คนเราส่วนใหญ่อยากรู้เรื่องชาวบ้าน มากกว่าที่จะให้ชาวบ้านมารู้เรื่องของเราเอง

ผมตื่นเช้ามาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2552 ฟังข่าวก็รู้สึกเหมือนหลาย ๆ คน ว่า ใจหาย เพราะวันก่อนเพิ่งมีข่าวดาราหญิงยุค 60 ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและกำลังจะจากไป ซึ่งดูสมเหตุสมผล แต่กลับเป็น Michael Jackson ที่ตายทีหลังแต่ดังกว่า เพราะไม่มีวี่แววว่าจะเป็นอะไรเลย แถมผมยังได้ยินข่าวว่าจะออก consert ที่ลอนดอนเพื่อเคลียร์หนี้ แถมไมเคิ่ล ยังบ่นว่าเล่นตั้งหลายรอบ(50 รอบ เท่าอายุพอดี) ส่วนตัวชอบเพลง Ben ตอนเขาร้องตอนยังเป็นเด็ก(ไมเคิ่ลแก่กว่าผม 12 ปี) ส่วนยุคหลังชอบ Heal the world ที่มีความหมายลึกซึ้งทั้งสองเพลง เขาถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ดีมาก น่าจะเป็นพรสวรรค์ จริง ๆ แล้วช่วงที่ดังมาก ๆ มักจะเป็นเพลงเต้น ที่หลายคนคุ้นกัน มีท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจะน่าเกลียดสำหรับสังคม แต่ก็ทำให้เขาเป็นที่จดจำ ช่วงที่มีเงินและทรัพย์สินมากมาย เขากลับไม่มีทักษะในการใช้เงินที่หามาได้เลย และหาคนที่รักและคอยชี้แนะคงไม่มีหรือมีแต่ไมเคิ่ลเชื่อตัวเองมากกว่า ไมเคิ่ลก้าวข้ามวัยเด็ก เข้าสู่วัยทำงาน และเป็นสินค้าของนายทุน ชีวิตก็เลยขาดความสุขตามแบบแผนของคนทั่วไป ในมุมของเราก็อาจจะอิจฉาเขาว่ามีชื่อเสียงและมีเงินทองมากมาย แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ไมเคิ่ลไม่มีเลยก็คืออิสระ ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และน่าสงสาร แม้ว่าจะมีผู้คนห้อมล้อมมากมาย บางทีการเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักอาจจะดีกว่า คนเราส่วนใหญ่อยากรู้เรื่องชาวบ้าน มากกว่าที่จะให้ชาวบ้านมารู้เรื่องของเราเอง(ที่เป็นส่วนตัว)อยู่แล้ว และชอบบอกว่าถ้าชั้นเป็นยังนั้นยังนี้จะทำดีกว่า ผมเชื่อว่าสถานการณ์และการตัดสินใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าผมเป็นไมเคิ่ลผมอาจไม่ทำศัลยกรรมใบหน้า แต่ก็อาจไม่ดังเท่านี้ เพราะนี่คือชีวิตของใครของมัน เรื่องชีวิตของไมเคิ่ลคงมีคนพูดวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกนาน แต่ผลงานของเขาคงเป็นอมตะเหมือนอย่างกับอดีตพ่อตา(ที่ไม่เคยรู้จักกัน)ของเขาเอง เอลวิส เพรสลีย์ หลับให้สบายเถอะนะ ไมเคิ่ล เพราะคุณไม่ตายเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2552 คุณก็คงตายคาเวทีคอนเสิร์ตที่ลอนดอนสักรอบนึง แต่ยังไงก็ตามคุณก็จะเป็นศิลปินต่างประเทศที่ผมชื่นชมในความสามารถตลอดไป.............RIP Michael Jackson