"บางเวลากระผมทำสิ่งที่อยากทำ ส่วนเวลาที่เหลือทำสิ่งที่ต้องทำ"
มีวลีหนึ่งจากภาพยนต์เรื่อง เกดิเอเตอร์ ว่า "บางเวลากระผมทำสิ่งที่อยากทำ ส่วนเวลาที่เหลือทำสิ่งที่ต้องทำ" ฟังแล้วรู้สึกประทับใจและเห็นด้วยเพราะว่า คนเรานั้นควรทำสิ่งที่อยากทำให้บางเวลาเท่านั้น เพราะอะไร? ก็เพราะว่าสิ่งที่อยากทำให้ถูกใจนั้นส่วนใหญ่มักจะไม่ถูกต้อง เคยถามนักเรียนว่า ระหว่างเล่นกับเรียนนี่ อยากทำอะไรมากกว่ากัน ร้อยเปอร์เซ็น(ในขณะนั้น) ตอบว่า "อยากเล่นมากกว่า" แต่ที่ไม่เล่นเพราะว่าเราต้องเรียน การเรียนรู้ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่ถูกใจก็เป็นการฝึกฝนเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง ความวุ่นวายสับสนในสังคมปัจจุบันเกิดขึ้นเพราะเรามักจะทำสิ่งที่ถูกใจมากกว่าสิ่งที่ถูกต้อง พอใจทำอะไรก็ทำ อย่างที่เรียกว่า "ทำตามอำเภอใจ" ลองนึกภาพดูว่า ถ้าทุกคนทำตามที่ตนเองอยากทำ สังคมจะเป็นอย่างไร ฉะนั้น ในเมื่อเราท่านทั้งหลายต่างก็อยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยึดสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน อาจไม่ใช่ต้องทำสิ่งเดียวกันทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องทำให้เต็มที่ นั่นก็คือ หน้าที่ ของตนนั่นเอง วันนี้ขอเสนอ เพิ่มเติมจากหน้าที่ที่ต้องทำนั่นก็คือ ๓ ต้อง ๒ รู้ เพื่ออยู่สุขสบาย
๓ ต้อง
๑. ต้องตั้งสติ จะทำอะไรก็ต้องตั้งสติให้ดี คือรู้ตัวดีอยู่เสมอ ว่าเราเป็นใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไหรเป็นประโยชน์หรือโทษ ทำให้รอบคอบในสิ่งที่ทำป้องกันความผิดพลาด และเป็นการเรียนรู้ทุกขณะที่ทำกิจการไม่ว่างานสิ่งใด เพราะบางครั้งความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้แต่ถ้าตั้งสติ จิตใจจะพร้อมเพื่อการเรียนรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ทำก็จะเพิ่มมากขึ้นความมั่นคงเที่ยงตรง ในครั้งต่อไปก็จะไม่ผิดพลาดอีก
๒. ต้องเตือนตนเอง มีบทกลอนบทหนึ่งว่า
"จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด
ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน
อย่าแชเชือนเตือนตนให้พ้นภัย"
เป็นการเตือนใจเราว่า ในบรรดาคนทั้งหลายคนจะบอกจะเตือนเราได้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นตัวเรานี่เอง เพราะไม่มีใครจะสามารถบอกหรือเตือนเราได้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดพิษภัยกับตนเองเราจึงจำเป็นที่จะต้องหมั่นฝึกการเตือนตนเองไว้ ฝึกที่จะเป็นคนสามารถหักห้ามใจตนเองได้อย่างเฉียบพลัน เพราะนั่นจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้เราได้ดีที่สุด
๓. ต้องอดทน "ความอดทนเป็นสมบัติของนักสู้" ชีวิตนี้คือการต่อสู้ หากกว่าเป็นอยู่อย่างไม่สู้มีแต่ท้อกับถอยไม่นานคงคอยแต่จะตายไปเท่านั้นเอง ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ถูกลิขิตด้วยมือที่มองไม่เห็น แต่มันจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับสองมือเรานี่เอง ความอดทนเป็นเหมือนหอกแหลมที่ทิ่มแทงอุปสรรคให้พังพินาศไป อย่างที่โบราณว่า "เก่งไม่กลัว กลัวแต่จะไม่สู้" เพราะมีคนที่มีความเก่งมีความสามารถหลายคนไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะไม่อาจฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคไปได้เพราะขาดความอดทน
๒. รู้
๑. รู้รักสามัคคี เราไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม การอยู่ร่วมกันด้วยความรักด้วยสามัคคี จะทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่มีเรื่องให้ขัดข้องหมองใจกัน ถึงแม้บางวันอาจจะมีความเห็นที่ต่างกันก็จะแย้งกันด้วยเหตุผล แต่ไม่ขัดกันด้วยอารมณ์ส่วนตัว เมื่อทุกคนคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่า ปัญหาก็จะน้อยลงแต่ถึงมีมากแค่ไหน สามัคคีจะเป็นพลังร่วมกันต้านจนผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน
๒. รู้จักทำความดี โบราณว่า "ทำดีเพื่อตนเองอยู่ได้แค่สิ้นลม ทำดีเพื่อสังคมอยู่คู่โลกา" ไม่ว่าจะทำดีเพื่อตนเองหรือสังคมก็น่าชื่นชมกว่าไม่คิดทำอะไรดี ๆ เลย ความดีที่เราร่วมกันทำจะช่วยให้มีความอยู่เย็นเป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะว่าการทำดีก็เป็นการเพิ่มบุญกุศลเช่นกัน พระท่านบอกว่า "การสั่งสมบุญนำสุขมาให้" บุญก็คือความดีนั่นแหละ ทีนี้ก็ต้องเรียนรู้กันละว่าจะทำดีหรือบุญอย่างไรให้ได้บุญดี ๆ เยอะ ๆ เพราะถ้าทำบุญไม่ถูกที่ทำดีไม่ถูกทางก็จะห่างจากความดีชีวิตจะไม่มีความสุข
ปรารถนาให้เกิดความดีเยอะ ๆ สังคมจะได้มีความสุข ไม่หวังว่าคนที่เกิดมาจะมีบุญมากน้อยแค่ไหน สนใจแต่คนในสังคมจะร่วมกันทำดีกันอย่างไร?
สวัสดีค่ะ ... มาอ่านบทความดี ... รู้สึกดีค่ะ
ทำดีเพื่อตนเองอยู่ได้แค่สิ้นลม ทำดีเพื่อสังคมอยู่คู่โลกา
คนโบราณกล่าวไว้ เป็นคำคม คติเตือนใจ
แต่ คำอธิบายกินใจมากค่ะ
ไม่ว่าจะทำดีเพื่อตนเองหรือสังคมก็น่าชื่นชมกว่าไม่คิดทำอะไรดี ๆ เลย