GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความรู้สึกของฉันต่อ gotoknow

คำว่า "การแสดงชื่อจริงนามสกุลจริง เป็นการแสดงความจริงใจ" ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจนิดๆ มันทำให้ฉันย้อนถามตัวเองว่า แล้วเกือบ 10 ปี ที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆในเนตของฉัน แสดงว่าเราไม่มีความจริงใจกันหรือ ?

 

สารภาพว่าได้ยินชื่อเวบนี้จากการเข้าฟังบรรยายเกี่ยวกับ KM หลายครั้ง  มีวิทยากรเอ่ยถึง แต่ตอนแรกๆก็ไม่ได้สนใจจะเข้ามาสักเท่าไร  จนกระทั่งฟัง อ.จันทวรรณ มาบรรยายแนะนำเมื่อตอนคณะแพทย์ฯ จัดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 49  พอพักเที่ยงจึงเปิดเนตด้วยความตั้งใจจดจ่อ ว่าจะเข้ามาดูให้ได้

พอเข้ามา.. บรรยากาศของที่นี่ทำให้ฉันชะงักกึกไป 3 วิ !

จากนั้นถอยหลังไป 1 ก้าว พร้อมกับถามตนเองว่า " จะเอาไงต่อ ?"

หลังจากย้ำถาม 3 รอบ จึงตกลงใจ...

ลองเดินเข้าไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน !

............................................

 

คุณๆเคยเป็นเด็กนักเรียนไหม ? (ถามไปงั้นแหล่ะ เชื่อว่าทุกคนคงเคยมาก่อน) 

ที่โรงเรียนคงมีตึกอาคารเรียนหลายชั้นสินะ  แล้วเคยไหม ที่ห้องเรียนของคุณอยู่ตึกเดียวกับห้องพักครู ?

บนชั้นที่เป็นห้องเรียนของคุณ  คุณเดิน คุณวิ่ง คุณนั่งเล่นนั่งเรียน นั่งอ่านหนังสือทำการบ้าน ด้วยความรู้สึกเฉยๆธรรมดา ไปจนถึงสบายใจ  แต่เคยไหมที่อยู่ๆคุณต้องขึ้นไปยังชั้นที่เป็นห้องพักครู.. โดยเฉพาะ... ยิ่งเป็นห้องพักครูที่เป็นภาควิชา หรือ ครูฝ่ายปกครอง อะไรประมาณนั้น

มองเข้าไปภายในห้องโต๊ะครูวางเรียงราย  บรรยากาศดูเคร่งขรึม..  มีครูบางคนนั่งทำงานตรวจการบ้านอยู่..

คุณต้องเดินเข้าไป....

คุณยังเป็นเด็กใหม่... ยังไม่คุ้นเคยกับครูคนไหนสักคน.. แล้วยังมีครูหลายคน  บางคนอายุอาวุโส คุณเคยได้ยินชื่อของท่าน เคยเห็นท่านที่หน้าเสาธง หรือในหอประชุม ครูท่านนั้นพูดเสียงกังวาน .. ใบหน้าดูดุดัน  เคยเดินตรวจเครื่องแบบและทรงผมของคุณ ว่าถูกต้องตามกฏของโรงเรียนหรือไม่ ? เคยทำให้คุณยืนตัวเกร็ง

ถ้าหากวันหนึ่งคุณต้องเดินเข้าไปในห้องพักครู.. คุณคิดว่าจะสามารถเดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย  อย่างเฉยๆเป็นกันเองกับสถานที่ เหมือนกับตอนที่คุณอยู่ในห้องเรียนของคุณไหม 

แต่ฉันคงเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่จะคงยืนลังเล กล้าๆกลัวๆ .. ถ้าความกล้าเพิ่มขึ้นมาหน่อย ก็คงเดินตัวลีบๆเข้าไป

ทั้งๆที่ห้องๆนั้นอยู่ตึกหลังเดียวกับห้องเรียนของท่านแท้ๆ

ความรู้สึกต่อ  gotoknow ของฉันก็เป็นแบบนี้นะ

..................................................................

