ข้อมูลนี้นำมาจาก Web-Site http://www.biz-change.com
ผมได้กล่าวไว้ที่นี่เมื่อนานมาแล้วถึงเรื่องที่ว่าด้วยวิญญาณในแก่นพุทธศาสนาจริง ๆ โดยยกตัวอย่างของจักขุวิญญาณขึ้นมา (ดูได้ที่นี่) ในคราวนี้ก็จะกล่าวต่อในประเด็นว่า การหลงซึ่งรูปซึ่งนามนั้นจริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไร วิสัยของปุถุชนสามารถเข้าถึงได้หรือไม่ ซึ่งผมต้องบอกก่อนว่ามันเป็นไปได้! และนิพพานเป็นเรื่องง่ายเสียเหลือเกิน!
ตกใจใช่มั้ยล่ะครับ บางท่านคงนึกด่าผมในใจที่เอาเรื่องอย่างงี้มาล้อเล่นกัน แต่ใครจะด่าจะว่าผมอย่างไรก็เอาเถิดครับ ผมรู้ผมอ่านออกแต่ผมไม่รับนะครับ อิ อิ… ที่ว่าง่ายนั้นจริง ๆ ต้องไล่ไปอีกหลายตอน แต่ก็ไม่หลายตอนเกินไปหรอกครับ ทำใจให้สบายปล่อยสิ่งที่เคยรู้มาให้หายไปเหมือนหนังสือของหลวงพ่อพุทธทาส “ศิษโง่ไปเรียนเซ็น” นั่นเลยทีเดียว
เริ่มกันเลยนะครับ ที่จั่วหัวมาเรื่องหลงรูปนั้นเห็นจะเพราะว่าผมว่าคนสมัยนี้มันมีความหลงในสิ่งปลอม ๆ กันเยอะมาก เพราะอะไร ตอบได้หลายทางนะครับแต่ถ้าจี้ใจดำถึงจุดกำเหนิดเลยก็ต้องบอกว่า เพราะอวิชชาครับ! มันเริ่มตรงใหนก็เริ่มตรงไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่เราเห็นนี้แท้จริงมันไม่ใช่ของจริงอย่างไงล่ะครับ ถ้าพูดให้ชวนงงอีกนิดก็ต้องพูดว่า “เห็นจริงครับ แต่มันไม่ใช่ของจริง” อันนี้ท่านเจ้าคุณ โชดก ชอบพูดครับ นิยามของคำ ๆ นี้อธิบายให้คนอื่นหรือนักวิชาการสายอื่นน่าจะเข้าใจได้ยาก แต่อย่างที่ผมตั้งหัวข้อไว้ ผมก็จะมุ่งเน้นไปทางกลุ่มนัก IT นะครับ ซึ่งผมเห็นว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ผมจะพากันออกจากวังวนแห่งโลกได้ง่ายด้วยความรู้พื้นฐานด้าน IT นี่ล่ะครับ
คราวนี้มาดูกันว่า “เห็นจริง แต่ไม่ใช่ของจริงคืออะไร” ก็อย่างเช่นเวลาเราดูหนังฟังเพลงน่ะครับ หนังบางเรื่องมันเร้าอารมณ์ถึงกับร้องไห้ ไอ้หนังบางเรื่องมันทำให้สนุกสุด ๆ ถึงกับยิ้มแกล้มปริทั้งวัน อันนี้คนทำงานด้าน IT ลองนึกตามผมมานะครับ ถ้าเราจับหนังเรื่องนั้น ๆ มาใส่ใน DVD หรือ Flash Drive แล้วก็ดูนะครับ อารมณ์ให้อารมณ์เดียวกันมั้ยครับ ทำให้ร้องได้ ทำให้สนุดได้ ทำให้อะไรอะไร หลาย ๆ อย่างได้ แต่ถ้ามองอย่างคน IT มอง
