Don't look where you fall, but where you slipped

นี่เป็นอีกหนึ่งบทใน My Favourite Philosophy ที่ผมเขียนตอนหนึ่ง Courage is not a lack of fear ไปก่อนหน้านี้ บทนี้ดูจะเรียบง่าย แต่มีความหมายที่ดีมากทีเดียว

"อย่าไปมองดูอยู่แต่ที่ที่เราล้ม แต่ให้มองกลับไปที่ที่เราลื่น"

สาเหตุอย่างหนึ่งที่ "ฉุด" คนให้ไม่ไปข้างหน้า หรือจมปลักอยู่กับความผิดพลาด หรือแม้กระทั่งการกลัวการกระทำผิด ก็คืออุปนิสัยที่เรามักจะมองเห็น (หรือหมกมุ่น) อยู่กับผลแห่งความผิดพลาดนั้นๆ แต่ไม่สามารถ (หรือไม่ได้พยายาม) มองหาสาเหตุที่เรานอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนั้น

ถ้าเรา "รับรู้" แต่บรรยากาศความทุกข์ หรือ consequences ของการทำผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นคะแนนที่ไม่ดี ตอบคำถามครูไม่ได้ คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือแม้กระทั่งเสียชีวิตไป สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความประทับใจแง่ลบ และไปๆมาๆก็เลยเถิดไปถึงการเกิดความกลัวการผิดพลาดไป ความทรงจำที่คะแนนร่อแร่ ความอายเพื่อนๆที่ถูกอาจารย์อัด (เป็นสำนวนนะครับ แปลว่าถามอะไรก็ตอบไม่ได้) หรือความรู้สึกแย่ๆที่เราเป็นหมอไม่เก่ง ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองจากตำแหน่งที่เรา "นอนล้ม" อยู่ทั้งสิ้น

ตรงนี้ก็อาจจะกลับไปที่เดิม เรื่ิองเดิม คือ "ความกลัว" ว่าเราได้ identify เป็นสิ่งเร้าภายนอกหรือภายใน

ที่จริงเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่บรรยากาศตอนล้มนั้น สิ่งต่างๆจะดูซึมเศร้าหมอง แต่เรามีอิสระภาพที่จะมองไปที่ที่อื่นก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิเคราะห์ว่า "เอ.... ตูทำอะไรลงไป ก้าวไปตรงไหน ถึงได้มานอนอยู่ตรงนี้?" ทำไม? เราคะแนนไม่ดี ทำไม? เราตอบคำถามอาจารย์ไม่ได้ ทำไม? เราจึงควรรู้คำตอบที่อาจารย์ถาม ทำไม?คนไข้รายนี้จึงเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิตไป การที่เราตั้งหลัก และมองไปที่ตำแหน่งที่เรา "ลื่นล้ม" จึงเป็นพลังงานที่สร้างสรรค์ และทำให้ปรากฏการณ์ความล้มเหลวนั้น เกิดการเรียนรู้ที่ดันไปข้างหน้า แทนที่จะกลายเป็นพื้นที่แห่งความกลัว และฉุดศักยภาพของเราให้จมปลักกับกระบวนทัศน์เช่นนี้

การตอกย้ำกับ summative assessment (การประเมินตัดสิน) เป็นตัวทำให้เราไม่ได้มองหา formative assessment (การประเมินเพื่อพัฒนาปรับปรุง) คนนี้ได้เกียรตินิยม คนนั้นไม่ได้ มี ranking มีการ "ตีค่า" แถมยังตีแบบตัดขวาง (cross sectional) เรื่องบางเรื่องอาจจะอยู่ในบริบทนั้นๆ อาทิ การสอบคัดเลือก แต่ในเรื่องอื่นๆนั้น ถ้าเราคิดว่าเรากำลังทำงานกับ "ศักยภาพ" ซึ่งในคำๆนี้มันแฝงไว้ด้วย "ความเป็นไปได้ (ในอนาคต)" เราอาจจะต้องพิจารณาใคร่ครวญให้ดี ว่า สิ่งที่เราตัดสินไปนั้น เป็นการ "ตีตรา (label)" และสุดท้ายจะกลายเป็นการทำ "บอนไซมนุษย์" อยู่หรือไม่ เอะอะอะไรก็จะขอดัด ขอติดลวด เพราะอย่างที่ฉันเห็นเท่านั้นที่เรียกว่าสวย ที่เรียกว่าถูกต้อง บัณฑิตที่เป็นผลผลิต ก็จะเหมือนออกมาจากโรงงาน (ซึ่งมันจะไม่เป็นไปอย่างนั้น)