สรุปจบภายใน 2 ชม.
- เริ่มต้นกิจกรรมโดยทุกคนนำเสนอเรื่องที่แบ่งกันไปหาจากวัตถุประสงค์ ลักษณะเป็นแบบการบรรยาย ไม่มีการอภิปราย ถกเถียง บางคนมีการอ้างถึง scenario ปัญหา สมมติฐานที่ตั้งไว้จากครั้งที่แล้วบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถระดมความคิด นำความรู้ที่ได้จากการเตรียมมา โยงให้เข้ากับปัญหา สมมติฐาน ของ scenario ทั้งหมด รวมทั้ง นศ. ยังไม่มีการวิเคราะห์ อธิบาย และทดสอบสมมติฐานร่วมกัน
- เจมส์เป็นหัวหน้ากลุ่มนั่งจดตลอด แล้วทำหน้าที่สรุปตอนจบคนเดียว
- นศ.ในกลุ่มมี 10 คน
o 8 คน ชอบบรรยากาศ รู้สึกสนุกกับการทำ PBL ครั้งแรก มากกว่าครั้งนี้ ฟรี จ๋า ชอบบรรยากาศของการอภิปราย การระดมความคิด การตั้งสมมติฐาน ให้เหตุผล ของครั้งแรก มากกว่าครั้งนี้มากๆ
o 1 คน คือส้มโอ ชอบเท่ากัน
o 1 คนคือ ปอนด์ชอบครั้งที่สอง วันนี้มากกว่าเพราะได้ฟังเพื่อนบรรยายความรู้ให้ฟัง ไม่ชอบครั้งแรกเพราะไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จะคิดอะไร
ปัญหาที่เกิดขึ้นและการแก้ไขในการทำกิจกรรมครั้งนี้
- ขบวนการทำ PBL ครั้งนี้ยังขาดหัวใจของการวิเคราะห์ อภิปราย แก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยสมาชิกกลุ่มทั้งหมด
o การแก้ไข............ให้ นศ.เอาปัญหาทั้งหมดที่ตั้งไว้ครั้งที่แล้ว มาเป็นโจทย์ ให้ทุกคนทำในกลุ่มร่วมกัน ไม่ใช่การพูดอภิปราย แต่ให้เขียนเป็นลักษณะ flow chart และ mind map ใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดของทุกคนมาเขียน และให้มีเหตุผลมาประกอบทุกขั้นตอนที่คิด และตั้งสมมติฐาน ขั้นตอนนี้ นศ.ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. นศ.ทุกคนทำได้ดีมาก พยายามช่วยกันทำจนได้ข้อสรุปของปัญหาและคำถามทั้งหมด รวมทั้งทดสอบสมมติฐาน
- ผู้คุมวางแผนตอนแรกให้นศ.พูดถึงข้อดี ชมเชยเพื่อน 1 คน จากการทำกิจกรรมครั้งนี้ ช่วงแรกก็เหมือนจะดี ทุกคนพอใจกับสิ่งที่เพื่อนอีกคนชมเชย แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นคือคนที่เหลือเป็นคนสุดท้ายให้เพื่อนพูดถึง คือเพชร อาจจะมีความรู้สึกลึกๆเสียใจ น้อยใจว่าตนเองถูกเลือกโดยเพื่อนเป็นอันดับหลังสุด...........ไม่แน่ใจว่าคิดถูกมั้ย แต่สังเกตได้จากสีหน้า แววตา น้ำเสียง
o การแก้ไขครั้งหน้า............วิธีการให้กลุ่ม วิจารย์เพื่อนในลักษณะเชิงบวกแม้ว่าจะดี แต่กระบวนการอาจต้องปรับ เช่น อาจารย์ผู้คุมอาจจะกำหนดไปเลยว่าจะให้ นศ.คนไหน พูดชมเชยเพื่อนคนไหน หรือใช้วิธีการจับฉลากเรียกชื่อ แทนที่จะให้ นศ.เลือกกันเอง เพื่อไม่ให้เกิดการน้อยใจ หรือเสียใจที่ไม่ถูกเพื่อนเลือก
- ให้นศ.พูดถึงปัญหาของกลุ่มที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมทั้ง 2 ครั้ง .....ให้ทุกคนช่วยกันคิด และทำเป็นข้อตกลงของกลุ่ม และมีการทำเป็นบันทึกช่วยจำของกลุ่มโดยปอนด์ เช่น
