ผมหลงรักวิถีชีวิตของชาวนา เรียบง่ายแต่งดงาม
เมื่อไม่นานผมได้ร่วมออกค่ายกับทางมหาวิทยาลัยเป็นค่ายที่ลงไปฝังตัวอยู่กับชาวบ้าน อยู่กินกับชาวบ้านประมาณ 15 วันทำให้ผมเกิดความสนิทคุ้นเคยกับชาวบ้าน พร้อมกับการได้เรียนรู้ภูมิปัญญาของชาวบ้านในหลายๆสาขา เช่น การทอผ้าไหม การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำสวนเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ และที่สำคัญไปกว่าอื่นใดคือ วิถีชีวิตของชาวนา ผมได้พูดคุยกับชาวบ้านหลายๆคนแล้วได้ทราบว่าชาวนาลำบากมากกว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดมาให้เราๆท่านๆได้กินกัน
ชาวนากำลังลกกล้า
บุญคุณของชาวนามีมากมาย เขาทำงานหนักแต่ผลกำไรที่ได้ ไม่ได้มากเหมือนกับทำงานเพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้สินที่ล้นตัวไม่มีเงินเหลือเก็บ บางคนต้องส่งเงินที่ได้ให้ลูกเรียนหนังสือ เป็นความหวังของผู้เป็นพ่อแม่ ว่าเมื่อลูกได้เรียนเมื่อจบมาจะได้เป็นเจ้าคนนายคน จะไม่ได้มาลำบากเหมือนกับตนเอง เป็นเช่นนี้จริงๆผมไม่ได้พูดโกหกแต่อย่างใด
พูดไปแล้วผมรู้สึกสงสารชาวนามาก ที่ทำงานหนักแต่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย คนที่รวยคือพ่อค้าที่ชอบทำนาบนหลังคน เอารัดเอาเปรียบคนอื่น คดโกงคนพวกนี้รวยกว่าทุกๆคน
ความเรียบง่ายที่งดงาม
รถไถนาพาเข้าบ้านเมื่อยามย่ำเย็น จากนั้นก็หุงหาอาหารเลี้ยงครอบครัว มีปลากินปลา ผักเก็บจากรั้วบ้าน มีกบ มีเขียดที่เพิ่งไปไต้มาเมื่อคืน เอาออกมาป่นกินกับข่าอ่อน ลวกผัก น้ำพริกสักถ้วย ข้าวเหนียวสักก่องเมื่อเสร็จทุกคนในครอบครัวเข้ามาล้อมวงกินกัน ครัวไหนมี 5 คน ก็กิน 5 คน ครัวไหนมี 10 คน ก็กินให้พร้อมกันทั้ง 10 คน ขาดหายไปไหนก็ไปตามมาให้ได้กินพร้อมๆกัน ความอยากจนทำให้ต้องกินข้าวเยอะๆกินกับให้น้อยๆ แต่น้ำใจนั้นกลับมากหลาย ใครเดินผ่านมาเป็นอันเรียกกินข้าวทุกคน
"มากินข้าวเด้อหล่า"
"ได้อีหยังกินข้าวแลง"
"ป่นกบ กับผักลวก"
"กินข้าวแลงแล้วบ่"
"มาแต่ไส"
"มากินข้าวนำกันก่อน"
คำพูดเหล่านี้ผมได้ยินทุกวัน เป็นคำพูดที่เรียบง่ายแฝงไปด้วยความมีน้ำใจที่บริสุทธิ์นักไม่ได้เสแสร้งแต่ประการใด ความเป็นสังคมชาวนาที่เรียบง่าย ทำให้ผมหลงรักความเป็นชาวนา เป็นชีวิตที่เรียบง่ายแต่งดงามนัก
ให้เอารถราคาเป็นแสนมาแลกก็ไม่สู้ งัว ขับเคลื่อนสี่เท้า
ความสุขที่ดูแล้วก็มีความสุขเหมือนเดิม กับบรรยากาศยามเย็นที่หลังจากเอาวัวออกไปเลี้ยงในตอนสายๆพอตะวันใกล้ตกดินก็ได้เวลาต้องเอาวัวมาเข้าคอก เดินมาก็คุยกันมาระหว่างเพื่อนร่วมเดินทาง
"นาเจ้าเป็นจั่งได๋"
"หญ้าหลายบ่ ข่อยสิได่เอางัวข่อยไปเลี้ยง"
"บักทิดเขียวว่าทางโคกป่าซาดมีหญ้าหลาย"
"ขั่นสั่น มื่ออื่นเฮาเอางัวไปเลี้ยงทางโคกหน้อ เฮาสิได่เอาเสียมไปหาขุดจีนูนนำ"
"เออ ดีดี"
บทสนทนาที่ผมได้ซึมซับมาเมื่อครั้งได้ร่วมเดินทางเอาวัวเข้าคอกของเย็นวันหนึ่ง
สุขใจนักที่ได้พักพิง
ถึงแม้ความยากจนจะมากขนาดไหนแต่ ชาวนาก็ยังมีความหวังว่าสักวันจะสามารถปลดหนี้สินได้ วันข้างหน้าจะได้มีความสุขที่แท้จริงสักที
ผมได้สัมผัสความเป็นไปทุกขั้นตอนของวิถีชีวิตของชาวนาและเข้าใจปัญหาของชาวนาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ที่จะกล่าวต่อไปคือ หนี้สิน เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดและยากกับการแก้ไข หนทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยได้คือต้องเดินตามรอยเท้าพ่อหลวง ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ก็ได้หันมาใช้แนวทางนี้ และปัญหาเรื่องหนี้สินก็ลดน้อยลงไปแล้ว ผมดีใจที่จะได้เห็นชาวนาหมดหนี้สักที
ขอบคุณคณะทำงานที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวหวังว่าคงได้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆอีก




สวัสดีครับคุณ -`๏’-..ตะวันอ้อมข้าว..-`๏’-
คิดถึงท้องนาที่บ้านครับ
อยากกลับไปเหมือนกันครับ
นำภาพทุ่งนามาฝากครับ
น่าสงสาร ค๊
ขอบคุณภาพสวยๆ เรื่องราวดีๆ อ่านแล้วคิดฮอดบ้านหล๊ายยหลาย ^^ "ชาวนาเป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่"
ชอบมากค่ะ เป็นชีวิตที่เรียบง่ายจริงๆ ผู้คนก็ใจดี..
เดน
ไม่ทราบว่าที่ไหนคะ :) อยากไปบ้างจัง