"รพ. แม่สอด ไม่มีทะเลนะจะเมาคลื่นได้ยังไงครับพี่น้อง?"

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยมะเร็งกับทีมเยี่ยมบ้านมาครับ มีเรื่องที่ทำให้เรา ขำ ๆ (ขำขื่น) มาเล่าให้พวกเราฟัง

 

ป้าม.เป็นผู้ป่วยมะเร็งหลังจมูก (nasopharyngeal cancer) อยู่กับลูกชาย 2 คน (เสื้อน้ำเงิน) ลูกชายทำธุรกิจ แต่ช่วงที่แม่ป่วยก็มาดูแลแม่ตลอดเป็นอย่างดี อาการที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สุขสบายคือ ปวดก้อนที่คอ

1 สัปดาห์ก่อน ผู้ป่วยปวดมากจนทนไม่ไหว เลยพาไป รพ. ปรากฏว่า ช่วงที่นอน รพ. ผู้ป่วยไม่ยอมนอน-ไม่ยอมกิน-สับสนตลอดเวลา พอกลับมาบ้านอาการดังกล่าวหายเป็นปลิดทิ้ง? (ลูกชายเล่าให้ฟัง)

ตาม form ครับผมก็ไวทีเดียว เปิดตำราอธิบายทันทีว่า "น่าจะเกิดจากยาแก้ปวด+เปลี่ยนที่นอน+ทำให้คนไข้สับสน"

ลูกชายคนไข้" ไม่ใช่หรอกหมอ...บังเอิญช่วงไปนอน รพ. แม่แกเมาคลื่น"

ผมถึงกับงงไปเลย "รพ. แม่สอด ไม่มีทะเลนะจะเมาคลื่นได้ยังไงครับพี่น้อง?"

เฉลย "เมาคลื่น ที่นอนลมป้องกันการเกิดแผลกดทับ (Alpha Bed) "

(กลไกการทำงานคือ ลมเป้าเข้าออกไปทีละลูกเป็นลูกคลื่น) แทนที่จะป้องกันแผลกดทับกลับทำคนไข้เวียนหัวโดยเฉพาะเวลาที่เปลี่ยนผ้าปู+อาบน้ำ....ยิ่งเวียนหัว

ลูกชาย "อีกเรื่องคือผมไม่ว่างเลยให้มะหน่อ(ภาษาพม่าแปลว่าน้องสาว) 2 คนไปเฝ้าแม่ที่ รพ. แม่คุยด้วยไม่รู้เรื่องเลยยิ่งสับสน"

"เวลาจะกิน..เขากลัวว่าแม่กินข้าวไม่หมดเขาจะถูกตำหนิเลยบังคับแม่กินข้าว คนนึงง้างปาก อีกคนป้อนข้าว..เวลาพลิกตัวทุก 2 ชม. ก็พลิกจริงครับ...ขึ้นยืนบนเตียงแม่แทนที่จะนอนสงบๆกลับไม่สบาย ผมเลยตัดสินใจกลับบ้าน หลังกลับบ้านไม่มีปัญหาอีกเลย" ผมนึกถึงการบรรยายเรื่อง การดูแลแผลกดทับในแบบองค์รวม ว่าเป้าหมายการดูแลผู้ป่วยคืออะไร .....bed sore หรือคุณภาพชีวิตที่จะไม่รบกวนความสงบในคนไข้ last hour of life

 

รูปพี่ยุ้ย (พยาบาลคุยกับลูกชาย-คุณยายมะลิอย่างสนุกสนาน)

ลูกชายถามผมว่า "แม่แกจะอยู่นานไหม"

ผมมองไปที่คุณแม่ที่นอนหลับอยู่ ร่างผอมบาง(ช่วงนี้หลับมากกว่าตื่น กินน้อยลง)

"พี่ถามอย่างนี้คิดอย่างไร"

ลูกชาย "ผมรู้ดีว่าแม่อยู่ไม่นาน...ผมถามหมอที่ รพ....หมอบอกจะรู้ไหม ไม่ใช่ยมบาล ผมเลยบอกว่า แม่ไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนนี้"

ผมรู้ทันทีว่าเขาถามผมเพื่อ reassure ความคิดของเขา "ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นช่วงสุดท้ายเหมือนกัน...น่าจะนับกันเป็นสัปดาห์ รู้อย่างนี้พี่คิดว่ายังไง "

ลูกชาย "ผมเตรียมใจแล้วหมอ ผมทำดีที่สุดแล้ว"

ผม "ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน...พี่เอาใจใส่ทุกรายละเอียดในการดูแลคุณแม่..ดีกว่าหมอเสียอีก"

หลังจากนั้นเราปลุกคุณยายขึ้นมาคุย คุณยายเป็นคนสนุกสนาน เล่าเรื่องเคยโดดหอสมัยฝึกทหารหญิง(สมัยสาวๆ) เธอใจบุญ สามีเป็นทหาร เสียชีวิตไป 20 กว่าปีแล้ว นอกจากเลี้ยงลูก 3 คนแล้ว ยังเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกหลายคน ได้ดีรับราชการไปก็มาก

ผู้ป่วย "ทำบุญมาก็เยอะ ทำไมยังป่วย"

ผม "สงสัยยังมีเจ้ากรรมนายเวรมั้งป้า..แต่ความดีไม่หายไปไหนครับ ลูกชายคนนี้เป็นพยานครับ...แม่เลี้ยงได้ดีมากจริงๆ "

ผมไม่ได้จ่ายยาอะไรเลยนอกจากรับปากว่าจะมาคุยกับแกทุกวันอังคารครับ....เจอกันตอนหน้าครับ