วันนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวลูกศิษย์คนเก่งอีกรายหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของ
โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคมและจังหวัดกำแพงเพชร ขอนำเสนอในรูปแบบของการบันทึกเล่าเรื่อง
จากนักขับเสภาตัวน้อยที่มีความสามารถเกินตัวจริงๆ มาติดตามกันดูนะคะ
มีกายใจผูกพันฝันเป็นแรง เพื่อสำแดงให้เสภาสถาพร
โดย เพลงปี่
จำนงใจหมายมั่นสัมพันธ์รัก จึงสมัครมาประชันเพื่อขันแข่ง
ด้วยกายใจผูกพันฝันเป็นแรง เพื่อสำแดงให้ เสภา สถาพร
เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ เพลงปี่เป็นตัวแทนของภาคเหนือเดินทางไปแข่งขันขับเสภา
งานศิลปหัตกรรมนักเรียนระดับชาติ เก่งสร้างชาติ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือ สพฐ. ต่อเนื่องมาจากงานศิลปหัตกรรมนักเรียนภาคเหนือ เมื่อปลายปี ๒๕๕๑ตัวแทนลำดับที่หนึ่ง
สอง และสาม ของแต่ละภาคแต่ละกิจกรรม จะต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปทำการแข่งขันตาม
โรงเรียนต่างๆ ลักษณะการแข่งขันจะจัดเป็นค่าย เชิญวิทยากรผู้มีความรู้มาบรรยายและฝึกสอนเป็นเวลา
สองวันวันที่สามจึงเป็นการแข่งขันของนักเรียนทั่วประเทศไทย และวันสุดท้ายเป็นการแสดงโชว์ที่
เมืองทองธานี
เพลงปี่เดินทางไปเข้าค่ายเสภาในเช้าวันที่ ๒๐ เมษายน กับ คุณครูสมปอง อุดมนิทัศน์ เนื่องจาก
คุณครูรินทร์นภา ทองอ่อน ครูที่สอนขับเสภาให้เพลงปี่ติดภารกิจที่ต่างประเทศจึงไม่สามารถเดินทางไป
ด้วยได้ เพลงปี่กับคุณครูสมปองเดินทางมาถึงสถานที่ที่จัดค่ายเสภาคือ โรงเรียนพรตพิทยพยัต เมื่อถึง
เวลารับประทานอาหารค่ำ ก็ได้พบกับเพื่อนๆในค่ายซึ่งก็คือคู่แข่งของเราเองทั้งระดับม.ต้นและม.ปลาย
ทุกคนต่างยังไม่ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกันจึงยังไม่มีใครมาพูดคุยกัน
วันรุ่งขึ้นเป็นพิธีเปิดค่ายเสภา โดยท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต๒ ให้เกียรติมาเป็น
ประธานในพิธีท่านทักทายทุกๆคนในค่ายและท่านก็ให้กำลังใจกับทุกคนทำให้ลดความเครียดลงไปมาก
ค่ายนี้มีนักเรียนทั้งหมด ๒๔ คน แบ่งเป็นม.ต้นกับม.ปลายระดับละ ๑๒ คน ทุกคนเป็นตัวแทนภาคต่างๆ
วิทยากรค่ายเสภาคือคุณครูธนกฤต อกนิษฐ์ธาดา ศิลปินรางวัลพระราชทาน ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่น
แห่งชาติ ปัจจุบันคุณครูทำงานเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนผู้ที่มีความสำคัญและมี
ชื่อเสียงอย่างยิ่งในด้านการขับเสภาของวงการเสภาไทยในยุคปัจจุบันคือครูแจ้ง คล้ายสีทอง หรือที่ลูกศิษย์
เรียกกันว่า “พ่อครู”ครูแจ้ง คล้ายสีทองเป็นศิลปินแห่งชาติปี ๒๕๓๘ สาขาศิลปะการแสดง
ด้านคีตศิลป์ไทย
คุณครูธนกฤต ได้ฝึกให้พวกเราขับเสภาอย่างถูกต้องและเป็นแบบมาตรฐานเดียวกันเพราะผู้เข้าร่วม