วันนั้นฉันลองสมัครเข้ามา.. เนื่องเพราะเวลาจำกัด ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่อยากจะทดลองเล่น ดังนั้นจึงเอาบทความเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้มาโพสต์ดู

พบว่าระบบใช้งานง่ายดี  แม้มีบางอย่างที่ไม่คุ้น แต่ถ้าเปรียบกับการใช้งานของ bloggang ของพันทิปแล้ว ที่นี้จะใช้งานง่ายกว่า (แต่ของพันทิปตกแต่งได้เยอะกว่า)

จะว่าไปแล้ว.. อินเตอร์เนตเป็นสิ่งที่ฉันใช้งานมากในชีวิตประจำวัน  นอกจากงานพยาบาลในที่ทำงานแล้ว เมื่อกลับถึงห้องพัก   70-80% ของเวลาอยู่ที่ห้อง ฉันก็มักออนไลน์อินเตอร์เนต

ฉันเริ่มจับคอมพิวเตอร์ด้วยความรู้เท่ากับศูนย์  ซื้อเครื่องมาเรียนรู้เอง  ศึกษาเรื่องคอมโดยการซื้อหนังสือมาอ่าน บวกกับลองผิดลองถูกทำไปเรื่อย อีกทั้งเป็นครูพักลักจำเวลาที่ช่างคอมมาช่วยแก้ไขปัญหาของเครื่องให้ที่ห้อง  รวมเวลาตั้งแต่เริ่มฝึกปิดเปิดเครื่องครั้งแรกมาจนถึงปัจจุบัน ก็ 11 ปีแล้วมั้ง  เปลี่ยนเครื่องคอมใหม่มาแล้ว 4 เครื่อง

ในการใช้คอมฯ ฉันก็ถามตัวเองว่า ฉันชอบอะไร จะใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยประโยชน์แบบไหน ?

แล้วแรกๆฉันก็บอกตัวเองว่าฉันชอบใช้คอมสำหรับพิมพ์งาน และเล่นพวกงานกราฟิค ได้แก่แต่งรูปภาพ ทำการ์ด (มาช่วงหลังจะเล่นพวกเวบไซต์เสียมากกว่า)

ดังนั้น..ฉันจึงตัดตัวเองออกจากพวกโปรแกรมจัดการเครื่องฯต่างๆ (อันได้แก่ การลงวินโดว์ใหม่ แก้ไขเครื่อง)  เรียนรู้ไว้บ้างนิดๆเฉพาะที่จำเป็น เพราะฉันพบว่า โปรแกรมคอมฯนั้นเยอะมากมาย เราคงเรียนได้ไม่หมด ดังนั้นใช้และศึกษาเฉพาะที่ตนเองถนัดก็พอ จะได้รู้อะไรให้เชี่ยวให้ชาญ

จากนั้นฉันก็เริ่มพิมพ์งานต่างๆของฉันลงเก็บในคอม..

  

 img342/4082/l0008b7ad.jpg  ราวๆ 1-2 ปีต่อมาหลังจากเริ่มคุ้มกับคอมพิวเตอร์ ฉันก็ค่อยรู้จักโลกของอินเตอร์เนต  ได้รู้จักเพื่อนทางเนต  ได้เจอคนที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมไปถึงผลงานที่เราเขียนเก็บไว้

แล้วตรงนี้เอง..ที่ทำให้ฉันสนใจเกี่ยวกับการทำเวบไซต์

เพราะฉันพบว่า.. ถ้าฉันสามารถทำเวบไซต์เป็น ฉันก็จะสามารถเอางานของฉันลงในเนต ให้เพื่อนๆเปิดอ่านได้ โดยไม่ต้องส่งทาง e-mail ให้เสียเวลา

ฉันเริ่มหัดทำเวบด้วยความรู้เท่ากับศูนย์อีกครั้ง  ช่วงแรกๆก็มีเพื่อนในเนตคอยแนะนำ มีคนหนึ่งส่งโปรแกรมฟร้อนเพจมาให้ฉัน  ฉันจึงไปซื้อหนังสือมาเปิดอ่านแล้วก็ฝึกทำไป  สมัยนั้นยังไม่มีพวก blog หรือเวบบอร์ดมากมายเหมือนในปัจจุบัน  ถ้าคุณจะนำงานลงในเนต คุณต้องเขียนโปรแกรม หรือเอาลงโปแกรมเวบเพจ เพื่ออัปโหลดขึ้นเนต

