มีขันติ คือการให้พรแก่ตัวเอง

ความอดทน เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิตทุกขั้นตอน กล่าวได้ว่าทุกชีวิตเพียงเพื่อจะมีชีวิตรอดอยู่ในโลกได้ ต้องอาศัยความอดทนเป็นพื้นฐาน

 

 

โลกนี้มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 6.500 ล้านคน

20% ของจำนวนประชากรโลกเป็นกลุ่มคนยากจน

1 ใน 20 ของประชากรโลกในกลุ่มยากจนนี้

ซึ่งมีจำนวนถึงประมาณ 65 ล้านคน

หรือเกือบเท่ากับประชากรชาวไ/ทยทั้งประเทศ

มีอาหารเก็บสำรองไว้ใช้

25% ไม่มีบ้านอยู๋

17% ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม

 

ในจำนวนประชากรโลก 6500 ล้านคน

มีเพียง 8% เท่านั้นที่มีเงินในธนาคาร

มีกระเป๋ามีเศษสตางค์เหลืออยู่ที่บ้าน

นอกจากนั้น ก็ไม่ใช่ เรียกว่ากว่า 90%

คือคนไม่มีเงินออม เงินไม่พอใช้จ่าย มีหนี้สิน

เมื่อมองดูในด้านการศึกษา ปรากฏว่า

ในจำนวนประชากรโลก 6.500ล้านคน

มีเพียง  1% เท่านั้นที่จบปริญญาตรี

และ 2% เท่านั้นที่มีคอมพิวเตอร์ใช้

แต่มีจำนวนถึง14 % ที่ไม่รู้หนังสือ

 

ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพความปลอดภัยในชีวิต

ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้

โดยไม่ถูกรังแกหรือถูกจับกุมคุมขัง

และมีอิสระในการเลือกนับถือศาสนา

คุณอยู่ในกลุ่มของผู้โชคดีจำนวน 50%

ถ้าคุณคือผู้หนึ่งที่ไม่ต้องกลัวอันตรายในชีวิต

ไม่ต้องกลัวเหยียบกับระเบิด ถูกยิง โดนก่อการร้าย

หรือถูกจับไปข่มขืน คุณคือผู้โชคดีกว่าคคนอื่นอีก 20% บนโลกนี้

 

 

จากสถิติแสดงให้เห็นว่า

แค่เพียงการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในโลกนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ

มีการพัฒนาก็ต้องมีความอดทนในการดำรงชีวิต

นับตั้งแต่เป็นเด็กแรกเกิดไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

เด็กเล็กๆต้องมีความอดทน ชีวิตจึงจะพัฒนาได้

เริ่มตั้งแต่ การฝึกกิน ฝึกถ่าย ฝึกเข้านอนให้เป็นเวลา

ไปจนถึงการค่อยๆฝึกให้มีระเบียบวินัยในชีวิต

รู้จักการแบ่งเวลาให้เหมาะสม เวลาเรียน เวลาเล่น ดูทีวี

เล่นเกมส์ ช่วยงานบ้าน ฝึกให้รู้การรู้จักการรอคอย

อดออมเป็นต้น การฝึกเรื่องต่างๆเหล่านี้

คือฝึกให้รู้จักการอดได้ ทนได้ รอได้

 

 

 

เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ชีวิตจะพัฒนาได้

อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ก็ยิ่งต้องใช้ความอดทนในทุกๆด้านนับแต่การกินอยู่

การเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

การใช้ชีวิตในครอบครัว  ในสังคม

ไปจนถึงการพัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ

ซึ่งในปัจจุบันนักจิตวิทยาจะให้ความสำคัญอย่างมาก

กับเรื่องวุฒิภาวะทางอารมณ์

 

 

เพราะเชื่อว่าคนเราจะประสบความสำเร็จและมีตวามสุข

ในชีวิตได้ จะต้องมี ความอดทนทางอารมณ์

หมายถึงความสามารถรู้อารมณ์และความรู้สึก

ของตนและผู้อื่น

มีสติ รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง รู้จักรอคอย

มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

สามารถจัดการกับความไม่สบายใจต่างๆได้

และมีชีวิตอยู่ด้วยความระวัง

การพัฒนาความฺฉลาดทางอารมณ์

ตามหลักของพุทธศาสนาก็คือ การอบรมจิตใจ

อบมสติปัญญาให้มีความรู้เท่าทันอารมณ์

และสามารถใช้สติปัญญาจัดการกับสิ่งต่างๆ

ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม การพัมฒนาจิตและสติปัญญา

ตามแนวทางพุทธสาสนา

มีเป้าหมายสูงสุดที่ การบรรลุมรรคผลนิพพาน

ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสในโอวาทปาฏิโมกข์