ในวันพฤหัสบดี 4 พฤษภาคม 2549
ที่ผ่านมา ดิฉันได้รับโอกาสอันดีมั๊กมากที่เข้าร่วมทีมกับคุณจิราวรรณ
เศลารักษ์ ซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ของ สคส.
ในการเข้าไปจับภาพที่สถาบันบำราศนราดูร
ซึ่งเรามีกำหนดการกิจกรรมกันทั้งวัน ดังนี้
- การเข้าสังเกตการณ์ OR Morning
talk
- การสอนผู้ป่วยนอกออกกำลังกาย
- การดูแลผู้ป่วยใน AB
Care
- สัมภาษณ์ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร
- การใช้หนอนรักษาแผล
- การเข้าสังเกตการณ์การประชุมกลุ่มผู้ป่วย
ARV (Anti Retro Viral)
- การนำเสนอการประชุมของกลุ่มกุมารเวช
- Micro after talk
ของกลุ่มเทคนิคการแพทย์
เมื่อทีมเราไปถึงในเวลาเช้าตามกำหนดการก็ได้การต้อนรับอันดีจากคุณชนกพรรณ
ดิลกโกมล ที่มีชื่อเล่นว่านก และน้องติ๋ม
ซึ่งพี่นกและน้องติ๋มจะให้อำนวยความสะดวกกับทีมเราทั้งวัน….เมื่อได้ฟังดังนั้น….ทีมเราก็รีบฝากเนื้อฝากตัวกับพี่นกและน้องติ๋มเป็นการยกใหญ่…..
พี่นกได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นของสถาบันฯ และเมื่อถึงเวลา 7.30 น.
ตามที่ได้นัดไว้สำหรับกิจกรรมแรกคือการเข้าสังเกตการณ์ OR Morning
talk ณ ตึก 4 ศัลยกรรม
เมื่อทีมเราไปถึงก็ได้การต้อนรับอันดีจาก
คุณศุภลักษณ์ หิริวัฒนวศ์
หัวหน้าเจ้าหน้าที่ผ่าตัดและ คณะทีมงานได้นั่งล้อมวงเพื่อ
OR Morning talk และคุณศุภลักษณ์
หิริวัฒนวศ์ เป็นผู้ดำเนินการประชุมในวันนี้
และก่อนที่จะเริ่มประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนได้นั่งสมาธิ 5 นาที
หลังจากนั้นหนึ่งในทีมงานได้รายงานการผ่าตัด (OR Morning
talk มีทุกวัน) เช่น ใครผ่า ผู้ดูแลผู้ที่รับการผ่าตัด
การรับนัด การไปเยี่ยมผู้ป่วย รายงานการตรวจสอบความดันก่อนผ่าตัด
ในวันนี้มีคนไข้ที่จะได้รับการผ่าตัดกี่คน
การตรวจสอบประวัติของผู้ป่วยก่อนผ่า เหตุการณ์ผิดปกติระหว่างผ่าตัด
เช่น การติดตำแหน่งผิดในการผ่าตัดตา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความเสี่ยง
และเพื่อป้องกันการผ่าตัดผิดตำแหน่ง
คณะทีมงานได้ระดมความคิดว่าถึงแนวทางในการแก้ไข
ซึ่งในทีมได้ทบทวนการปฏิบัติก่อนทำการผ่าตัดว่าจะมีการตรวจสอบ 3
ขั้นตอน คือ
ขั้นแรก การสอบถามคนไข้ และดู OPD เซ็นกำกับ
ขั้นที่ 2 เมื่อมาถึงห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง
เซ็นกำกับ และ
ขั้นที่ 3 ก่อนรมยา เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
เซ็นกำกับ
และทางคณะทีมงานเสนอความคิดว่าควรเชิญแพทย์และวิสัญญีมาระดมความคิดและแลกเปลี่ยนกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
และเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
หลังจากนั้นมีการรายงานเรื่องต่างๆ
ที่จะต้องปฏิบัติงานในวันนี้ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และ
AARของคณะทีมงาน ก่อนจบประชุม
ซึ่งในกิจกรรมแรกนี้ดิฉันมีข้อคิดที่น่าสนใจคือ
- การที่ผู้นำการประชุมสรุปผลการประชุมให้อีกครั้ง
เพื่อสร้างความเข้าใจของทีมงานให้ตรงกัน
และผู้บันทึกจะได้จดรายละเอียดของการประชุมให้ครบถ้วน
ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับกรณีของผู้ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด
- ในการประชุมมีการให้คนที่ปฏิบัติงานจริงเป็นคนรายงานการประชุม
ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
- มีการช่วยกันระดมความคิดของเจ้าหน้าที่
เพื่อหาทางแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
โดยทุกคนมีส่วนร่วมระดมความคิด
- มีการจัดทำ VCD ช่วยสอน เพื่อใช้ทบทวนความรู้ของนักปฏิบัติ
ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำ 3 เรื่องคือ การใส่สายยางสวนปัสสาวะ
การผ่าตัดกระดูกสันหลัง การผ่าตัดกรวยไต
โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์ในสถาบันเดียวกัน
- การสร้างนวัตกรรม โดยการส่งผลงานเข้าประกวดตั้งปี 46 เช่น
การสร้างเตียงที่มีถังก๊าซออกซิเจนติดอยู่เพื่อช่วยในการทำงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
เป็นต้น
- ในการประชุมมีการจดบันทึกทุกครั้งเป็นหลักฐาน
และมีการตรวจสอบความถูกต้องอยู่ตลอดโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง
และเจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถหยิบอ่านได้
-
มีเจ้าหน้าที่ทดแทนเมื่อเกิดกรณีผู้นำการประชุมติดภารกิจอื่น
- มี Blog (www.gotoknow.org/supalukbi )
หลังจากกิจกรรมแรกเสร็จสิ้นทางทีมงานจับภาพก็ต้องเริ่มกิจกรรมที่สองตามเวลานัดหมาย
8.30 น. คือกิจกรรมการสอนผู้ป่วยนอกออกกำลังกาย
ที่ตึก OPD เพื่อชมการออกกำลังกายของผู้ป่วยนอก
และเมื่อการออกกำลังกายเสร็จสิ้น คุณอำนวยพร
ชัยมงคล
หัวหน้าทีมออกกำลังกายได้กรุณาให้ข้อมูลว่า
“ได้เริ่มโครงการนี้เมื่อเดือนมกราคม 2549
โดยใช้เวลา 8.30 - 9.00 น.
วัตถุประสงค์ของโครงการคือการออกกำลังกายของผู้ป่วยนอกระหว่างรอการตรวจจากแพทย์
เบี่ยงแบนความสนใจในการจดจ่อรอการตรวจ การผ่อนคลายความเครียด
และสร้างความเข้าใจก่อนการตรวจ
การให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยในการปฏิบัติตนโดยทีมพยาบาล ที่สำคัญคือ
เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยนอกและพยาบาล
ซึ่งได้ผลการตอบรับดีจากผู้ป่วยนอก และทางเราก็ได้มี Blog
เป็นของแผนกคือ www.gotoknow.org/OPDMEDBI”
และเป็นที่น่าเสียดายที่ดิฉันยังไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์ผู้ป่วยนอกที่ออกกำลังกายเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ก็ต้องไปกิจกรรมที่ 3 ตามที่ได้นัดหมายไว้
กิจกรรมที่ 3
ที่ว่านั่นคือ การดูแลผู้ป่วยใน AB Care ที่ตึก 7 AB Care ชั้น
1 (Ambulatory Care Unit)
เราได้รับการต้อนรับจากนพ. สมสิทธิ์ ตันสุภสวัสดิกุล
รองผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ได้กรุณาให้ข้อมูลว่า
“เปิดบริการมาได้ 8 ปีแล้ว
ดูแลเฉพาะผู้ป่วยโรคเอดส์
โดยในระยะเริ่มแรกจะมีผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีอาการค่อนข้างหนักเข้ามารักษา
ในปัจจุบันผู้ป่วยที่มาพบแพทย์จะมีสภาพดีกว่าแต่ก่อน
เนื่องจากมีการดูแลตนได้ดีขึ้น และเข้ามารับยาต้าน
โดยในแต่ละวันจะมีกลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์มาพบแพทย์ โดยเฉลี่ย 25-30
คนต่อวันและจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่มาเจอกันในวันที่แพทย์นัด
และเป็นกลุ่มเดียวกันที่ได้รับการอบรมการดูแลตนจากแพทย์
ทำให้ได้รู้จักกัน เช่น กลุ่มที่แพทย์นัดวันจันทร์ กลุ่มนี้จะมาเจอกัน
เพราะผู้ป่วยเอดส์นี้จะเข้ารับการรักษาตลอดชีวิตและจากการมาพบเจอกันนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ
ในการปฏิบัติตน และทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่แนบแน่น
เสมือนญาติเป็นพี่เป็นน้อง เกิดความเข้าอกเข้าใจกัน”
และจากการพบคุณหมอ สมสิทธิ์
ตันสุภสวัสดิกุล
ทำให้ทราบว่าเป็นแพทย์คนเดียวที่ดูแลใน AB Care
และมีพยาบาลเป็นผู้ช่วยอีก 2 คน
และคุณหมอจะอยู่ตลอดทั้งวันตั้งแต่ 8.00-17.00 น.
