เรามีนิสิตปริญญาตรีกว่า 20,000 คน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการผลิตผลงานวิจัย หรืองานนวัตกรรมอะไรก็แล้วแต่ ขอเพียงแต่ว่าต้องช่วยกันจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้สนับสนุน ให้เขาได้มีโอกาสแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ แล้ว “มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย” หรือ “มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้” จะไม่ไกลเกินฝันจริง ๆ ครับ

         ช่วงบ่าย 18 ส.ค. 48 มีการประชุมปรึกษาหารือกันภายในงานวิจัย มีหลายเรื่องที่พูดคุยกัน รวมทั้งเรื่องกำหนดการขนย้ายที่ทำงานจากตึกมิ่งขวัญไปอยู่ที่ตึก CITCOMS ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 27-28 ส.ค. 48 นี้ด้วย วันนี้อยู่กันไม่พร้อมหน้า เนื่องจากผู้ช่วยอธิการบดี (ดร.เสมอ) นำทีมเจ้าหน้าที่และนิสิตบางส่วนไปเชียงใหม่เพื่อเข้าร่วมประกวดผลงานนวัตกรรมของนิสิตระดับปริญญาตรีในระดับภูมิภาค

         ผลงานที่เป็นตัวแทนไปประกวดที่เชียงใหม่นั้น เคยได้รับรางวัลในระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วเมื่อ 14 ก.พ. 48 และถ้าไปชนะระดับภูมิภาคอีกก็จะได้เป็นตัวแทนไปประกวดในระดับประเทศที่กรุงเทพฯในเดือน ต.ค. 48 กำหนดการของการประกวดจะเป็นประมาณนี้ เป็นประจำทุกปี (ก.พ. -> ส.ค. -> ต.ค.)

         ช่วงค่ำผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมผลงานของนิสิตระดับปริญญาตรีเช่นกันที่คณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งกำลังจัดงาน “นิทรรศการ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น จ.พิษณุโลก” เห็นผลงานแล้วน่าชื่นชมและรู้สึกประทับใจมาก มี 6 โครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนให้ผลิตผลงานเพื่อนำเข้ามาประกวดกัน แต่ที่สำคัญที่ผมสนใจมากกว่าคือ การได้รับทราบว่าประสบความสำเร็จมากในเรื่องของการมีส่วนร่วมของนิสิต มีนิสิตและคณาจารย์สนใจเข้ามาร่วมงานมาก ที่ผมสนใจเป็นพิเศษเพราะอยากได้วิธีการปรับปรุงการจัดงานประกวดผลงานนวัตกรรมของนิสิตในระดับมหาวิทยาลัยที่จะต้องจัดทุกปีประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีปัญหาตรงที่มีผู้สนใจเข้าร่วมน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาเกือบทุกปี ลองถามวิธีการจัดงานของคณะศึกษาศาสตร์ดูแล้วมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องการดึงเอานิสิตเข้ามามีส่วนร่วมคิดร่วมดำเนินการตั้งแต่ต้น มีการให้รางวัลหลายประเภททั้งประเภทยอดเยี่ยม ความคิดสร้างสรรค์ และ popular vote ประเภท popular vote นี้ เห็นว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้อย่างดียิ่ง

         งานเพิ่งเริ่มเป็นวันแรกครับ ยังมีต่อไปอีกจนถึงวันเสาร์นี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปร่วมชมและให้กำลังใจนิสิตและผู้จัดงานกันด้วยครับ ที่คณะศึกษาศาสตร์

         นอกจากนี้ ยังมีอีกที่ครับ ที่คณะวิทยาศาสตร์ กำลังมีงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติมีจนถึงวันเสาร์นี้เช่นกัน มีผู้สนใจเข้าร่วม โดยเฉพาะน้อง ๆ นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ มาเข้าร่วมกันคับคั่งจนทำให้มหาวิทยาลัยรถติดและเล็กไปถนัดตา พยายามหาโอกาสไปเยี่ยมชมให้กำลังใจกันครับ

         สุดท้ายผมอยากจะแสดงความคิดเห็นอีกครั้งครับว่า เรามีนิสิตปริญญาตรีกว่า 20,000 คน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการผลิตผลงานวิจัย หรืองานนวัตกรรมอะไรก็แล้วแต่ ขอเพียงแต่ว่าต้องช่วยกันจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้สนับสนุน ให้เขาได้มีโอกาสแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ แล้ว “มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย” หรือ “มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้” จะไม่ไกลเกินฝันจริง ๆ ครับ ขอขอบคุณ

         วิบูลย์ วัฒนาธร