ปาฏิหารย์แห่งธรรม
ต้องออกตัวไว้ก่อนนะครับว่า การเรียนการศึกษาธรรมะนี่ เราไม่ควรตั้งความหวังว่าจะเรียนจะศึกษาเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์ใดๆ เพราะทางแห่งพุทธ ไม่ใช่ทางแห่งปาฏิหาริย์ใดๆ เป็นเพียงทางแห่งการตื่น หลายคนอาจจะสงสัยว่า เราก็ตื่นทุกเช้านี่นา แล้วเราจะศึกษาการตื่นไปอีกทำไม
 
การตื่นของพุทธนั้น เป็นการตื่นทางจิตทางใจ เป็นการตื่นจากการหลง เราอาจจะลืมตาตื่นมาทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ใจของเราหลับใหลมายาวนานในสังสารวัฏนี้ เราถูกสังสารวัฏปิดบังอำพรางถึงการมีอยู่ของมัน ทำให้เรายังหลงใหลไปกับสิ่งสมมติต่างๆที่เราคิดว่ามันมีอยู่จริง นับเป็นโชคดีของเราที่เราได้มาพบกับศาสนาพุทธ ที่ได้สอนแนวทางแห่งการตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานในสังสารวัฏนี้ เรียกได้ว่านี่คือ นาทีทองในสังสารวัฏเลยก็เป็นได้ นาทีทองนี้หมายความว่าเราได้เกิดมาเป็นคนในยุคที่มีคำสอนแห่งพุทธเป็นแนวทางให้กับเรา และเรามีโอกาสได้เรียนได้ศึกษาตามแนวคำสอนนั้น นี่แหละนาทีทองในสังสารวัฏ
 
ขึ้นชื่อว่านาทีทองแล้ว ก็ย่อมมีวันที่หมดเวลาของมัน นาทีทองมีอยู่ชั่วแวบเดียว และเรากำลังอยู่ในช่วงเวลานั้น เราก็จะเป็นคนเลือกเองว่าจะปล่อยตัวปล่อยใจให้หลับใหลต่อไป หรือเอาเวลานี้แหละฝึกฝนจิตใจให้ตื่นขึ้น คนที่ไม่ประมาทย่อมรู้ว่ากว่าจะได้เจอนาทีทองนี้ ยากเย็นเพียงใด และไม่รู้อีกนานแสนนานเพียงใดจะพบจะเจอะเจอโอกาสดีๆเช่นนี้อีก การศึกษาและฝึกฝนตนตามแนวที่พระพุทธองค์ชี้แนะไว้ จึงเป็นทางของผู้ไม่ประมาท ในเมื่อเราโชคดีได้เจอแนวทางแล้ว ก็ลองเดินตามทางไป แม้การเดินนั้นจะยากลำบากเพียงใด การเดินนั้นจะช้าเพียงใด หากเราเริ่มต้นเดินแล้ว ก็ย่อมต้องถึงในสักวัน แต่ถ้ามันผัดผ่อนเอาไว้ค่อยทำเอาไว้ค่อยเดิน ก็ไม่รู้นะครับว่าโอกาสที่จะเจอกับนาทีทองเช่นนี้จะอีกกี่พันปีกี่แสนปี หรือกี่กัปป์ กี่อสงไขย เอาชัวร์ดีกว่า เริ่มวันนี้เลยดีกว่าครับ ไม่แน่พรุ่งนี้เราอาจจะไม่มีโอกาสแล้วก็ได้ อย่าประมาทเลยครับ
 
บางคนอาจจะตัดพ้อ เห็นคนอื่นทำแล้วง่าย คนอื่นทำแล้วก้าวหน้าไวกว่าเรา ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ที่เขาทำได้เร็วกว่า ง่ายกว่า เพราะเขาเคยยากมาแล้ว เราไม่รู้หรอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ เขาเพียรพยายามอย่างแสนสาหัสมากี่ร้อยกี่พันปี อย่าไปมองคนอื่นจนทำให้เราท้อนะครับ ต้องมองว่า ถ้าเราเริ่มตอนนี้ อย่างดีเดี๋ยวชาตินี้เราก็มีโอกาสก้าวหน้าอย่างเขา อย่างชาติในชาติต่อๆไป เราก็มีโอกาสง่ายเหมือนเขา แต่ถ้าเราไม่เริ่มมัวแต่ท้อใจ ชาติต่อๆไปเราก็ต้องไปนั่งท้อใจอยู่ร่ำไป ก็แข็งใจสู้ซะตั้งแต่ตอนนี้แหละ ไม่ง่ายวันนี้ก็ง่ายวันหน้าเองแหละครับ
 
อย่ามัวแต่น้อยใจวาสนาเลยครับ พวกเราน่ะ วาสนาดีนะครับ ได้มาเจอพุทธศาสนาที่สอนแนวทางแห่งการตื่น ลองคิดง่ายๆว่าพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่เราเจอะเจอทุกวันนี้ มีกี่คนที่เคยได้ยินได้ฟังหลักธรรมคำสอนแท้ๆของพุทธศาสนาบ้าง ส่วนใหญ่ก็หลงไปกับวัตถุมงคล ใบ้หวย ปล่อยนกปล่อยปลาทั้งนั้นแหละครับ ดีหน่อยก็ขยันทำบุญทำทาน แต่น้อยคนนะครับที่จะมีโอกาสได้ยินได้ฟังได้ศึกษาธรรมะแท้ๆ แบบนี้บ้าง ลองอย่างนี้แล้วจะมามัวน้อยอกน้อยใจทำไม เราโชคดีแล้วครับ แต่จะโชคไม่ดีถ้าหากไม่สานต่อต่างหาก ถึงตอนนั้น หากระลึกชาติได้ก็จะเสียอกเสียใจที่ปล่อยเวลานาทีทองไปโดยเปล่าประโยชน์
 
มีสติรู้ตามจริงไป รู้ลงปัจจุบัน สภาวะที่เกิดขึ้นกับกายกับใจของเรา ดูให้รู้ว่ามันเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ ไม่ยั่งยืนไม่ถาวร ที่สำคัญนะครับ รู้ตามความเป็นจริงไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆ ไม่ไปเพ่งรอดูอยู่ก่อน ไม่ไปดัดแปลงจิตใจ เรากำลังศึกษาธรรมชาติของตัวของเราเองอยู่ จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเราใจเรามันเป็นอย่างไร เราก็ทำตัวตามสบายเหมือนปกติ เพียงแต่เพิ่มการรู้สึกตัวขึ้นมาเท่านั้น หลักเบื้องต้นมีอยู่แค่นี้ เวลาเรานำหลักไปใช้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าเราจะหาวิธีอะไรมาช่วยให้เรารู้สึกตัวได้บ่อยขึ้น เป็นต้นว่า เราลมหายใจมาเป็นฐาน เราท้องพองยุบมาดู เอาการขยับกายมาเป็นหลัก ไม่ว่าด้วยวิธีไหน สิ่งที่สำคัญคือต้องมีสติรู้ตามจริง รู้ลงปัจจุบัน วิธีการอื่นเป็นแค่การนำมาประกอบให้รู้ตัวง่ายขึ้นเท่านั้น อย่าไปติดกับของประกอบนะครับ ต้องเอาที่หลักครับ
 
พอเราเริ่มรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริงแล้ว เราก็จะพบว่า จริงๆแล้ว ความธรรมดานี่แหละมหัศจรรย์ที่สุด มันเหนือกว่าเรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องเหนือฟ้าใต้บาดาลที่เราได้ยินได้ฟังมากันเสียอีก เรียกได้ว่าเราได้พบปาฏิหาริย์แห่งธรรมด้วยตัวของเราเองจากความธรรมดานั่นแหละครับ
 
หมายเหตุ อย่าลืมว่า ธรรมดาของทุกสิ่งมีขึ้นมีลง บางวันเราก็มีสติได้ดี บางวันสติก็หายไปทั้งวัน อย่าตกใจครับ นี่แหละธรรม