สมาชิกท่านใดที่ทำงานเกี่ยวพันกับสื่อท้องถิ่น อ่านข่าวนี้นะคะ
อ้างอิง : ข่าวจาก http://www.siamturakij.com/ สยามธุรกิจ
ภาพข่าวจาก http://www.siamlocalnews.com/crtc/index.php


สภาสื่อท้องถิ่นเร่งขึ้นทะเบียนสื่อชุมชน
นัดขึ้นทะเบียนขอไลเซ่นส์เดือนหน้า
สภาองค์กรวิทยุและโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ ขันอาสาเป็นแกนนำ ช่วยผู้ประกอบการเคเบิลและวิทยุท้องถิ่น นัดขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตให้บริการประเภทสื่อชุมชนในเดือนหน้า
นายวิโรจน์ พูลสุข ประธานสภา สอทช. พร้อมคณะกรรมการบริหารสภาองค์กรวิทยุโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ (สอทช.) ได้เข้าพบ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อขอความ ชัดเจนของกรอบเวลา และหลักการในการ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงประเภทวิทยุธุรกิจที่มีโฆษณาได้ และวิทยุสาธารณะหลังจากสมาชิก สอทช. ทั่วประเทศ ยังมีความสับสนในร่างประกาศ หลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตของ กทช. ที่กำหนดให้มีการขึ้นทะเบียน โดยที่กฎเกณฑ์ต่างๆ ยังไม่ชัดเจน แต่กทช.ต้องการ ให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนล่วงหน้าในครั้งนี้
ผลภายหลังการเข้าหารือ มีความชัดเจนว่าการขึ้นทะเบียนล่วงหน้าดังกล่าว พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการ กทช. ระบุว่า ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้แก่คลื่นธุรกิจ และคลื่นสาธารณะได้ โดยผู้ที่มีสิทธิ์อยู่ในข่ายจะได้ รับใบอนุญาตประเภทคลื่นชุมชนต้องมีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต มีมาตรฐานทางเทคนิคของกำลังส่งและเสาสูง และไม่มีโฆษณาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
ดังนั้น กรณีสถานีใดไปขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตคลื่นวิทยุชุมชนจะต้องปรับลดความสูงของเสา กำลังส่ง และต้องไม่มีโฆษณาตามเงื่อนไขที่คณะทำงาน ด้านวิทยุกระจายเสียงชุมชนกำหนดทันที
ส่วนการขอใบอนุญาตให้บริการประเภทคลื่นธุรกิจ และคลื่นสาธารณะนั้น เลขาธิการ กทช. เสนอแนะทางออกว่าให้ สอทช.ไปรวบรวมรายชื่อของสมาชิกที่อยู่ ในประเภทคลื่นธุรกิจ และคลื่นสาธารณะทั้งหมดมาขึ้นทะเบียนต่อสำนักงาน กทช. และกำหนดหลักเกณฑ์ชั่วคราวในการอนุญาตให้มีการทดลองออกอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมโดยสำนักงาน กทช. จะสนับสนุนการดำเนินการอย่างเต็มที่
นายวิโรจน์กล่าวว่าการขึ้นทะเบียน ต่อกทช.เพื่อเตรียม พร้อมที่รองรับหลังจาก ที่มีการแต่งตั้ง มีคณะกรรมการกิจการกระ จายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะใช้ในประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ได้ ทันที และในระหว่างการเตรียมความพร้อม นี้ทุกคลื่นที่มาขึ้นทะเบียนกับ สอทช.จะต้อง ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์การออกอากาศ ผังรายการ การโฆษณา กำลังส่ง ตามมาตรฐานที่ สอทช. ร่วมกับสมาชิกกำหนด ร่วมกัน ซึ่งทุกอย่างจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2552
