สาม ก ....ที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ของมนุษย์ทุกคน
ชีวิตคนเราเมื่อกำลังจะหมดสภาพนั้น จะมองทะลุถึงสัจธรรมแห่งชีวิตได้ลุ่มลึกกว่าตอนที่อยู่ช่วงขาขึ้น หรือกำลังใช้ชีวิตที่เก่งแย่งแข่งขันเพื่อความอยู่รอด
สังคมไทยวันนี้เพียงแค่อยู่รอดไม่พอ ต่างก็ถูกสอนด้วยค่านิยมสมัยใหม่ว่าจะต้องรวยและมีเกียรติให้สังคมเคารพกราบไหว้อีกด้วย และนี้คือที่มาของความทุกข์อันหนักหน่วงที่ผูกติดกับชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก ดังนั่นคนทุกคนในปัจจุบันพยายามจะหันกลับมาดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ไม่แสวงหาวัตถุจนบ้าเลือดลึมตระหนักไปว่า วันหนึ่งทุกคนก็จะต้องกลับคืนไปสู่ความเป็นผงธุลีดินไม่อาจจะนำทรัพย์สินสมบัติอะไรไปกับตัวได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ซึ่งท่านพระพุทธทาสภิขุได้สอนไว้ว่า สาม ก .. คือ กิน กาม เกียรติ ทั้ง3 นี้ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ตลอดชีวิต เช่นเดียวกับ คำว่า เจริญก้าวหน้า จึงกลายเป็ฯคำเดียวกันเพราะความลุ่มหลงและเข้าใจผิดที่สืบทอดกันต่อๆ มาทำให้คนในสังคมวันนี้เข้าใจผิดคิดว่า กิน กาม เกียรติ คือ ดัชนีแห่งความเจริญก้าวหน้า ทั้งๆ ที่มันทำให้เกิดทุกข์อย่างหนักหนาสากรรจ์ให้กับคนที่หลงเชื่อและปฏิบัติตาม
พระพุทธทาสภิขุ กล่าวไว้ว่า หากคนรู้จัก สาม ก .. ก็ต้องปรับทัศนคติของตัวเองและให้เริ่มสร้างความเข้าใจกับคำว่า พอดี หรือให้ทันสมัยเข้ากับปัจจุบันคือ พอเพียง หรือถ้าหากไม่บรรลุได้ก็ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาไม่บ่อยให้มันมาสร้างความทุกข์อันไม่รู้จักจบสิ้นของตัวเรา ท่านบอกว่า อวิชชา อยู่ได้ก็เพราะเจ้า สาม ก.. นี้เลี้ยงดูปูเสื่อเจ้าอวิชชานี้ก็จะทำให้คนเราโง่แล้วโง่อีก เพราะสาม ก..มีอิทธิพลเหลือความคิดคนส่วนใหญ๋ในสังคม
ดังนั้น ถ้าจะให้พ้นทุกข์ ในชีวิตประจำวันๆ ก็อย่ารอถึงวันใกล้หมดลมหายใจ จงทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองพอและไม่หลงใหลจนเกิดทุกข์เราก็จะหมดลมอย่างมีความสุข
หนังสือชีวจิต ประจำวันที่ 16 กรกฏาคม 2551