วันนี้ (29 มิย.52) ศูนย์ฯ มีภาระกิจ ชนกัน 2 งานก็ว่าได้ นั่นก็คือ DPAC และ Site visit KM แต่ท่าน ผอ.ชัยพร พรหมสิงห์ ท่านเป็น ผอ. คนปัจจุบัน ท่านก็ได้ให้เกียรติอย่างสูงมาต้อนรับคณะเรา (2 คน อิอิ คือ ดิฉัน กับคุณสุทิน) ... ตื่นเต้นมาก และชื่นชมมากด้วย เมื่อได้รับฟังเรื่องเล่า และคำกล่าวต้อนรับจากท่าน รวมถึงการให้แนวทางในการทำงานของศูนย์ฯ แบบเอา KM ไปใช้ในการขับเคลื่อนงาน ก็ว่าได้
จะเล่าน้อยๆ ก็คงไม่จุใจ ขอเล่าละเอียดสักหน่อยนะคะ
ท่าน ผอ. ได้กล่าวไว้ว่า ...
ดีใจและภูมิใจที่ได้มาเป็นทั้ง ผอ. และ ผู้ดูแลงานของศูนย์ฯ เพราะว่า เรื่องโครงสร้าง บุคลากร เรามีคนที่พร้อม ทั้งองค์ความรู้ ที่เป็นทั้ง tacit, explicit, implicit ... มีตั้งแต่ในลูกจ้าง คนเก่าแก่ จนไปถึงระดับ ดร. และเลย ดร. เรามีหมด และเรามีผู้ที่อายุไม่มาก จนถึงผู้ใกล้เกษียณ โดยเฉพาะของเรามีอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูง มีผู้ที่อายุจะบอกว่าไม่มาก แต่มีประสบการณ์
เรืองนี้เรื่องจริงนะ ขอบอก ... เราเห็นมีความคึกคักไปหมด
และถ้าพูดถึงองค์ความรู้ หรือว่า KM ก็มักจะบอกว่า การที่คนเรามีประสบการณ์ มี tacit knowledge ... คำว่า tacit knowledge ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจ แต่ท่านอธิบดีบอกว่า เมื่อไรก็ตามที่โทรไปบอกให้คุณลุงคนหนึ่ง เล่าเรื่องการทำนา (สมมติแกเป็นชาวนา) สักตีสอง ตีสามให้เล่าเรื่องสิ่งที่แกได้ทำ ให้คนมาชื่นชม มาดู แกก็สามารถพูดได้ทันที อันนั้นคือ tacit ... แต่ถ้าไปบอกใครสักคน นักวิชาการนี้ละ เขาอาจบอกว่า เดี๋ยวขอเตรียมตัวก่อน อันนั้นก็จะเป็นความรู้ที่จะต้องไปศึกษาต่อ
... ที่นี่เรามีหมด มีผู้มีประสบการณ์ ผู้มีองค์ความรู้อยู่ในตัว มีการทำงาน กระทั่งมีนวัตกรรม สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะๆ เพราะฉะนั้น หลายๆ ครั้งที่ผมเฝ้าดูอยู่ในเวลาไม่นานนัก ก็เห็นมีทั้งประชุม การพูดจา การนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะทาง รพ. ที่เห็นได้ชัด และมีการประชุมอยู่เป็นระยะ รู้สึกว่า ชื่นชม และมีความดีใจ และภูมิใจว่า ... ที่นี่ผมคิดว่า น่าจะมีสิ่งที่ดีดีที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน กับองค์กร และคงจะมีอะไรใหม่ๆ ให้นักวิชาการได้ทราบ และได้แนะนำกันต่อไป
