เรียนรู้จากพระไตรปิฎก
เรียนรู้จากพระไตรปิฎก
อักขรวิธีในภาษาไทยเทียบตามศัพท์ปาฬิในพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับสังคายนาสากลนานาชาติ พ.ศ. 2500
พระวินัยปิฎก
ภิกษุและภิกษุณีผู้ล่วงละเมิดพระวินัย มีความผิด เรียกว่า "ต้องอาบัติ"
ซึ่งมีโทษหนักเบาต่างกัน ดังที่ระบุเป็นอาบัติ 7 ประเภท ดังนี้
6. dukkata āpatti -- ทุกกตะ อาปัตติ (อาบัติทุกกฎ) dukkata ทุกกตะ
7. dubbhasita āpatti -- ทุพภาสิตะ อาปัตติ (อาบัติทุพภาษิต) dubbhasita ทุพภาสิตะ
7. dubbhasita āpatti -- ทุพภาสิตะ อาปัตติ (อาบัติทุพภาษิต) dubbhasita ทุพภาสิตะ
หมายเหตุ : จากหนังสือ "พระไตรปิฎกสากล : อารยธรรมทางปัญญา... นำสันติสุขและความมั่นคงสู่โลก, พ.ศ. 2550" จัดพิมพ์โดย โครงการสมทบกองทุนเผยแผ่พระไตรปิฎกสากลในสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์. ปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2552.
(ในการจัดพิมพ์ใหม่ได้มีการ ปรับปรุงอักขรวิธีในภาษาไทยตามศัพท์ปาฬิในพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับสังคายนาสากลนานาชาติ พ.ศ. 2500 เช่นเขียนว่า ธัมมะ หรือ ธัมม์ (Dhamma) แทน ธรรม; วัคค์ หรือ วัคคะ (vagga) แทน วรรค; สุตตะ (sutta) แทน สูตร ตามภาษาปาฬิในพระพุทธศาสนา ซึ่งต่างจากคำว่า วรรค และ สูตร เป็นรากศัพท์์จากภาษาสันสกฤต ส่วนคำอื่นๆ ซึ่งทีี่มิใช่มีกำเนิดจากแนวความคิดพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก เช่น อารยธรรม ก็คงใช้ ธรรม ตามความนิยมเดิม
(โปรดสังเกตุ ชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎกสากลอักษรโรมันที่เขียนตามต้นฉบับการสังคายนาสากลนานาชาติ พ.ศ. 2500 อักษรโรมัน โดยมีคำว่า "ปาฬิ" ต่อท้ายทุกคัมภีร์ แสดงว่าเป็นพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ เช่น มูลปัณณาสปาฬิ (ดูรายละเอียด) ต่างจากการตั้งชื่อคัมภีร์์ของพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ ฉบับอักษรไทย ที่เรียกกันว่า มูลปัณณาสก์)
สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://endowment.worldtipitaka.org/
http://studies.worldtipitaka.org/
เจริญพร คุณโยม
หลวงพี่ขออนุโมทนาคุณโยมที่ทำหน้าที่นี้มาตลอด
เพื่อนำสันติภาพและสันติสุขมาสู่มวลมนุษยชาติ
เป็นการให้สติก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลงไปมากกว่านี้
เจริญพร
นมัสการค่ะหลวงพี่
ถ้าตรึงพระวินัยไว้ได้ จะเป็นการสืบทอดพระศาสนาให้มีอายุสืบต่อไปค่ะ