนอมสายตาเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์
       
       1.ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว
       
       2.ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตา รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวน เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนจ้าลงบนจอคอมพิวเตอร์ หากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพมีความสว่างมาก ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว จะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็วและแสบตาอย่างรุนแรง
       
       3.ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา หากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย
       
       4.การใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้
       
       5.ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนมากขึ้น
      
       6.การหยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการจ้องเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ The National Institute of Occupational Safety and Health (NIOSH) แนะนำให้หยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุกๆ 2 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็แนะนำว่าควรจะหยุดพักบ่อยๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เช่น พักสายตาทุก 30 นาที โดยหลับตาหรือมองไปไกลๆ สัก 5-10 นาที แล้วจึงเริ่มทำงานต่อไป ก็จะช่วยถนอมสายตาได้
       
       7.อาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ปิดไฟ นอนพักสักครู่ (ถ้าไม่มีปัญหากับหัวหน้างาน)
       
       8.สำหรับผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์  อาจจะเกิดอาการตาแห้งเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้ง การหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยได้
       9.ควรกะพริบตาให้บ่อยครั้งกว่าปกติ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ภายใน 10 วินาที ลองพยายามกะพริบตาสัก 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก
       
       10.ผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ และมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรตรวจเช็กสุขภาพตาบ้าง
       
       นอกจากนี้ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทิ้งเรื่องเครียดๆ ไว้ที่ทำงาน ก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น หายเหนื่อยเมื่อยล้า พร้อมสู้งานในวันถัดไปได้ค่ะ
<p> </p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): workshop
หมายเลขบันทึก: 2725
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ กับวิธีการดูแลสายตา เพราะว่าตอนนี้เริ่มมีอาการปวดตา ก็เลยต้องใส่แว่น กับหยอดน้ำตาเทียมทุกวันเลย ใครมีปัญหาเรื่องสายตา ต้องรีบดูแลกันหน่อยนะคะ

              ลูกปาล์ม

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ  ทุกวันนี้เราต้องมีการทำงานกับคอมมากขึ้น ทำให้มีปัญหาด้านสายตา  ถ้าเราทราบวิธีการดูแลสายตาที่ถูกต้องจะทำให้เรามีสายตาที่ดีตลอดไป  จะได้ไม่สายตาสั้น+เอียง  ต้องมาใส่แว่นให้รำคาญใจ  หรือไม่ก้อต้องใส่คอนเท็คให้ตาเจ็บ  หรือทำเลสิคให้เปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