แข่งขันแต่ละคนได้รับการฝึกจากครูของแต่ละคนมาจึงอาจจะแตกต่างกันบ้างดังนั้นคุณครู จึงได้ปรับให้
เป็นแบบมาตรฐานเดียวกันโดยจี้ทีละคน ครูจะบอกปัญหาต่างๆของแต่ละคนและแนะนำให้เราไปฝึกฝน
ทำให้เราทุกคนได้มีโอกาสปรับปรุงและได้ฟังเสียงของเพื่อนๆ เรียกว่างานนี้โดนทุกคนไม่มีตกสำรวจ
สำหรับตัวเพลงปี่เองครูติว่าเสียงแหลมเกินไปให้กล่อมเสียงให้นุ่มกว่านี้อีก ครูยังบอกอีกว่าเสียงของเพลง
ปี่มีลักษณะที่เป็นเสียงของปี่พาทย์ เป็นเสียงของนักร้องเพลงไทยเดิมเพราะครูก็เป็นนักร้องเพลงไทยเดิม
เหมือนกัน ครูเลยฟังออก เมื่อครูขัดเกลาทุกคนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันแล้วครูก็ให้การบ้านที่หินมากๆ
คือครูให้พวกเราจับคู่กันฝึกซ้อมโดยให้จับคู่หญิงชาย ถามว่าทำไมต้องเป็นหญิงชาย เพราะว่าผู้หญิงกับ
ผู้ชายจะมีระดับเสียงที่ต่างกัน ครูต้องการจะฝึกให้เราสามารถปรับระดับเสียงให้เข้ากับผู้อื่นได้ พวกเรา
ฝึกรวมกันทั้งม.ต้นและม.ปลายแต่เวลาแข่งขันจะแยกเป็นสองระดับ
วันที่ ๒๒ เมษายน เป็นการฝึกฝนเป็นวันที่สอง ครูให้พวกเราจับคู่ตามที่ฝึกซ้อมกันไว้มาอัดเสียง
แล้วเปิดให้ฟังร่วมกันทุกคน โดยครูยอมเสียเวลาเพื่อบอกข้อผิดพลาดของแต่ละคนโดยละเอียดยิบ ทำให้
พวกเราได้ปรับปรุงข้อผิดพลาดของตนเอง เป็นการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบมาก เวลาดำเนินเรื่อยมาจนถึง
เวลาปิดค่ายเพื่อที่จะทำการแข่งขันในวันรุ่งขึ้น ครูธนกฤตปิดค่ายได้อย่างน่าประทับใจ ครูฝากข้อคิดให้
พวกเรามีความรักในวัฒนธรรมไทยและมีความสามัคคีกันเพราะต่อไปพวกเราจะเป็นกำลังสำคัญของชาติ
มาถึงวันแข่งขัน วันที่๒๓ เมษายน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ทุกคนก็ยังคงซ้อม
ร่วมกันอยู่ การเข้าแข่งขันครั้งนี้คณะกรรมการได้กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเก็บตัวนอกห้องที่ใช้
แข่งขันเพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบ เมื่อเข้าไปยังห้องแข่งขัน บรรยากาศเงียบมาก ทำให้ต้องทำ
สมาธิสงบจิตสงบใจอยู่นานทีเดียว ต้องใช้อารมณ์สุนทรีย์ที่มีอยู่ในตัวปราบความทุกข์ ความกังวลในใจ
ให้หายไป สายตาของคณะกรรมการและครูจากโรงเรียนต่างๆยังคงจับจ้องมาที่เรา กรรมการให้จับฉลาก
เพื่อเลือกบทเสภามีทั้งบทหลักและบทรอง บทหลักจะนำมาจากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ส่วนบท
รองเป็นบทที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน ที่สำคัญบทที่ได้เป็นบทที่มีการชมความงามของปราสาทราชวัง
กลอนบางบาทมีคำเกินมาถึง ๑๑ คำ และบางคำก็อ่านยากมาก แต่ก็สามารถรวบรวมสติขับมาได้โดยไม่มี
การสะดุดให้เป็นที่ขายหน้าแม้จะอ่านผิดเป็นบางที่ เมื่ออ่านครบทุกคนแล้วกรรมการก็ประกาศว่า คะแนน
