มหาวิทยาลัยเจริญก้าวหน้าได้โดยชื่อเสียงของอาจารย์และของศิษย์ มหาวิทยาลัยจึงต้องเสาะหาทั้งอาจารย์ดีและศิษย์ดีและเก่ง
ศิษย์ดีและเก่งสำหรับมหาวิทยาลัยแต่ละแบบ ไม่เหมือนกัน ที่จริงคนเราเก่งและดีแทบทุกคน ต่างกันที่ดีและเก่งคนละด้าน มหาวิทยาลัยประเภทเน้นสร้างคนไปทำงาน ต้องการศิษย์ที่สู้งานและมีฝีมือในงานบางด้าน เช่นหลักสูตรด้านบริการต้อนรับ (hospitality) ย่อมมองนักศึกษาที่มีใบหน้าท่าทางยิ้มแย้ม มีอัธยาศัยไมตรี ชอบให้บริการผู้อื่น ว่าเป็นนักศึกษาที่จะต้องเสาะหามาเรียน มหาวิทยาลัยวิจัยต้องการนักศึกษาที่เด่นด้านพุทธิศึกษาหรือมีสมองด้าน abstract เป็นพิเศษ เช่นหลักสูตรคณิตศาสตร์ทฤษฎี ย่อมมองหานักศึกษาที่มีความถนัดพิเศษ และรักวิชาคณิตศาสตร์
ศิษย์ที่ดีและเก่งระดับพิเศษคือ “สินทรัพย์” ของมหาวิทยาลัย ที่จะต้องเสาะหาชักชวนหรือดึงดูดมาเรียน เพราะ นศ. เหล่านี้คือผู้เข้ามาสร้างบรรยากาศเรียนรู้และสร้างสรรค์ในมหาวิทยาลัย เข้ามากระตุ้นอาจารย์
การสร้างจารีตต้องสร้างอย่างเป็นระบบในระดับประเทศ ต้องมีกลไกหรือกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนที่เก่ง-ดี แต่ละด้านเผยตัวออกมา อย่างหนึ่งคือการสอบแข่งขันหาอัจฉริยะแต่ละด้าน และมีทุนการศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะในแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับดึงดูดเด็กเก่งที่มหาวิทยาลัยต้องการ
เฉพาะทุนเล่าเรียน (และค่าใช้จ่ายส่วนตัว) อาจยังไม่เพียงพอที่จะดีงดูด ต้องมีชื่อเสียงของผลงานของทีมวิชาการ ที่นักเรียนเขารู้ว่าถ้าเขาเข้าร่วมทีมก็เท่ากับได้เริ่มวางฐานชีวิตที่รุ่งโรจน์ในด้านที่ตนใฝ่ฝัน
หากดำเนินการในแนวนี้ ระดับประเทศ วงการศึกษาไทย จะสร้างบรรยากาศสร้างสรรค์ในสังคม ที่คนจริงคนฝึกฝนตนเองทุกคนมีโอกาสเป็นคนดี-คนเก่งในด้านที่ตนเองถนัดและหมั่นฝึกฝนได้ ผมเชื่อว่าจะช่วยลดหรือขจัดปัญหาความรุนแรงในหมู่นักเรียนอาชีวะได้
วิจารณ์ พานิช
๑๕ มิ.ย. ๕๒