ผมคิดว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น คงพร้อมที่จะต่อยอด และพร้อมที่จะสนับสนุน และมีข่าวว่า เราอาจจะได้รับเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการจัดตลาดนัด KM กรมอนามัย ... ผมก็คิดอยู่ว่า ถ้าพลังของเรามีพอ ก็อยากจะจัด ซึ่งจะเป็นแนวทางอันหนึ่ง ที่จะบอกได้ว่า ศูนย์ฯ 10 ก็สามารถเป็นศูนย์กลางของความรู้ ทางด้านการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในภาคเหนือ เราก็มีความภูมิใจที่เราจะได้โชว์ ได้เสนอ ได้ให้คนอื่นได้มารับรู้
เพราะว่า ... ที่นี่มีตำนาน คือ ที่หนึ่งเลย มีคนสวยเยอะ (แม่นแล้วเจ้า ฟังคำนี้แล้วอยากมาอยู่ด้วย จะได้เป็นหนึ่งในคนสวย อิอิ) ... มาแล้วรู้สึกสบายตา ทำให้ชีวิตมีอายุเหมือนจะยืนขึ้น (ช๊อบ ชอบ คนฟังในห้องนั้น ทุกคนก็ชอบ ยิ้มแก้มปริไปหมด อ้อ เว้น ป้อชาย) ที่นี่มีทั้งคน และสิ่งแวดล้อมที่สวย คนที่นี่อาจจะอยากไปที่อื่น แต่ว่า ที่นี่มีทุกอย่างเยอะแยะ ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และผมได้มาอยู่ที่นี่ ผมได้ใช้เงินเป็นพัน ซื้อหนังสือเก่าๆ ล้านนา มานั่งอ่าน อาทิตย์ที่แล้วผมไปวัดพระสิงห์ เห็นงานศพท่านอาจารย์มณี พยอมยงค์ผมได้ซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง หนังสือเก่าๆ ของอาจารย์ พลิกอ่านประวัติศาสตร์ ท่านเขียนอะไรดีๆ ไว้เยอะ ก็เป็นองค์ความรู้ ความรู้ที่น่าสนใจ น่าทึ่งในหลายๆ เรื่อง ... ของเราก็คงไม่ต่างกัน
เพราะฉะนั้น ที่นี่ก็น่าจะเป็นแหล่งของการเรียนรู้ทุกๆ กลุ่มวัย ที่เอาประเพณี เอาวัฒนาธรรม เอาความงามของคน ความคิดของคน เอาสิ่งดีดีของที่นี่เข้าไปจับเยอะแยะไปหมด ซึ่งผมว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่ายกย่อง และน่าที่จะเอามาเผยแพร่ให้กับคนทั้งประเทศได้รู้ ว่า ... มีวิถี มีแนวทางในส่วนของการดำเนินงาน ชีวิตของประชาชนของเราให้มีสุขภาพดี
ผมมา ก็มีกิจกรรมเยอะแยะไปหมดในเรื่องจิตใจของคนที่นี่ ก็อยากจะให้ได้ทราบว่า ของเรามีของดีเยอะ และจะพยายาม ที่จะพัฒนางาน ความรู้ tacit นี้ให้เป็นความรู้ที่ออกมาเป็น explicit เหมือนวงจรล้อจักรยาน ล้อมอเตอร์ไซค์ ที่หมุนไป พยายามจะดึงเอาองค์ความรู้ที่เรามีอยู่ คร่ำหวอดจนถึงใกล้เกษียณ ที่มีมากๆ เพื่อที่จะเกิดสิ่งต่างๆ ที่จะเผยแพร่ไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลาก เป็นการสร้างบ้านแปงเมืองในอนาคต
อนาคต กรมอนามัย คงจะมีศูนย์ฯ 10 ที่สามารถจะให้คนอื่น หรือบุคคลากรอื่น หรือศูนย์ฯ อื่น หรือพวกเราได้มาค้นหา แลกเปลี่ยนกัน กับศูนย์ฯ ของเรา ที่น่าจะเป็น center หรือเป็นแหล่งเรียนรู้ KM ของเราในระดับประเทศ ในระดับกรมฯ
รวมเรื่อง แกะรอย KM ศูนย์ฯ 10
มาแอบดูแม่หมอก่อน ตกใจเสียงดังแป่วๆๆๆ กำลังแอบมาจากการบรรยาย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