ฉันเริ่มหัดทำเวบด้วยการสมัครฟรีโฮสต์  (ราวๆ 6-7 ปีที่แล้ว)  จากแรกๆเป็นเวบส่วนตัว ต่อจากนั้นก็มีคนเข้ามาเยอะเข้า จึงทำใหญ่ขึ้น  เอาเวบบอร์ดมาประยุกต์ใช้ เพื่อโพสต์ผลงานเขียนของสมาชิกในเวบ  การประยุกต์ใช้เวบบอรืดสำหรับโพสต์ผลงานมีข้อดีตรงที่เพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ และเราก็สามารถรวบรวมลิ้งค์เก็บไว้เป็นเรื่องๆได้  จนสมาชิกเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนฟรีโฮสต์รองรับแบนวิชไม่อยู่  ต้องไปสมัครโดเมนแล้วเช่าโฮสต์เป็นรายปี

ฉันไม่มีความรู้เรื่องเวบแอดมินเลย ไม่รู้เรื่องฐานข้อมูล MySQL เลย  แรกๆทำเป็นแค่การตกแต่งเวบให้สวยๆอย่างเดียว   แต่ก็ได้สมาชิกพี่ๆน้องๆในเวบ ช่วยเหลือ บางคนช่วยเขียนโปรแกรมบอร์ดให้  คนโน้นช่วยแนะเรื่องนั้น คนนั้นช่วยแนะเรื่องนี้ แม้เจอปัญหามากมาย แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มจากการแก้ปัญหาเหล่านั้น  ฉันทำเวบด้วยทรัพยากรทางปัญญาที่พอมีอย่างจำกัด ทำเวบด้วยระบบง่ายๆด้วยแนวคิด "อยู่อย่างพอเพียง" 

แต่กระนั้นฉันก็ภาคภูมิใจ.. ที่เวบของฉันยังคงอยู่ ยังคงมีสมาชิกแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย  และที่สำคัญ.. สมาชิกเก่าๆหลายคน เวลานี้ต่างก็เติบใหญ่มีผลงานดีๆออกสู่สาธารณชน บางคนก็มีชื่อเสียง  โดยเราก้าวมาจากความสมัครเล่น ที่ผลิตผลงานด้วยใจ ด้วยความรัก ด้วยใจที่เปี่ยมความฝัน.. มีการทำ KM   และ K.sharing  ถ่ายทอดประสบการณ์ที่แต่ละคนเคยได้รับ เคยเรียนรู้เจอมา  มอบให้กับสมาชิกรุ่นหลัง 

มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน และเพราะเราโตขึ้น หลายคนก็แยกย้ายกันไปประกอบหลายอาชีพ  บางคนเป็นอาจารย์ บางคนทำงานในสถานฑูต เป็นทนายความ  บางคนไปเรียนต่อต่างประเทศ  บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นโปรแกรมเมอร์ เราเอาความรู้ในวิชาชีพนั้นๆ มาแบ่งปัน ใครอยากได้ข้อมูลเรื่องอะไร เราก็มาตั้งกระทู้คุยกัน อยากได้ข้อมูลเรื่องอะไร ก็ช่วยกันหาให้กัน  ส่วนน้องใหม่ที่เข้ามา บางคนที่ยังเรียนอยู่ มีปัญหาเรื่องครูที่โรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องการสอบ  เรื่องทะเลาะกับคนในครอบครัว   ก็สามารถเข้ามาตั้งกระทู้คุยปัญหาออกมา แล้วพี่ๆก็จะเข้ามาช่วยแนะนำ .. เป็นการทำ story telling กันภายในเวบ

เราอยู่กันอย่างพี่น้อง อยู่กันอย่างสมถะ ไม่ฟุ้งเฟ้อ  ไม่ตามกระแส  เวบอื่นเขาจะมีเทคนิคมากมาย ลูกเล่นเยอะแยะอย่างไรเราไม่สน เราทำแบบใช้ง่าย สบายตา ระบบไม่สะเทือนก็พอแล้ว

