งาน คือชีวิต ก็ต่อเมื่อเรามีสติทุกขณะในการทำงานนั้น

ปีหนึ่งๆ ผ่านไปรวดเร็วมาก เผลอแป๊บเดียว ครบวงรอบได้เริ่มต้นสอนนักศึกษาใหม่อีกแล้ว ปีนี้หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ของเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนานักศึกษาให้เกิดทักษะการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเราเรียกว่าTransformative Learning สอดคล้องพอดิบพอดีกับแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านในของตนเองจนเกิดปัญญา

อันที่จริงดิฉันไม่ได้วาดฝันถึงขั้นเกิดปัญญานะคะ แค่เพียงนักศึกษาตระหนักรู้ในตนเอง ใคร่ครวญว่าตนเองรู้สึกอย่างไร เป็นอย่างไร และรับรู้ความรู้สึกทุกขณะที่จิตใจกระเพื่อมไหว ผลตอบรับก็จะเกิดสติและปัญญาก็จะมาเอง จึงจัดกิจกรรมก่อนเปิดเรียน1วันให้แก่นักศึกษาเพื่อให้สัมผัสตรงกับจิตตปัญญาศึกษา

การเตรียมความพร้อมจัดภายใน 1 วัน โดยใช้กลยุทธ์เรียนรู้ผ่านกิจกรรม และการเรียนรู้อย่างมีความสุข เป้าหมายเพื่อเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงภายในด้านจิตใจ และเพื่อให้เกิดความรู้สึกดีต่อการเข้ามาเรียนในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม

มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม 178 คน จัดแบ่งเป็น 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกระบวนกร 2 ท่าน อาจารย์ร่วมเรียนรู้ 1 ท่าน และ พี่ใจดี 1 ท่าน ทุกกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมหลักเหมือนกัน

กระบวนกรที่มาร่วมทำงานในครั้งนี้ เรียกว่าผู้ใหญ่ใจบุญ เป็นอาจารย์จากคณะเทคนิคการแพทย์ วิศวะ ศูนย์จิตตปัญญา วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยนเรศวร บ้างก็ทำงานอิสระ เช่น เครือข่ายพุทธิกา และ อาจารย์ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ฯ รวมทั้งสิ้น 12 คน สำหรับอาจารย์ร่วมเรียนรู้มี 6 คน จาก หลักสูตรวิทยาศาสตร์สื่อความหมายฯ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ฯ ส่วนพี่ใจดีมาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของหลักสูตร และบริการการศึกษา อีก 6 คน และมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านอาหาร สถานที่ การลงทะเบียน เครื่องเสียง และช่างภาพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนเป็นผู้ที่เคยเข้า work shop เรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงานและให้บริการทุกคน

ผลสรุปจากของการจัดกิจกรรมพบว่านักศึกษาสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ระดับมากถึงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 86.4 มีความพึงพอใจในกระบวนกร และกระบวนการของกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม ระดับมากคิดเป็นร้อยละ 80.9-89.0

ดิฉันได้สรุปบทเรียนจากการบันทึกของนักศึกษา 64 คน ผลที่ออกมาทำให้รู้สึกปลื้ม จนต้องนำมาบอกเล่า 

ลูกศิษย์เล่าว่ากิจกรรมครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ว่า...

การทำงานกลุ่มจะต้องมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องอดทนที่จะฝ่าฟันอุปสรรค เสียสละ ยอมลำบาก เพื่อให้งานสำเร็จ ต้องเห็นอกเห็นใจกัน ใส่ใจดูแลกันและกัน ให้อภัย ไม่โทษ ไม่โกรธกัน มีคำพูดของนักศึกษาที่กินใจผู้เขียนมาก มาฝากด้วย “ต้องดูแลเพื่อนที่อ่อนแอ ไม่ทอดทิ้งกัน ปลอบใจเมื่อเพื่อนผิดหวัง”

ไม่เท่านั้นการทำงานเป็นทีมยังต้องมีการวางแผนที่ดี คนในทีมต้องมีเป้าหมายเดียวกัน รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย ในการแบ่งงานกัน ควรคำนึงความถนัด ตามความแตกต่างของคน และจบด้วย ทุกหน้าที่มีความสำคัญเหมือนๆกัน ควรเคารพ และเชื่อใจกัน สุดท้ายสติในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญมากๆ 

มาถึงตรงนี้ทำให้คิดถึงท่าน ติช นัท ฮัน เขียนไว้ในหนังสือเรื่องปาฏิหารแห่งการตื่นรู้ มีสาระที่ประทับใจมากๆ  อยู่ตอนหนึ่ง คืองาน คือชีวิต ก็ต่อเมื่อเรามีสติทุกขณะในการทำงานนั้น เห็นด้วยหรือไม่คะนักศึกษาเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงในตัวตนแล้ว