ข้างกล่องยาจุดกันยุงแบบขดยี่ห้อนึงเขียนไว้ว่า ... “วัตถุมีพิษ ห้ามรับประทาน” !!!
ขณะกำลัง รวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมสอนในหลักสูตร Risk Management โดยองค์กรต้องการให้เน้นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้บริโภคและคำเตือนข้างกล่อง บนซอง หรือบนสลาก
แอมมี่ไปเจอ entry นึง ของคุณ ธวัชชัย คิดอ่าน เห็นว่า เป็นข้อมูลที่ตลกดีค่ะ สามารถหยิบยกบางอย่างมาใช้สอนได้ เลยขออนุญาตนำมาแชร์กันตรงนี้
เคยมีคดีตัวอย่างเกิดขึ้นที่เมืองนอก เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง
เป็นเรื่องของร้านแม็กโดนัลครับ มีลูกค้าคนหนึ่งขับรถมาซื้อกาแฟร้อน 1 แก้วกับอาหารสองสามอย่างในร้านนี้ ระว่างขับรถก็เกิดอยากกินอาหารขึ้นมา จึงเอาขาหนีบกาแฟร้อนเอาไว้ตรงหว่างขา แล้วใช้อีกมือหนึ่งถืออาหาร พอรถเบรค กาแฟร้อนก็กระฉอกออกมานอกแก้ว ทำให้น้องชายโดนน้ำร้อนลวก กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นโรงขึ้นศาล สุดท้ายชายคนนี้ก็ได้เงินค่าทำขวัญหลายล้านบาท ด้วยเหตุผลนิดเดียวว่า ข้างแก้วไม่มีคำเตือนว่าของที่บรรจุอยู่ข้างในน่ะร้อนนะโว้ย โปรดวางไว้ให้ห่างเจ้าน้องชายมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ชวนให้นึกถึง FW Mail ขำๆ ขึ้นมาได้อันนึง เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำเตือนนี่แหละ ลองอ่านดูนะครับ
1. ข้างกล่องยาจุดกันยุงแบบขดยี่ห้อนึงเขียนไว้ว่า
“วัตถุมีพิษ ห้ามรับประทาน” ….ผ่างงงงงงง !!!
(ใครอยากฆ่าตัวตายด้วยการกินยากันยุงแบบขด ก็ตามใจมันเถอะ)
2. บนถุงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึง
“คุณมีสิทธิ์ได้รับรางวัลโดยไม่จำเป็นต้องซื้อโปรดอ่านรายละเอียดในซอง”
(อ้าว..)
3. แปะอยู่บนสบู่ยี่ห้อดัง
“วิธีใช้ : เหมือนสบู่ทั่วไป”
(ขอบใจนะ)
4. บนกล่องอาหารแช่แข็ง
“โปรดอุ่นก่อนรับประทาน” …
(ถ้าคนเปิดมันโง่นักก็ให้มันแ-กเข้าไปเถอะ)
5. บนที่เป่าผมยี่ห้อนึงเขียนว่า
“ห้ามใช้ขณะหลับ” ..(จะบ้าตาย)
6. พิมพ์อยู่ด้านใต้ของกล่องเค้กที่ขายในห้างดัง
“คำเตือน : ห้ามคว่ำกล่อง” ??
7. บนกล่องซาลาเปาในร้านสะดวกซื้อ
“คำเตือน : อาหารจะร้อนเมื่อนำเข้าไมโครเวฟ”
(มันคงเย็นหรอกน๊ะ)
8. บนกล่องเตารีด
“ห้ามใช้รีดผ้าขณะที่สวมใส่” ... - -'
9. บนกล่องยาแก้หวัดเด็ก
“ห้ามขับรถ หรือคุมเครื่องจักรขณะรับประทานยานี้ ... o_O!!
10. บนกล่องยานอนหลับ
“คำเตือน : อาจทำให้ง่วงเมื่อใช้ยานี้”
(ทำไมต้องบอกกกกกก...ที่กินก็เพราะกรูอยากง่วงงงงง)
11. บนกล่องไฟประดับฉลองปีใหม่
“ใช้สำหรับภายในหรือภายนอกอาคาร” (ไม่บอกไม่รู้น๊ะเนี่ย -_-')
12. บนกล่องถั่วกระป๋องยี่ห้อดัง
“วิธีใช้ : เปิดกระป๋องแล้วรับประทานถั่ว” (ขอบคุณที่บอก (_ _'))
13. บนชุดซุปเปอร์แมนของเด็ก
“คำเตือน : คนสวมใส่เสื้อผ้านี้ไม่สามารถทำให้บินได้”
(เพิ่งรู้นะเนี่ย -"-!!)
ผมว่า คำเตื่อนที่ 13 มีเหตุผลนะ เพราะสินค้าใช้กับเด็ก ซึ่ง เด็กบางคน อาจยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะจำแนกได้ว่า อะไร จริงหรือไม่จริง เด็กอาจจำว่าซุปเปอร์แมนบินได้ในทีวี ก็นึกว่าหากใส่แล้วจะบินได้จริงๆ ก็ ทำให้เด็ก โดดจากที่สูงในขณะที่ใสุ่ชุดดังกล่าว เพราะนึกว่าบินได้จริงๆ ก็เป็นได้ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ เรื่องนี้
โดยส่วนตัวคิดว่าคำเตื่อนบนฉลาดสินค้าต่างๆ เหล่านี้ มีไว้ ดีกว่าไม่มีเลย อ่านแล้วอาจขำๆไปบ้าง นั่นเพราะ เราอาจเข้าใจอย่างดีแล้วว่าสินค้านั้น มีวิธีการใช้อย่างไร แต่อย่าลืมว่า สินค้านี้ผลิตในสำหรับคนหมู่มาก เป็น mass product ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่ทุกคนที่ใช้สินค้านี้จะรับทราบหรือมีความเข้าใจอย่างเท่าเทียมกัีน ถึงวิธีใช้สินค้าในแต่ละอย่าง ดังนั้นจึงยังคงจำเป็นที่ ผู้ผลิตสินค้าจะต้องอธิบายวิธีการใช้หรือคำเตื่อนเพื่อไม่ให้ ผู้บริโภคสับสนหรือเข้าใจผิดได้ ครับ
ใช่ค่ะ คุณ Ksomboon คำเตือนในสลากสินค้า โดยปกติก็เขียนขึ้นมาจากเหตุการณ์จริงๆ ทั้งนั้นค่ะ
เรียนอาจารย์ dr-ammy
ผมกำลังทำโครงการ Data Warehouse and Data Mining ให้กับธนาคาร 2 แห่งและตั้งใจจะรวบรวมเรื่องนี้ในอนาคตที่ทำเสร็จซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่ถ้าอาจารย์ต้องการข้อมูลก่อนรบกวนเขียน Mail ไปหาผมนะครับ (ผมจะส่งข้อมูลบางส่วนให้ก่อนตรับ)
44. Tanapol Kortana [IP: 124.122.60.188]
เมื่อ ส. 27 มิ.ย. 2552 @ 21:39
1374678 [ลบ] [แจ้งลบ]
Hypothesis และความมุ่งมั่นในการมาเรียน Ph.D.
จากรูป HR Architecture นี้ผมขอเริ่มที่กรอบสีฟ้าว่าด้วยเรื่อง( คิดเป็น วิเคราะห์เป็น คิดแบบวิทยาศาสตร์ คิดแบบ Creativity Innovation สังคมการเรียนรู้ จิตสาธารณะ) ผมขอพูดเรื่อง KM องค์ความรู้ทางด้านการบริหาร โดยเลือกเรื่องอุตสาหกรรมด้านการเงินและการธนาคาร
และเน้นส่วยของการแช่งขัน
ปัจจุบันมีการแข่งขันในแวดวงการเงินและการธนาคารสูงมากและยังมีวิกฤตเศรษฐกิจด้านการเงินเกิดขึ้นทั่วโลก และหลาย ๆ ครั้งเกิดจากการทุจริตซึ่งมาจากการบริหารข้อมูลไม่ทันการ หรือไม่สามารถนำข้อมูลที่ถูกต้องจากที่ต่าง ๆ หรือข้อมูลมาก ๆ มาประมวลผลเพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ทันเวลา หรือสอดคล้องกับสภาวะของการแข่งขัน
ดังนั้นผมจึงเลือก Hypothesis ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของธุรกิจการเงินและการธนาคารดังนี้คือ
Hypothesis “ถ้า CEO,CFO,COO,CMO ของธนาคารสามารถนำองค์ความรู้และข้อมูล KM [โดยใช้ข้อมูลในรูปแบบของ Business Intelligent(BI) และ Data Warehouse] มาใช้ได้ถูกต้องจะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการคิดแบบ Strategic Thinking และสามารถทำให้เขาเหล่านั้นเป็น Strategic Leadership เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารให้เหนือคู่แข่งขันและเป็นผู้ชนะในสนามธุรกิจ”
ตัวแปรตามคือ ผู้บริหารที่มีการทำ KM ได้ถูกต้องจะสามารถสร้างผลการดำเนินการได้อย่างประสบความสำเร็จ
ตัวแปรอิสระคือ การสร้าง KM ที่ไม่เหมือนกันด้วยเครื่องมือ ,Systematic ,Process ที่แตกต่างกันจะได้ Out Come ที่ต่างกัน
ทุกวันนี้ผมกำลังดำเนินการโครงการ BI และ Data Warehouse โดยใช้ผู้รู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการนำเครื่องมือต่าง ๆ H/W , Application, Network และอื่น ๆ มาประกอบพร้อมทั้งทำ Research Culture ของผู้บริหารระดับสูงของธนาคารทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการทำ Questionnaire ,การทำ In-depth Interview และการนำ Case Study ที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมาใช้ประกอบเพื่อ ออกแบบระบบ, ขั้นตอนทุก ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็น H/W, Network, Application และ Innovation ใหม่ ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม,เร็วกกว่าเดิม และ Real Time โดยใช้คนไทยเป็นหลักเกิน 50%
ผลที่ได้นอกจากการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นกับคนไทย สร้างระบบ BI ที่ช่วยให้ระบบการเงิน การและการธนาคารของไทยยั่งยืนและแข็งแรงอย่างยาวนาน ยังเกิดผลงานที่มีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท และด้วยความมั่นใจถึงการทำระบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม ด้วยคนที่มีความรู้ความชำนาญ ระบบการ Research อย่างละเอียด เรามั่นใจว่าจะสามารถขาย The First Site ได้อย่างแน่นอน และต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งโครงการนี้จะจัดทำ Proposal สำเร็จจนได้ Out Come คือมีการสั่งซื้อต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปีถึงจะ Implement ได้สมบูรณ์ สอดคล้องกับการเรียนปริญญาเอกของผมพอดี และนี่คือความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของผมเพราะนอกจากจะได้เงินชนิดที่มีความหมายอย่างมากและยังได้ความรู้ พร้อมกับการคาดหวังถึงความสำเร็จของการเรียนอีกด้วย
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ธนพล ก่อฐานะ
ดีมากเลยค่ะ อจ.ธนพล
เป็นการบริหารความเสี่ยง (ของการศึกษา) ด้วยการนำความรู้และงานวิจัย มาบูรณาการและต่อยอด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วยังนำมาใช้ได้จริงอย่างยอดเยี่ยมที่สุด ^^