ในประเทศจีนมีศิลปินนักวาดภาพที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งซึ่งเขาเก่งที่สุดในการวาดภาพใบไม้ทุกชนิด ทำให้เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
อยู่มาวันหนึ่งชื่อเสียงของเขาก็ดังไปถึงหูของฮ่องเต้ พระองค์มีความค้องการให้นักวาดภาพคนนี้วาดภาพไก่ พระองค์ทรงโปรดปรานไก่มาก ก็มีรับสั่งให้ศิลปินเข้าเฝ้าและมอบหมายให้ไปวาดภาพไก่ด้วยภู่กันมาถวาย หลังรับพระบัญชาแล้วนักวาดภาพต้องทำงานอย่างหนัก เพราะเขาไม่มีความรู้และไม่เคยวาดภาพไก่มาก่อน แต่ทว่าด้วยความพยายามและมั่นใจในฝีมือของตัวเอง เขาจึงคิดว่าเขาจะวาดให้สวยได้แน่นอน เขาได้จ้างให้คนนำไก่ ชนิดต่างๆมาขังกรงไว้ที่บ้าน แล้วก็เอาไก่เหล่านั้นมาเป็นแบบ แต่ก็ไม่สามารถที่จะวาดให้สวยได้ดั่งใจ เมื่อเวลาได้ผ่านไปนานพอสมควร ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้นำภาพวาดมาให้ทอดพระเนตร พระองค์ทรงแสดงอาการไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงมีรับสั่งให้เขาวาดใหม่ให้ดีกว่าเดิม วันเวลาผ่านไปใกล้กำหนดเข้ามาทุกที เขาก็ยังจนมุมกับการวาดภาพไก่ จึงทำให้เขาคิดหนีแต่ในคืนที่เขาคิดจะหนีนั้นก็ได้มีหลวงจีนท่านหนึ่งธุดงค์ผ่านมา ท่านแปลกใจมากทำไมบ้านหลังนี้มีไก่เต็มไปหมดจึงแวะเข้าไปถาม ฝ่ายศิลปินก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้หลวงจีนฟัง หลวงจีนจึงกล่าวแก่เขาว่า "ที่ท่านวาดภาพไก่ไม่ได้เพราะท่านยังไม่เป็นไก่" ได้ฟังแค่นี้ก็ทำให้เขาคิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในคืนนั้นเขาได้ปล่อยไก่ทั้งหมดออกจากรงขังให้เป็นอิสระ ทำให้เขาได้เห็นภาพไก่ที่ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระมันช่างงดงามมาก เขาได้วาดภาพไก่ตามที่ใจต้องการ หลังจากนั้นจึงได้นำไปถวายฮ่องเต้ เมื่อฮ่องเต้ได้เห็นภาพนั้นพระองค์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ตรัสถามศิลปินว่าทำอย่างไรจึงวาดภาพไก่ได้งดงามเช่นนี้ คำตอบที่ได้รับก็คือ "เพราะข้าพระองค์รู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่แล้ว จึงสามารถวาดได้พะยะค่ะ"
การที่เราจะทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง สิ่งสำคัญก็คือความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในเรื่องนั้นๆ มีความรักและเอาใจใส่กับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เราผุ้เป็นเจ้าของชีวิตก็ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกรายละเอียดสามารถซึมลึกลงถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายในจิตให้ได้ แล้วเราจะพบว่าการสร้างชีวิตให้มีความสุขไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ที่มา : การเข้าถึงศิลปะ
เรียบเรียงโดย : ชุติปัญโญ
สำนักพิมพ์ : ใยไหม
ชอบบทความนี้ค่ะ สามารถโยงเรื่องศิลปะ เพื่อนำมาเป็นข้อคิดได้อย่างดี
อ่านแล้วเป็นกำลังใจแก่ชืวิต