มารยาทในการเข้าร่วมสังคม
การยอมรับของสังคม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มนุษย์ต้องการ เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นอาทิ เช่น การยอมรับในสังคมที่ทำงาน ในสังคมโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งการที่จะทำให้สังคมยอมรับจำเป็นต้องมีแนวทางปฏิบัติเพื่ออยู่ร่วมกันและเป็นที่ยอมรับในสังคม ดังนี้
1. ใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่เอาแต่ใจหรือถือความคิดของตนเป็นสำคัญ
2. เสียสละทรัพย์สินหรือแรงงานร่วมกับบุคคลอื่น เป็นการเสียสละทรัพย์สินและแรงกายเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม หาก
กลุ่มต้องการและบุคคลอื่น ๆ ได้แสดงน้ำใจเช่นนั้น
3. เคารพกฎเกณฑ์ ยอมรับกฎเกณฑ์ข้อตกลงในการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ข้อตกลงของกลุ่มมีว่าช่วยกันพัฒนา
โรงเรียนในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เราก็ควรจะมีมารยาทไปร่วมด้วย
4. มีความสามัคคี มีความกลมเกลียวในการทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่น เป็นการร่วมแรงร่วมใจแสดงความพร้อมเพรียงกัน
5. สุภาพเรียบร้อยนุ่มนวลกับทุกคน ไม่แสดงท่าอวดดี อวดรู้หรือพูดจาระรานผู้อื่น หรือพูดมากจน น่ารำคาญ
6. มีน้ำใจนักกีฬา ไม่คิดมากหรือคิดเล็กคิดน้อยว่าตนทำมากกว่าคนอื่น ควรนึกแต่เพียงว่า ถ้าช่วยกันทำให้ดีที่สุด หรือถ้า
ทำผิดพลาดไปก็รู้จักขอโทษ
7. ประพฤติตัวให้เหมาะสม รู้จักกาลเทศะ รู้จักวางตนให้เหมาะแก่กิจกรรมที่ร่วมด้วย เช่น งานรื่นเริงก็ควรแต่งกายอย่าง
สวยงาม หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส หรืองานเศร้าโศก (งานศพ) ก็ควรแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์มีกิริยาท่าทางสำรวม
8. ไม่ติเตียนหรือซ้ำเติมเมื่อผู้อื่นทำผิด เมื่อเห็นใครทำผิดพลาดไปก็ไม่ควร แสดงท่าทางหรือ กิริยาที่เป็นการถากถาง
หรือดูหมิ่น แต่ควรจะช่วยให้กำลังใจแก่เขาที่จะแก้ตัวทำให้ดีใหม่ต่อไป
มารยาทในการับแขก
ธรรมเนียมไทยถือว่า เมื่อมีผู้มาเยือนถึงบ้าน เจ้าบ้านควรต้อนรับเป็นการแสดงมารยาทอันดีงามของเจ้าบ้านมารยาทเป็นคุณธรรมที่ดีที่ทุกคนควรปฏิบัติ การต้อนรับแขก จึงควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ
1. ถ้านัดหมายกับแขกคนใดไว้ ต้องจำวันนัดให้ได้พอจวนเวลานัด ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่แขกมาแล้วรอเราแต่งตัว
2. เมื่อแขกมาถึงบ้าน ควรเชื้อเชิญเข้าบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และให้ความเคารพตามควรจัดที่นั่งในที่อันควร จัดน้ำ บุหรี่ มารับรอง ถ้าแขกนั้นเป็นเพื่อนสนิท ต้องแนะนำให้รู้จักกับสามี หรือภรรยา หรือสมาชิกในครอบครัว แต่ถ้าไม่สนิทสนมและเป็นแขกมาธุระส่วนตัวก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำ
3. ชวนแขกคุย อย่าให้เหงา และแสดงความเห็นใจเมื่อแขกมาปรับทุกข์ด้วย
4. ขณะสนทนาอยู่กับแขก ไม่ควรลุกเดินไปมาบ่อย ๆ หรือมองดูนาฬิกา ซึ่งเท่ากับเป็นการไม่ให้ความสนใจแก่แขก และเป็นทำนองไล่แขกทางอ้อม คนที่มีมารยาทดีไม่ควรทำอาการรำคาญ หรือง่วงนอน ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยหรือง่วงก็ไม่ควรแสดง เจ้าบ้านไม่ควร ตำหนิหรือด่าใครต่อหน้าแขก ควรจะพูดหลังเมื่อแขกกลับแล้ว
5. ถ้าห้องรับแขกมีวิทยุหรือโทรทัศน์ เวลาแขกกำลังสนทนาอยู่ไม่ควรให้ลูกหลานมาเปิดวิทยุฟัง หรือดูโทรทัศน์ที่ในห้องรับแขก
6. ถ้าแขกมาขอความช่วยเหลือ ถ้าพอช่วยได้ก็ช่วยไปตามควร ถ้าช่วยไม่ได้ก็แสดงความเห็นใจ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
7. เมื่อแขกกลับ เจ้าบ้านควรลุกออกไปส่งถึงประตูบ้าน พร้อมกับกล่าวแสดงความขอบคุณที่กรุณา มาเยี่ยม และกล่าวเชิญในโอกาสต่อไป
ข้อมูลจาก : www.khonthai.com
ขอบคุณสำหรับสาระดี ๆ คนไทยควรมีมารยามแบบไทย โดยปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลานในรุ่นต่อไป
ดีครับ.....ถ้าทุกคนมีคุณสมบัติมรรยาทในตนปัญหาความวุ้นวายคงไม่เกิด......คนไทยต้องเป็นคนมีระเบียบมรรยาทแบบไทย