ของเพลงปี่กับพี่ตั๊ก ผู้เข้าแข่งขันจาก ร.ร.พรตพิทยพยัตเท่ากัน ให้เราสองคนทำการแข่งขันอีกครั้ง ทำให้
เราเกิดอาการมือไม้อ่อนไปชั่วขณะเพราะพี่ตั๊กเป็นลูกศิษย์ของ ครูแจ้ง คล้ายสีทอง และมีน้ำเสียงเหมือน
ท่านมาก เรียกว่าเป็นเงาเสียงเลยก็ว่าได้ จึงทำให้อาการโรคกระเพาะกำเริบทันทีเพลงปี่รู้ว่า
คุณครูรินทร์นภากลับมาจากต่างประเทศแล้วจึงโทรศัพท์เล่าให้คุณครูฟัง คุณครูก็ให้กำลังใจว่าการ
แข่งขันขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นสำคัญเราต้องเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองเพราะครูที่ฝึกให้แต่ละคนไม่
ได้ร่วมแข่งขันด้วย เพลงปี่จึงมั่นใจและพร้อมที่จะแข่งขันเต็มร้อย เมื่อแข่งขันเสร็จ ผลปรากฏว่าเพลงปี่ได้
รับรางวัลชนะเลิศการขับเสภาระดับประเทศ สามารถคว้าเหรียญทองกลับมาให้โรงเรียนกำแพงเพชร
พิทยาคมได้อย่างภาคภูมิใจ
วันที่ ๒๔ เมษายน คณะเสภาของพวกเราชาวค่ายได้ไปแสดงการขับเสภาประกอบจินตลีลาที่
เมืองทองธานีและเพลงปี่ต้องขึ้นรับเหรียญทองจาก คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มีคนจาก
ทุกทั่วสารทิศมาชม เราทุกคนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้แสดงการขับเสภาให้เป็นที่ประจักษ์ ให้คนที่ไม่รู้จัก
ได้รู้ ได้เห็นว่านี่คือการขับเสภา ศิลปะการแสดงที่ต้องอนุรักษ์ไว้ ถามว่าภูมิใจไหมกับรางวัลชนะเลิศ
ระดับประเทศที่ได้รับ ตอบได้เลยว่าภูมิใจแต่น้อยกว่าการที่ได้มาพบเพื่อน พบคนคอเดียวกัน
นานมากแล้ว.. ที่เราไม่ได้ยิ้ม หัวเราะกับคนคอเดียวกันพวกเราทุกคนไม่ใช่คู่แข่งกันแต่พวกเราเป็น
เพื่อนกัน เพื่อน..ที่จะช่วยกันรักษาสืบทอดสมบัติของชาติไม่ให้สูญหายไป และจะไม่ยอมให้ใครมา
เหยียบย่ำทำลายโดยเด็ดขาด รางวัลที่ได้รับเป็นเพียงของแถม แต่สิ่งที่เราได้รับคือมิตรภาพ การเข้าถึง
แก่นแท้ของเสภา ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่เกินกำลังแต่เราสามารถรักษา
วัฒนธรรมไทยที่อยู่กับตัวเราไว้ได้ มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด และจะทำให้เรายืนอยู่บนแผ่นดิน
ไทยของเราได้อย่างเต็มภาคภูมิ
สุดท้ายนี้ก่อนจากกัน เพลงปี่อยากจะฝากข้อคิดกับทุกท่านว่า ศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่
บรรพบุรุษสร้างขึ้นมา ลำบากพอๆกับการรักษาแผ่นดินของเราที่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ขอให้
ทุกคนจงช่วยกันรักษาให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทย อย่าให้สูญหายไปในรุ่นเรา
ตราบใดที่หัวใจของคนไทยกับเสภายังคง “ต่างผูกพันเพียงว่าเลือดตาไหล” ตราบใดที่เสภายังคงไม่
สิ้นเสียงไปจากใจของคนไทยตราบนั้น เสภาก็จะยังคงอยู่คู่กับแผ่นดินไทยสืบไปชั่วกาลนาน
ขอแสดงความยินดี กับรางวัลชนะเลิศ การขับเสภาระดับประเทศ