แนวทางที่ได้นำเสนอต่อเลขาธิการ กทช. เป็นแนวทางที่สร้างความชัดเจนต่อการแก้ไขปัญหา โดยจะแยกประเภทกัน อย่างชัดเจน และเห็นว่าจุดยืนของ สอทช. สนับสนุนให้มีการขึ้นทะเบียนคลื่นชุมชนกับคณะทำงานวิทยุกระจายเสียงชุมชน เฉพาะผู้มีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยผู้นำองค์กรจะเป็นผู้รวบรวมเอกสารนำไปยื่นต่อคณะทำงานดังกล่าว เพื่อป้องกันความสับสน
นอกจากนี้สมาชิก สอทช.ต้องติดตามข่าวสารที่ถูกต้องและชัดเจนจากสำนักข่าวประชาชน CRTV NEWS เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างคลื่นธุรกิจ กับคลื่นชุมชน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากการสื่อสารผิดพลาดผู้ที่เคยประกอบกิจการคลื่นธุรกิจที่มีโฆษณามาก่อน ไปขึ้นทะเบียนเป็นคลื่นวิทยุชุมชน จะไม่สามารถมีโฆษณา ต้องปรับลดขนาด เสา และกำลังทันที หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ก็เท่ากับผิดกฎหมาย ไม่แตกต่างไปจาก คลื่นที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน
ในส่วนของคลื่นวิทยุชุมชนนั้น ก่อนขึ้นทะเบียนทุกคลื่นต้องมีการสำรวจคุณสมบัติให้ครบถ้วน และพิจารณาศึกษากฎเกณฑ์ที่จะออกมาให้เข้าใจ เพื่อจะได้ปฏิบัติ โดยถูกต้อง และเห็นด้วยที่ทุกคลื่นควรรวม ตัวกันขึ้นทะเบียนผ่านผู้นำองค์กรเพื่อลดความสับสน และให้ทุกคลื่นอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของ คลื่นธุรกิจที่มีโฆษณา หรือคลื่นสาธารณะ ที่ยังไม่เข้าร่วมกลุ่ม หรือองค์กรใด ควรประสานงานกับตัวแทน สอทช. ในจังหวัด เพื่อร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งจะได้รับข่าวสารการจัดประชุม หรือการออกกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกต้อง ขณะนี้ สอทช. จะเป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมเครือข่าย วิทยุและโทรทัศน์ภาคประชาชนที่มีเครือข่ายกว่า 3,000 สถานี ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ต่อไปจะมีการเชื่อมโยงรายการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้เป็นไป ในมาตรฐานเดียวกัน
นายวิโรจน์กล่าวว่า แนวทางการดำเนินการประธานสภา สอทช. กล่าวว่าจะมีการนำเสนอโครงการขึ้นทะเบียนคลื่น วิทยุธุรกิจ และคลื่นสาธารณะต่อเลขาธิการ กทช. โดยใช้ข้อมูลที่สมาชิกได้มาขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ในการแจ้งจดทะเบียนของเตรียมความพร้อม ในการขอรับใบอนุญาต โดยในระหว่างนี้ สอทช. จะร้องขอให้คณะกรรมการ กทช. พิจารณาออกใบอนุญาตทดลองออกอากาศ เพื่อผ่อนปรนในระหว่างนี้ไปพลางๆ ก่อน
ทั้งนี้ ในกลางเดือนกรกฎาคม 2552 สอทช. จะร่วมกับสำนักงาน กทช. ในการ จัดให้มีการประชุมเพื่อทำความเข้าใจระเบียบปฏิบัติดังกล่าวที่กรุงเทพมหานคร และเปิดรับจดทะเบียนสำหรับผู้ยังไม่ได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต่อ สอทช. เป็นครั้งสุดท้ายในวันดังกล่าว ซึ่งในระหว่างนี้ สอทช. ยังคงเปิดโอกาสให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน โดยแต่ละจังหวัดสามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์ม และส่งใบคำขอขึ้นทะเบียนผ่านตัวแทนองค์กรที่เป็นแกนนำได้จนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2552 หลังจากนั้น จะปิดการขึ้นทะเบียน เพื่อรวบรวม เอกสารการจดทะเบียนนำส่งให้สำนักงาน กทช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป