ตอนที่ ๑   ตอนที่ ๒     ตอนที่ ๓  ตอนที่ ๔    ตอนที่ ๕    ตอนที่ ๖ 

ตอนที่ ๗   ตอนที่ ๘     ตอนที่ ๙  ตอนที่ ๑๐  ตอนที่ ๑๑   ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓ ตอนที่ ๑๔  


          ผมขอบทความที่มองระบบการศึกษาไทยอย่างครอบคลุมรอบด้าน   และเห็นภาพเชิงประวัติศาสตร์ ของ ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษาที่ดีและเก่งที่สุดคนหนึ่งของสังคมไทย   เอามาเผยแพร่ต่อดังต่อไปนี้   โดยที่บทความนี้ยาวกว่า ๕๐ หน้า    จึงทยอยลงหลายตอน


          ขอชักชวนให้ค่อยๆ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ จะได้ประโยชน์มาก    

วิกฤติ    กระบวนทัศน์  มโนทัศน์  เพื่อการปฎิรูปการศึกษา
กฤษณพงศ์ กีรติกร


ต่อจากตอนที่ ๑๔

          ผมเห็นว่าขณะที่การศึกษาพื้นฐานสำหรับคนจำนวนมากของทุกประเทศยังต้องแก้    เขาก็หาวิธีที่จะก้าวกระโดดควบคู่ไปด้วย    คือหานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเพื่อพัฒนาให้เป็นหัวรถจักรสำหรับประเทศ    ผู้ที่หาหัวรถจักรและพัฒนาหัวรถจักรสำหรับทุกประเทศก็คือมหาวิทยาลัย    ทำร่วมกันระหว่างกระทรวงด้านการศึกษาและกระทรวงที่รับผิดชอบทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี   ในประเทศไทยเรา    มีโครงการจำนวนมากในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ทั้งการตั้งโรงเรียนเฉพาะทางคือโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์และจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย   มีการจัดห้องเรียนพิเศษ(School - in school)    ในโรงเรียนขนาดใหญ่ทั้งของรัฐ  เอกชน  รวมทั้งในมหาวิทยาลัยสี่แห่งซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์    มีกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพ (enrichment)   ในปี 
 

2552 เรามีเด็กชั้นมัธยมปีที่ 4 ประมาณ 4,000 - 5,000 คน  ที่เชื่อว่ามีความสามารถสูงทางวิทยาศาสตร์ซึ่งได้รับการดูแลเฉพาะ  ต้องคิดว่ามหาวิทยาลัยจะเตรียมตัวดูแลเด็กเหล่านี้อย่างไรต่อไปอย่างใด   เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพเกิดต่อเนื่อง   ส่งต่อไปจนสร้างนักวิจัยและบุคคลากรทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพได้   มหาวิทยาลัยไทยเริ่มตื่นตัวด้านนี้    มีหลายมหาวิทยาลัยทำเรื่องเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์แล้ว  นอกจากนั้น    มีการดูแลเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางภาษาด้วย    ทั้งนี้การพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษต้องปลูกฝังให้มีมิติความเป็นเลิศ(excellence)   การมีพันธกิจต่อสังคม(social commitment)    การนำการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้สังคม(leadership)
 
 


          บทความชุดนี้เป็น master piece ด้านให้ความลุ่มลึกในการทำความเข้าใจระบบการศึกษาไทย    ต้องอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์จึงจะได้รับประโยชน์เต็มที่

วิจารณ์ พานิช
๒๖ พ.ค. ๕๒