ลดต้นทุนเรื่องคนอย่างไรไม่ให้เจ็บมาก
คำถาม
ผมเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนาดไม่ใหญ่นักโดยผมจะดูแลภาพรวมและทิศทางทั้งหมดของบริษัทบริษัทของผมเป็นบริษัทด้านลอจิสตกส์ ก่อตั้งในเมืองไทยมาเกือบ 15 ปีมีการเติบโตมาเรื่อยๆ และที่ผ่านมายังไม่เคยเจอวิกฤตทางธุรกิจหนักๆแม้แต่ตอนปี 2540 ที่ว่าแย่ๆกันบริษัทผมเองก็ยังผ่านมาได้แบบไม่เลวร้ายมากนักรวมทั้งพนักงานก็ไม่ได้ผลกระทบอะไรแต่มาคราวนี้ผมเองไม่มีความมั่นใจว่าจะผ่านสถานการณ์ไปได้โดยไม่มีการดำเนินการที่จะกระทบกับพนักงาน ผมเองได้พยายามลดต้นทุนอย่างอื่นเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี แต่ก็ยังไม่คุ้มกับสถานการณ์ที่แย่ลงก็คงจะต้องลงมาถึงเรื่องการลดต้นทุนเรื่องคนก่อนผมจะเปิดเรื่องนี้กับทีมผู้บริหาร ผมอยากขอแนวทางจากคุณดิลกว่ามีขั้นมีตอนเรื่องการลดต้นทุนเกี่ยวกับคนอย่างไรและมีข้อควรระวังในเรื่องอะไรบ้าง- อุดม
คำตอบ
ในช่วงเวลาแบบนี้ ผมได้รับคำถามและการขอข้อแนะนำจากผู้บริหารหลายท่านบ่อยมากซึ่งก็คงเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า เรากำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่กันจริงๆผมจะให้ข้อแนะนำในลักษณะที่เป็นแนวทางแบบค่อยเป็นต่อยไปเพราะเดาจากคำถามแล้ว คุณอุดมดูจะยังไม่อยากหักด้ามพร้าด้วยเข่าหรือทำให้เสียบรรยากาศ ดังนั้นก็ควรจะเลือกแนวทางแบบค่อยเป็นค่อยไปน่าจะเหมาะกว่านะครับ
การลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคนแบบที่ค่อยเป็นค่อยไปก็คงจะต้องเตรียมการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยใช้หลักการว่าเราจะลดจากเรื่องที่กระทบกับพนักงานน้อยที่สุดไปถึงกระทบมาโดยลำดับ โดยเทียบกับการลดลงของธุรกิจและบริษัทมีการพยายามลดต้นทุนอย่างอื่นไปแล้วแต่ก็ยังไม่พอจึงต้องลดต้นทุนเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้นไปอีก นั่นแปลว่าคุณอุดมต้องได้ตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะต้องลดให้ได้กี่บาทต่อเดือนเพื่อจะได้กำหนดแนวทางได้ว่า จะดำเนินมาตรการไปจนถึงจุดใด
ขั้นแรกเรื่องที่กระทบกับพนักงานค่อนข้างน้อยก็น่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการที่เกียวกับความสะดวกสบายหรือความบันเทิง เช่น การจัดเลี้ยงปีใหม่ การจัดนำเที่ยวการจัดงานรื่นเริงต่างๆ
ขั้นถัดมา ถ้าขั้นแรกยังไม่ได้ตามเป้าหมายคุณอุดมก็คงต้องพิจารณาเรื่องสวัสดิการที่เป็นความจำเป็นโดยยังให้มีอยู่แต่อาจลดลงมาในระดับที่น้อยลงหรือปรับคุณภาพให้ลดลงมาหน่อยเช่น ลดค่าเบี้ยเดินทาง ลดค่าน้ำมันรถเปลี่ยนรถรับส่งจากรถปรับอากาศเป็นรถพัดลม
ขั้นต่อมา ถ้าต้องมีการลดอีกก็เริ่มขยับไปเรื่องที่ใกล้ตัวพนักงานมากขึ้นก็คือ เรื่องค่าจ้างเงินเดือนโดยเริ่มจากการลดการทำงานล่วงเวลาแล้วขยับไปเป็นให้การประกาศให้หยุดโดยจ่ายร้อยละ 75 ตามกฎหมายหนักขึ้นอีกก็ให้ลากิจโดยไม่ได้รับค่าจ้างนอกจากนี้การควบคุมค่าจ้างทางอ้อมก็ต้องทำควบคู่กันไป คือไม่จ้างคนใหม่ถ้ามีใครลาออกก็ให้เกลี่ยงานภายใน มีการปรับกระบวนการทำงานให้ใช้คนน้อยลง
ขั้นที่เริ่มหนักขึ้นหากสถานการณ์ยังแย่อยู่ ก็คงต้องลดคนโดยการลดคนแบบก็มีแบบร่วมใจจากในรูปของการให้เงินจูงใจเป็นพิเศษหรือแบบเลิกจ้างยกแผงโดยจ่ายค่าชดเชยพร้อมเงินช่วยเหลือให้กับพนักงานแต่ไม่ว่าแบบไหนก็ตามคุณอุดมจะต้องหาแนวทางวิธีการที่จะทำให้มั่นใจว่าพนักงานที่เก่งที่ดีจะยังคงทำงานอยู่ด้วยกันกับเรา
และที่สำคัญไปกว่านั้นคุณอุดมจะต้องออกแบบเรื่องการสื่อสารให้ดีโดยเฉพาะถ้าเรามีสหภาพแรงงานก็ยิ่งจะต้องเตรียมการมากเป็นพิเศษรวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าเราดำเนินการไปอย่างมีเหตุผลและเป็นธรรมนอกจากนี้อย่าลืมประเด็นในทางประปัญหาทางกฎหมายโดยเฉพาะหลักเรื่องการยินยอมของพนักงาน จะต้องให้ปรากฎหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน
ขอให้คุณอุดมสามารถผ่านไปได้ด้วยดีครับ
ที่มา :โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์
ขอบคุณมากที่ลงเรื่องนี้ให้อ่านกัน มีประโยชน์มาก แต่ไม่ได้เป็นนิสิต ป.โท นะคะ
ไม่เป็นไรคะ ยินดีมากคะ
มาเยี่ยมให้กำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานครับ