วิธีการลดความคลาดเคลื่อนทางยา

วันที่ 29-30 มิถุนายน 2552 มีการประชุมการจัดการความรู้เรือง วิธีการลดความคลาดเคลื่อนทางยา โดยใช้กระบวนการ Success Story Telling, KM Cafe' และ Dialouge ได้ผลสรุปจากการประชุมดังรายละเอียดต่อไปนี้

 Prescribing Error

         ระบุจำนวน mg/kg

         ลายมือชัดเจน ใหญ่

         ไม่เขียนคำย่อ

         ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย มีการปฐมนิเทศการใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ใหม่ และโปรแกรมต้องเสถียร

         Confirm กลับใน order ที่ไม่ชัดเจนในเรื่องขนาด,mg, dose, ยา small dose/ผิดพลาดได้ง่าย

         มี Protocol การใช้ยา

         มีการ round ร่วมกันระหว่างแพทย์และพยาบาล

         มีแบบฟอร์มช่วย

         ใช้เครื่องหมายช่วยบอกความเร่งด่วน/ปรับยา

         ใช้ Trade name กำกับกรณีชื่อยาคล้ายกัน, ถ้าเป็นยา sample ให้ระบุในใบสั่งยาด้วย

         ทวนคำสั่งด้วยวาจา

         ให้ Staff sign ทับกรณีนักศึกษาแพทย์สั่ง,Order By Tel

         Order By Tel ให้สะกดชื่อยา เปิดเป็น Speaking Phone ให้มีพยานฟัง

         ถ้าเป็นยาใหม่ให้สื่อสารให้ทราบทั้งหน่วยงาน

         กรณียาฉีดที่ OPD

         Check กับ OPD Card

         เภสัชกรตรวจสอบกับแพทย์

         กรณีแพทย์เปลี่ยนยา พยาบาลแก้ไขใน OPD Card เภสัชกรแก้ไขที่ใบสั่งยา

         มีการ Feed Back ข้อมูลให้เภสัชกรทราบ

Dispensing Error

         สุ่มตรวจสอบยาในผู้ป่วยที่มี Item ยามาก ๆ (OPD)/ผู้ป่วยกลับบ้านตรวจยา Home Medication ทุกราย (IPD)/มี Note กระตุ้นถ้ามียาเพิ่ม (กรณี Block dose)

         Remark ในยาที่เกิด Error ง่าย / ADE รุนแรง

         ใช้สัญลักษณ์แทนตัวอักษรกรณีผู้ป่วยต่างชาติ/สูงอายุ/อ่านไม่ออก

         เพิ่มทักษะ/การนิเทศกำกับติดตามในผู้ที่จ่ายยาผิดบ่อย ๆ /ซ้ำ ๆ

         LASA แยกที่เก็บ/Remark/สั่งซื้อจากบริษัทอื่นที่ Package ต่างกัน

         Empowerment ผู้ป่วยให้ตรวจสอบยาตนเองได้ รู้วิธีการใช้ยา ถ้าไม่ตรงกับที่แพทย์บอกให้กลับมาพบแพทย์ที่ห้องตรวจอีกครั้ง

         บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ผู้ป่วยไว้สำหรับติดตามกรณีสงสัย

         ผู้ป่วยสูงอายุ/ชาวต่างชาติให้มีญาติหรือล่ามมาด้วยทุกครั้ง

         Empowerment เรื่องยาแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อเพิ่ม Drug complianceและเฝ้าระวัง ADE

         ถ่ายรูปตัวอย่างยาสำหรับสื่อสารกับผู้ป่วยและแพทย์

         สอบถามการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยก่อนจ่ายยาทุกครั้งเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ของยากับโรคที่ป่วย

         กำหนดให้มีเภสัชกร 1 คน screening ใบสั่งยาทุกใบก่อน Key ยา

         มีใบกำกับการใช้ยาในผู้ป่วยที่ต้องฉีดยาต่อเนื่อง (กรณีต้องไปฉีดยาต่อที่สถานบริการอื่น)

         ระบุเวลาให้ยา Stat Dose ใน DOS เพื่อป้องกันการจ่ายยาซ้ำ

         Identify ชื่อ สกุล ผู้ป่วยใน copy DOS และใบสั่งยา

         Feed Back ข้อมูลให้เภสัชกรและมีการจัดการเชิงระบบ

Administration Error

        Label ยา Multidose ระบุวันผสม/วันหมดอายุ

         เก็บยาให้ถูกต้องตามชนิด

         Double check ก่อนให้ยาทุกครั้ง

         ยึดหลัก 7R อย่างเคร่งครัด

         Double Independent check

         Check Drug Interaction ในกรณีที่ผู้ป่วยใช้ยาหลายชนิดและบอกวิธีการบริหารยาที่ชัดเจน

         เซ็นยาแบบ Real Time

         ร่วม round กับแพทย์เพื่อทราบเหตุผลการใช้ยา

         มีแว่นขยายสำหรับดูชื่อยาที่มีขนาดอักษรเล็ก ๆ

         มี Infusion pump ใช้ในยาที่มีความเสี่ยงสูง (HAD), แนวทางการเฝ้าระวังและมี Sticker HAD ขณะให้ยา

         ผสมยาต้องผสมให้ถูกต้อง

         ยาที่เหลือให้ทิ้ง แต่เก็บ Ampule หรือขวดยาไว้ตรวจสอบซ้ำ

         ยาฉีดให้เตรียมแบบ case by case

         Label สีใน Card ยา/วิธีบริหารที่เหมือนกัน

         Quick round ก่อนรับเวร

         Label ยาที่ผสมแล้วว่า มียาที่ต้องเก็บในตู้เย็นที่กล่องยา

         Pre-conference ยาที่เคยผิดพลาดบ่อย ๆ

         ยาชนิดที่เป็นแบบ Single dose และมีการสั่งใช่ small dose ให้ดูดยา 2 เท่า เจือจาง และสลัดทิ้ง ½ เพื่อให้มีปริมาณยาที่จะบริหารถูกต้อง

         ให้ระบุตัวทำละลายในยาเฉพาะในการ์ดยา

         ผู้ป่วยเปลี่ยนเตียงให้โทรแจ้งเภสัชทันทีและ confirm ในใบ NN

         มีใบให้ข้อมูลยาแนบมาด้วยทุกครั้งที่เป็นยาใหม่/ยาที่ไม่ค่อยใช้ในแผนก

         ติด Sticker Label ชื่อผู้ป่วยที่ Syringe ยาที่สำคัญ เช่น MO.

         ทำสัญลักษณ์ที่การ์ดยากรณีที่มีการเปลี่ยน Dose

         มีปัญหาด้านยาให้ปรึกษาเภสัชกร

         ตระหนักในการรายงานความผิดพลาดด้วยตนเองโดยการเขียนใบอุบัติการณ์

         ทบทวนความเสี่ยงด้านยาอย่างสม่ำเสมอ

 ขอเชิญผู้เข้าร่วมประชุม KM ครั้งนี้ทุกท่าน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยใช้กระบวนการ AAR (After Action Review) ตอบคำถาม 3 ข้อดังต่อไปนี้

1. ท่านคิดว่าท่านบรรลุในเรื่องใดบ้าง อย่างไร ?

2. ท่านคิดว่ามีเรื่องใดที่ไม่บรรลุ เพราะเหตุใด ?

3. หากท่านไปจัดการกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เอง ท่านคิดว่าจะปรับขั้นตอนใดบ้าง ?