ซึ่งผู้ป่วยที่มาหาคุณหมอจะสนิทสนมกับคุณหมอเป็นอย่างมาก
เพราะทุกคนต้องมาพบแพทย์เป็นปีๆ
และในโอกาสนี้เรายังได้เข้าเยี่ยมทีมให้คำปรึกษา ที่ตึก 7
AB Care ชั้น 2
ซึ่งอยู่ในกลุ่มงานแนะแนวทางการแพทย์และสวัสดิการสังคม
ซึ่งคุณปัทมาวดี เติมวิเศษ
หัวหน้าทีมให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลว่า “ทีมให้คำปรึกษาของเรามีสมาชิก 9 คนคือ นักจิตวิทยา 2
คนและพยาบาลวิชาชีพ 7 คน จะบริการให้คำปรึกษาในเรื่อง
งานสังคมสงเคราะห์ จิตวิทยา ยาเสพติด และชมรมแสงเทียน
ซึ่งจะเน้นผู้ป่วยโรคเอดส์ กิจกรรมการให้สุขศึกษา (Counselling)
ได้แก่เรื่องของ อาหาร (Nutrition), การดูแลสุขภาพ (Personal
Hygiene), การพักผ่อน (Rest)
และมีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการในเวลาหลังกินข้าว
แต่ยังไม่มีการจดบันทึก และทางเราก็ได้มี Blog เป็นของแผนกคือ
www.gotoknow.org/mcswcop ทำให้เกิดการเปลี่ยนวัฒนธรรมของทีมงานเราอย่างมาก
เพราะว่าเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 2 เครื่อง และทุกเช้า
เที่ยงและในเวลาว่างหลังการทำงาน
ทีมงานหลายคนของเราจะแวะเวียนเข้ามาอ่านข้อมูลใน Blog
และนำมาเล่าสู่กันฟัง
เป็นการสื่อสารที่ทำให้สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทีมงาน
และเนื่องจากเราไม่มีคู่มือ
เราจึงมีกระบวนการพัฒนาคู่มือการให้คำปรึกษา
เพื่อลดการแพร่เชื้อในชุมชน เป็นการลดพฤติกรรมการเสี่ยง
และอยากให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตนไปในทิศทางเดียวกัน
ซึ่งระยะเวลาในการจัดทำคู่มือ 2 ปี โดยปีแรก
เป็นการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา ปีที่ 2 ลดการแพร่เชื้อในชุมชน
ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจัดทำคู่มือ
เริ่มแรกคือการนำหนังสือต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง .........
แปล.........ปรับปรุงให้ใช้เหมาะสมกับวัฒนธรรม
(บริบทคนไทย)..ประเมินผล.....ทบทวนงานวิจัย (จากอินเตอร์เนต,
ห้องสมุด,
ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ในสถาบันฯ)....เชิญที่ปรึกษามาช่วยตรวจสอบกรอบในการทำงาน……การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยใช้เวลาว่างจาการทำงาน
....แก้ไข.....และทดลองนำไปใช้งาน....หลักสูตร
ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระยะการปรับแก้ไขและทดลองนำไปใช้”
เป็นที่น่าสังเกตว่าเนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างไม่เป็นทางการ
โดยจะใช้เวลาหลังพักทานข้าว พูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
จึงขาดการบันทึกซึ่งคุณปัทมาวดี
เติมวิเศษ
ยอมรับว่าจะต้องเริ่มทำแล้วเนื่องจากอยากเก็บข้อมูลเป็นคลังความรู้ของทีมงานให้คำปรึกษา
ดีใจมั่กมาก...ที่ได้ทักทายน้องจ๊ะจ๋าอีกครั้ง ขอบคุณที่มาเติมกำลังใจให้บรรดาป้า ๆ นะ มีเรื่องรบกวนนิดหน่อยจ๊ะ Blog ของชุมชนคนชุดเขียวมีชื่อว่า www.gotoknow.org/supalukbi นะจ๊ะ ชื่อเดิมคลิกแล้วไม่ใช่ของพวกป้า ๆ จ้ะ
ขอบคุณคะพี่ศุภลักษณ์ ที่กรุณาแจ้งบอกและจ๋าได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ขอให้ทำ KM ต่อไปนะคะ