- ภาพที่เราเห็นมันก็แค่ภาพนิ่งหลาย ๆ ภาพมาต่อ ๆ กัน แล้ววิ่งไปอย่างเร็วจนเรารู้สึกว่ามันเคลื่อนไหว ทีนี้ลองพิจารณานะครับถ้าเราเห็นภาพเหล่านั้นได้ไว ขนาดที่มันเป็นภาพ ๆ ไป มันจะเร้าให้เราเกิดอารมณ์ได้มั้ยครับ อันนี้เป็นขั้นแรกว่าเราเห็นจริงเห็นภาพจริง แต่ตามประสาของมัน มันก็แค่ภาพนิ่งไม่ได้เร้าอารมณ์อะไรเลย
- ทีนี้มาให้ละเอียดอีกนิด พอเอาภาพนิ่งมาพิจารณาให้ถ่องแท้เข้าไปแล้ว ภาพนิ่งเหล่านั้นมันก็แค่เกิดจาก สีและแสง แค่สีเขียวบ้างขาวบ้าง อะไรต่อมิอะไร สุดท้ายภาพมันก็แค่กลุ่มของสีครับ แล้วภาพมันอยู่ตรงใหนล่ะ หมดกัน! อ้าวจริง ๆ แล้วภาพก็ไม่มีหรือนี่
- ว้าาาาาา… เอา ๆ มาพิจารณากันต่อ แล้วแสงกับสีเกิดจากอะไรล่ะ นึกให้ดีนะครับจากคน IT หยาบนิดนึงมันก็แค่เลขฐานจริงมั้ยครับ สีขาวก็ FFFFFF สีดำก็ 000000 สุดท้ายแล้วสีก็ไม่มี!
- เริ่มเห็นหรือยังครับหนังที่ทำให้เราสนุกมันก็แค่เลขฐาน แล้วจบหรือยังล่ะ! ต่ออีกนิดครับใกล้แล้วล่ะ ทีนี้ถ้าคนที่รู้จริง ๆ เรื่อง IT แล้วก็จะรู้ต่อไปอีกว่า จริง ๆ แล้วไอ้เลขฐาน 16 ที่เราเห็นมันประกอบกันจนเป็นภาพนู้นภาพนี้นั้น มันก็เกิดมาจากเลขฐาน 2 เอง ก็คือ 0 กับ 1 แล้วให้นิยาม 0 เป็นดับ 1 เป็นเกิด นะครับ ถูกครับ ภาพที่เราเห็นมันก็แค่เกิดจาก 01 01 หรือ เกิดดับ เกิดดับ นั่นเอง!
- ตกใจมั้ยครับหนังเรื่องที่เคยทำให้หลง รูปโป๊ที่เคยทำให้เกิดกามตัณหา มันก็แค่การ เกิดดับ ที่เป็นระเบียบของมันเท่านั้นเอง
- และสุดท้ายแล้ว 1 หรือเกิดก็ไม่มีจริงครับ มันมาทีหลังเพราะเนื้อที่ในสื่อต่าง ๆ แต่ละบิทมันเริ่มเป็นบิท 0 ครับ แล้วค่อยเขียนลงไปว่า ให้เกิด 1 ตรงใหนบ้าง
รูปก็มีเท่านี้ล่ะครับก็แค่การเกิดดับที่ไวจนเราไม่เห็นเพราะจิตมันกระด้าง ก็เลยเห็นเป็นหนังเห็นเป็นเพลงเห็นเป็นรูปโป๊เปลือย ก็เหมือนกันครับ ในจิตมนุษย์หรือแม้กระทั่งกายเมื่อแยกไปจริง ๆ มันก็แค่ธาตุ 4 พอเอา ธาตุ 4 แยกตามแบบนักวิทยาศาตร์ มันก็แค่ Atom ทีนี้พอเอา Atom มาแยกลงไปอีกสุดท้ายมันก็แค่คลื่น เอาคลื่นมาแยกลงไปอีกสุดท้ายมันก็แค่การเกิดดับครับ อย่าหลงกับมันนักเลย!
รูปที่ 1 จาก http://www.webmastercourse.com/articles/html-color-codes-part2
รูปที่ 2 จาก http://www.energy.go.th/moen/upload/atomStructure.gif
รูปที่ 3 จาก http://www.watnai.org/live/images/stories/untitled-1.gif