 

หลังจากได้รู้จัก KM ฉันก็พบว่า  อันที่จริง เวบของฉันก็ได้ใช้มันมานานแล้ว และเราก็ใช้มันอย่างได้ผล

เราแต่ละคน.. อยู่ด้วยระบบเกื้อกูล  พวกเราเริ่มต้นอย่างไม่รู้จักกัน  ไม่เคยเจอหน้ากัน  ไม่จำเป็นต้องแสดงชื่อเสียงเรียงนามแท้จริงต่อกัน แต่เราก็สามารถเปิดอกคุยกัน เป็นพี่น้องกัน ใช้ตัวตนของเราบนเนต.. ที่อิสระและเปี่ยมด้วยความฝัน มิตรภาพ และความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน

ฉันเขียนมามากมาย เพื่ออยากจะบอกว่า..ชีวิตของฉันมากกว่าครึ่ง อยู่ในอินเตอร์เนต   โลกความจริง..ฉันทำงานพยาบาล.. ฉันอยู่กับครอบครั ว อยู่กับเพื่อน  แต่อีกครึ่งหนึ่งนั้น.. ฉันก็มีอีกร่าง ที่มีตัวตนอยู่ในอินเตอร์เนต มีชื่ออีกชื่อ  ที่ไม่ใช่ชื่อในยัตรประชาชน  ฉันปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีของอินเตอร์เนตเสมอมา . ต่อให้ฉันไม่ได้ใช้ชื่อนามสกุลจริงก็ตาม

และฉันก็มีความสุขเช่นนั้น.. โลกแบบนั้นทำให้ฉันสามารถฝึกฝนตัวเองได้มากและเร็ว.. ทุกคนในโลกที่มีตัวตนสมมุติ.. พวกเราเท่าเทียมกัน  เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน

แต่พอฉันก้าวมาหยุดลงหน้าประตู gotoknow.org   ที่นี่เขาให้โลกแห่งความจริงและตัวตนสมมุติ  ถูกรวมเข้าเป็นโลกเดียวกัน... ฉันชะงัก. .เพราะมันรู้สึกแปลกๆ ความไม่มั่นใจบางอย่าง ก่อตัวขึ้นเงียบๆในใจของฉัน

ฉันอยากเข้าร่วมชุมชนกับกลุ่มสมาชิกที่ทำงานในคณะของฉัน  แต่ว่า.. กติกาที่ต้องให้เปิดเผยตัวเอง แสดงชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจ

ความเคยชินเกือบสิบปีที่ผ่านมา.. ทำให้ฉันลังเล .. คำว่า "การแสดงชื่อจริงนามสกุลจริง เป็นการแสดงความจริงใจ"  ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจนิดๆ มันทำให้ฉันย้อนถามตัวเองว่า แล้วเกือบ 10 ปี ที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆในเนตของฉัน แสดงว่าเราไม่มีความจริงใจกันหรือ ?

ดังนั้น.. เพื่อแสดงความจริงใจ  และเพื่อไม่ให้ชุมชนรู้สึกลำบากใจ ฉันจึงล่าถอยออกมาอย่างเงียบๆ


ว่าไปแล้ว..ฉันชื่นชมระบบของ gotoknow นะ  มันดูง่ายดี ใช้งานง่าย เพียงแต่ในความรู้สึกของฉัน ที่นี่เหมือนห้องพักครู  บรรยากาศดูเป็นทางการมากเกินไป สิ่งนี้จะเป็นตัวกีดกั้นการเข้ามาของสมาชิกใหม่ไหม ?

จริงอยู่.. การแสดงตัวตน แสดงชื่อจริงเอาไว้มันทำให้สามารถยืนยันตัวตนของเจ้าของผลงานที่นำมาลงได้  แต่ว่าระบบน่าจะมีการให้ลงทะเบียนแบบมีข้อมูลส่วนตัวตรงจุดนี้ เก็บไว้ในฐานข้อมูลก็พอ  คนที่เต็มใจจะเปิดเผยตนก็เปิดเผย คนที่ไม่อยากจะเปิดเผยก็ให้ระบบปิดข้อมูลเป็นความลับเอาไว้

ไม่จำเป็นหรอก.. ว่าผลงานต่างๆ จะต้องลงชื่อจริงไว้ยืนยัน   แม้ว่าที่ลงเป็นนามแฝง.. แต่หากชื่อนั้นเป็นชื่อที่เจ้าตัวใช้แสดงตัวในเนต  มันก็สามารถใช้แสดงความเป็นเจ้าของผลงานได้ อย่างเช่นหนังสือต่างๆที่ผู้เขียนใช้นามปากกา เป็นต้น

ฉันยอมรับว่ารู้สึกอึดอัด ต่อการต้องแสดงชื่อ-สกุลที่แท้จริง เพราะฉันไม่เคยลงชื่อจริงไว้ในเนตมาก่อน  ถึงแม้ว่าเพื่อนหลายคนในเนต.. ต่อมาเราจะได้เจอตัวตนจริงๆกัน จะรู้จักว่าแต่ละคนเป็นใครมาจากไหน ชื่อเสียงเรียงนามทำงานอะไร... แต่อย่างไรก็ตาม..เมื่อเรามาพบเจอกัน..ฐานะจริงในโลกแห่งความจริงของแต่ละคนจะถูกพับเก็บไว้  เราไม่สนใจว่าคุณจะเป็นใครในโลกความจริง.. เพราะสิ่งที่เราคบหา..คือน้ำมิตร ความเป็นพี่น้องกันในโลกไซเบอร์เท่านั้น

ฉันรู้สึกหลงเสน่ห์โลกที่มีบรรยากาศเช่นนั้นนะ.. ดังนั้นพอมาเจอบรรยากาศแบบใน gotoknow จึงทำให้ฉันชะงักไป  ถ้าหากสมาชิกเก่าๆจะบอกว่า.. บรรยากาศใน gotoknow ไม่ใช่อย่างที่ฉันเข้าใจหรอกนะ ก็ไม่รู้ล่ะ..เพราะที่ฉันสัมผัสได้มันเป็นแบบนี้จริงๆ  แล้วอยากจะบอกว่า.. สิ่งนี้อาจจะทำให้เกิดการปิดกั้นการเข้ามาของบุคคลอื่นๆ มายังเวบดีๆแบบที่นี่ได้

และทั้งหมด..ก็เป็นความรู้สึกจากใจ ของสมาชิกใหม่ฐานะเล็กๆคนหนึ่ง เป็นความรู้สึกที่บอกออกมาอย่างตรงไปตรงมา  รักคือรัก ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ  ความรู้สึกที่ตรงๆคือความรู้สึกจริงใจ ฉันชอบที่นี่..แม้ว่า ณ เวลานี้ฉันยังไม่มีเพื่อนที่นี่สักคนก็ตาม  ฉันอยากเห็นเวทีของที่นี่กว้างกว่านี้ มีคนจากหลากหลายอาชีพเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์กัน .. มันคงสนุกคึกคักดีนะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 26933
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

คิดว่าเข้าใจความรู้สึกของคุณหลานหลิงนะคะ และเชื่อว่าสิ่งที่คุณหลานหลิงคิดและเขียนมีคนเห็นด้วยมากมาย ตัวอย่างที่เห็นชัดๆก็มี อย่างเช่นบันทึกของคุณตุมปัง

คิดว่าสำหรับ GotoKnow คุณหลานหลิงก็คงยังเป็นแบบที่เป็นอยู่ได้นะคะ อาจจะมีการแบ่งภาคบ้างก็ได้สำหรับในบางชุมชนที่เขาเป็นงานเป็นการแล้วเราอยากเข้าร่วม แต่ถ้ายังรู้สึกไม่พร้อมก็ไม่น่ากังวลอะไร ทำสิ่งที่เราสบายใจ ดีที่สุดค่ะ

จะให้การจัดการความรู้ได้ผล เขาว่าเราต้องทำอย่างมีความสุขค่ะ เหมือนที่คุณหลานหลิงประสบความสำเร็จมาแล้วกับเว็บไซต์ของตัวเองนั่นไงคะ