o การตั้งคำถาม ปัญหา ควรตั้งให้ชัดเจน เป็นประโยคคำถาม ทำไม อย่างไร
o ให้ช่วยกันคิด แต่อย่าแย่งกันพูด หรือแสดงความคิดเห็น......ข้อนี้เลขากลุ่ม.....ขิม บอกว่าไม่รู้จะฟังใครดี สรุปไม่ได้และจดยากมาก
o พยายามพูด ให้ความเห็น ตั้งสมมติฐาน และอภิปราย สัมพันธ์กับ scenario และทำทีละประเด็นปัญหา อย่าพูดและคิดหลากหลายในเวลาเดียวกัน
o การตั้งวัตถุประสงค์ กับปัญหา หลายข้อไม่สามารถทำให้สัมพันธ์กันได้ทั้งหมด..................ในกลุ่มเลยตกลงกันว่าข้อไหนที่ทำไม่ได้ ก็จะคงไว้เป็นคำถาม หรือปัญหา และการอภิปรายก็จะยึดปัญหา คำถามเป็นหลัก ส่วนวัตถุประสงค์จะเป็นเหมือนกับ ตัวกำหนดหรือกรอบหลวมๆให้นศ.รู้ว่าเรื่องที่ต้องไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จะเกี่ยวกับเรื่อง หัวข้ออะไร
o นศ.ทุกคนในกลุ่มเห็นพ้องกันว่าหลังจากทำกิจกรรมกลุ่มครั้งแรก ควรจะมีการพูดคุยกันในกลุ่มหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะมาพบอาจารย์เป็น act 2 โดยนศ.ให้เหตุผลว่า การมาพบกันก่อนจะได้มาคุยกัน ถามปัญหา ช่วยเหลือในกลุ่ม หาประเด็นที่อาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติม ก่อนมาทำจริง..............ให้ข้อคิดกับนศ.ว่า ถ้าทำวิธีนี้ก็เหมือนต้องทำ PBL 1 เรื่อง 3 ครั้ง ซึ่งอาจจะเสียเวลา ดังนั้นการทำแบบนี้ต้องตอบตัวเองและกลุ่มให้ได้ว่า ครั้งที่ 3 ที่มาพบกันพร้อมอาจารย์ ทุกคนในกลุ่มจะได้อะไรมากกว่าการมาพบกันในกลุ่มครั้งที่ 2 โดยไม่มีอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรมากขึ้น เพียงแค่มาพูดซ้ำเรื่องเดิมให้เพื่อนและอาจารย์ฟัง ก็จะเสียเวลา และไม่มีประโยชน์
o ในกลุ่มตกลงกันว่าการนำเสนอเพื่อตอบคำถาม อธิบายปัญหา ทดสอบสมมติฐาน จะพยายามทำเป็นรูปภาพ flow chart หรือ mind map แบบสรุปและครอบคลุมทุกเรื่องที่คุยกันตั้งแต่ครั้งแรก เน้นการคิด วิเคราะห์ ใช้เหตุผล นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาประกอบการคิดและอภิปรายทุกครั้ง
o ข้อสรุปของกลุ่มจะต้อง นำไปต่อยอดกับ PBL เรื่องใหม่ที่มีความ สัมพันธ์กัน
- ลืมให้นศ. Feedback อาจารย์ผู้คุมกลุ่ม...............ให้ส่งมาทางคอมพิวเตอร์
- ลืมให้ นศ. Feedback ตัวเองในแง่จุดแข็ง จุดด้อย การพัฒนาปรับปรุงตัวเอง.........ให้ส่งมาทางคอมพิวเตอร์
- ปรึกษากับสมาชิกในกลุ่ม ทุกคน ว่าจะเอา ข้อมูลบันทึกนี้ เข้าไปใน blog เพื่อเป็นช่องทางให้ นศ.สามารถสื่อสารกับอาจารย์ทั้งกลุ่มได้ตลอดเวลา นอกเหนือจากการใช้โทรศัพท์ปรึกษาได้โดยตรงแล้ว เพียงแต่การทำวิธีนี้จะเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความลับ ใช้ชื่อเล่น เรียกแทนตัวนศ.และอาจมีคำวิจารย์บางอย่างในแง่ที่ต้องปรับปรุง..............ให้นศ.ตัดสินใจ...............เห็นด้วยกับวิธีนี้ทุกคน
สิ่งที่ได้เรียนจากนศ.
- นศ.มีศักยภาพในการไปค้นคว้าหาความรู้ได้ดีมากทุกคน พยายามไปหาสื่อจาก internet ใช้ภาพ animation เพื่อให้เพื่อนเข้าใจ และพยายามถ่ายทอดทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้เพื่อนทราบ
- การแนะวิธีบางอย่าง โดยการไม่พูด แต่ให้นศ.ลองทำ แล้วคิดเปรียบเทียบหาวิธีที่ดีเป็นของตนเอง น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน
- ก่อนทำ PBL ครั้งนี้ ได้เข้า ร่วมกิจกรรมของกิจการนักศึกษา ราตรีสีเขียว (green night) ซึ่งมีอาจารย์และนศพ.ทุกชั้นปีเข้าร่วม หลังจากที่ไม่ไปมานานเกิน 5 ปีแล้วเพราะครั้งสุดท้ายที่ไปแล้วเกิดความรู้สึกว่าห่างไกล (แก่) กับนศ.หลายรุ่นมาก รู้สึกไปแล้วมีความสุขเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย จิตใจไม่อิ่มเอิบ ความคิดหลายเรื่องก็สวนทางกับที่นศพ.คิดและแสดงออก ก็เลยละเว้นไปหลายปี ปีนี้เปลี่ยนใจไปเพราะ ลูกสาว วัย 9 และ 3 ขวบกว่า รู้สึกว่าลูกโตแล้วกำลังเข้าสู่วัยรุ่นเหมือนกัน อยากให้ลูกเห็นบรรยากาศ ชวนกันคิด ให้ความเห็นในเรื่องที่ลูกพบ .................ได้ประโยชน์หลายอย่าง ลองลดอายุตัวเองให้เข้าใกล้ลูก และนศพ. แล้วมาลองคิดว่าทำไม นศ.ถึงคิดและทำอย่างนี้ ก็จะรู้ว่าสิ่งที่เค้าคิดและทำเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก ทำได้ดี และถ้าให้อาจารย์ที่แม้ว่าตอนนี้จะอายุมากแล้ว ก็ไม่มีความสามารถที่จะทำได้เท่ากับที่นศ.ทำ เพียงแต่บางเรื่อง ถ้าได้รับคำชี้แนะด้วยความเข้าใจ ไม่ใช้อารมณ์ เหตุผลเป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเอง และใช้เวลา อดทน ก็จะทำให้ นศ.พัฒนาได้ วกกลับมาถึง กิจกรรม PBL ก็เลยลองเปลี่ยนตัวเองเป็นคนเฝ้าสังเกตการณ์ ใช้ความอดทน พยายามให้นศ.ได้เรียนรู้หาวิถีทางเป็นของกลุ่ม และของตนเอง ครั้งหน้า ก็น่าจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ
- ก่อนเสร็จกิจกรรม มีคนถามถึงการบ้านที่ให้ไปจดบัญชีรายรับ รายจ่าย ของตัวเอง ว่าจะส่งวันนี้มั้ย......รู้สึกชื่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นภาระงานที่คิดว่าไม่จำเป็นของในกลุ่มอีกหลายคนหรือไม่
ขอบคุณอาจารย์สำหรับ comment มากนะคะ
กลุ่มเราจะรีบนำไปปรับปรุงให้เร็วที่สุดก๊าบ
ครั้งหน้าหวังว่าเราจะถูกใจอาจารย์กว่าเดิม
อิอิอิอิ
ปล.หนูว่าในหลายๆเรื่องอาจารย์เขียนแล้วอ่านสนุกค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับคำชม ไม่ต้องทำให้ถูกใจอาจารย์หรอกค่ะ เราควรทำให้ถูกใจทุกคนในกลุ่ม และมีประโยชน์สำหหรับการเรียนรู้มากที่สุด ไม่มีรูปแบบตายตัวค่ะ เปลี่ยนและปรับปรุงให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ และสนุกไปด้วยกันนะคะ
Feedback อาจารย์>>>
วันนั้นเห็นอาจารย์เงียบมาก
รู้สึกกดดันนิดนึงค่ะ
แบบว่าอาจารย์คงต้องตั้งใจฟังมาก
แต่พอมาได้อ่านcommentของอาจารย์
ก็รู้สึกว่าดีค่ะอาจารย์ช่วยหาจุดแข็งจุดอ่อนของกลุ่มในการpblครั้งแรก
และให้ข้อเสนอที่จะได้นำไปปรับปรุงในpblครั้งต่อๆไป
.............................................ขอบคุณมากๆค่ะ
Feedback ตัวเอง>>>
-จุดแข็ง->ทำความเข้าใจ และเรียบบเรียงเรื่องที่เพื่อนๆนำเสนอได้ ถึงไม่มากนักแต่ก็เข้าใจไปพร้อมๆกับเพื่อน
-จุดอ่อน->เตรียมตัวมาไม่ค่อยดี ทำให้ไม่ค่อยมีส่วนร่วมในเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ
->พูดซ้ำในเรื่องที่เพื่อนพูดแล้วทำให้เสียเวลา
PBL เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ในอาชีพแพทย์ วิธีที่จะทำให้เรามีความสุขที่สุดก็คือ ทำให้ตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของ PBL ดังนั้นในการทำ PBL ทุกครั้งทุกคนจึงต้องมีหน้าที่ทั้งตนเองและต่อกลุ่ม ตื่นเต้นและสนุกกับการคิดหาคำตอบร่วมกันกับเพื่อนๆค่ะ
Feedback ท่านอาจารย์>>>
ผมว่าอาจารย์เงียบน่ะ ดีแล้วครับ เพราะว่ามันเหมือนปล่อยให้พวกผมคิดกันเอง ไม่มีใครมาสอดแทรกวุ่นวาย มันดูเหมือนพยายามทำกันเองดีน่ะครับ อาจารย์อดทนได้สุดๆเลยค้าบบบ
Feedback ตัวเอง>>>
-จุดแข็ง = คิดว่าผมน่าจะเฮฮานะครับ ผมพยายามทำให้บรรยากาศ PBL ไม่ตรึงเครียดนะฮะ แต่ก็กลัวว่าเพื่อนๆจะรำคาญเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเรียกจุดแข็งได้ไหมอะครับ อ้อ ผมน่าจะนำเสนอได้ดีมั้งนะครับ เพราะเพื่อนๆตั้งใจฟังเต็มเลย 555
-จุดอ่อน = อื้อเลยครับ โดยเฉพาะ ผมไม่สามารถนำความรู้มารวมกันได้ เขียน flow chart หรือ mind Map ก็ไม่ค่อยได้ รู้สึกแย่มากๆเลย เพราะบางทีเพื่อนพูดอะไรไปก็ยังไม่ค่อยเข้าใจน่ะครับ ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่อดทนต่อผมมากๆจริงๆครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอาจารย์ที่นำเสนอข้อมูล feedback เหล่านี้เพื่อการเรียนรู้ในครั้งต่อๆไปของพวกผมนะครับ
รักอาจารย์มากมาย(ขอเป็น Fan Club ได้ปะ ^^)
สำหรับครั้งแรกก็ถือว่าดีว่าดีมากแล้วค่ะ ทุกคนถ้ารู้จักตัวเองมากกว่าคนอื่นรู้จักตัวเราก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้วนะคะ จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง ก็เป็นเหมือนกระจกเงา เอาไว้ให้ผู้ส่องพัฒนาตัวเองค่ะ