เป็นกำลังใจให้ครับ
ด้วยนะคะ
* คุณโยโย่งโก๊ะ คงจะเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ช่วยกันสืบสานศิลป
วัฒนธรรมไทย ใช่ไหมเอ่ย
มาชม
มีสาระน่าสนใจนะครับ
มาเยี่ยมลูกสาวแต่ลืมเอาขนมมาฝาก
* เตรียมขนมอร่อยๆไว้คอยต้อนรับอยู่นะคะ
เเวะเข้ามาเยี่ยมชมแล้วนะคะ คุณครูสุพร
หนูอยากให้คุณครู นำ Link เวบนี้ไปโพสต์ไว้ในเวบร.ร.นะคะ
เด็กๆจะได้เข้ามาดูกันมากขึ้น
ขอบคุณครูสุพรมากนะคะ
ที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรมดีๆของโรงเรียนเรา
สวัสดีจ้ะหนู MalangpoR
* หากหมายถึงการวางไว้บนหน้า Web ของโรงเรียน คงต้องรอพนักงานคนใหม่เขาดำเนินการให้นะคะ เนื่องจากข้อจำกัดในการดูแล Website ของโรงเรียน

* แต่จริงๆแล้วเราLink ไว้ที่ KM ด้านซ้ายมือใน Webของโรงเรียนแล้วค่ะ
* ขอชื่นชมหนู MalangpoR เช่นกันที่ให้ความสนใจต่อกิจกรรมของโรงเรียนและมีความห่วงใยต่อส่วนรวมค่ะ
ช่วยส่งที่อยู่ไปที่เมล์ผมด้วยครับคุณคือ 1 ใน 10 ครับ
ดีครับจำน้องจายคนนี้ได้ก่อเหินฟ้าครับ เก่งจังครับ
น้องเพลงปี่
เข้ามาดูแล้วนะครับ
ตามที่น้องให้ลิงก์ไป
เอ.... พี่ว่าหน้าตาน้องตอนนี้เปลี่ยนไปนะ
จบแล้วมาต่อเกษตรป่าว
พี่แตง เก่ง มาครับ
ชื่มชมชื่นชม^^
เก่งมากนะน้องเพลงปี่...
พี่เข้ามาดูแล้วนะพี่ดีใจและภูมิใจในตัวน้องจริงๆ..555+
ชื่นชมจากใจจ้า..
อืม สุดยอด
เก่งมาก น้องพี่
รักษามาตรฐานนี้ไว้
เสภาก็จะยังคงอยู่คู่กับแผ่นดินไทยสืบไปชั่วกาลนาน
โห พี่แตง เก่งๆๆๆ
รูปนี่ แพี่แตงไม่งามเลย
แต่ไม่เป็นไร พี่ แตงงามอยู่แล้ว อิอิ
โห...
เสภาผู้หญิงหายากนะ
ฝึกฝนไว้เยอะๆ
ต่อไปจะได้เป็นแชมป์ระดับโลก
อะ5555+ ลืมไป
นี่มันเป็นของชาติเรา ใครมันจะมาสู้ เนอะๆๆๆๆ
เป็นกำลังใจให้เพลงปี่นะ
ขอบคุณอาจารย์สุพรนะคะที่เอาเรื่องราวดีๆอย่างนี้มาขยาย
หนูก็เป็นษิตย์เก่ากำแพงเพชรพิยาคมคนนึงค่ะ
ได้รู้ข่าวแบบนี้แล้วดีใจจัง
แตงน้องพี่เก่งอยู่แล้ว
ยังไงก็รักษาสุขภาพตัวเองมั่งนะ
ซ้อมหนักระวังจะไม่สบาย
พี่สาวเป็นห่วง
สุดยอดไปเยยคับ.........เก่งจังเยยอ่า
ดีใจด้วยนะคับ.......อิอิ
ขับเสภาเพราะมากครับ ถ้าจะให้ดีต้องขยับกรับเองด้วย ถึงจะครบเครื่อง
ลำดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแล้ว
ทั้งเกดแก้วพิกุลยี่สุ่นสี
จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี
จำปีเอ๋ยสักกี่ปีจะมาพบ
ที่มีดอกก็จะคลายหายหอม
จะพลอยตรอมเหือดสิ้นกลิ่นตลบ
จะวิโยคโศกศัลย์อยู่ครันครบ
จะเหี่ยวเฉาเซาซบสลบไป
..................
เพลงนี้จำได้ไหมเอ่ย ใครชอบร้องนะ
ยังจำได้ป่าวครับเพลงปี่ ที่เราชอบร้องบ่อยๆอะ
ยังไงก็ฝึกฝนให้เก่งไปเลยนะ พี่ให้กำลังใจ
เอ้อ .. เราอยู่ม.ไรแล้วนะ
เมื่อไรจะจบอะ จบแล้วไปไหนต่ออะ
ยังไงเป็นไปได้ก็มาที่ มศว ดิ
พี่ก็เพิ่งมาเข้าปี1