เช้านี้ฉันตื่นเช้ากว่าทุกวัน ออกไปตลาดมหาชัย

ก่อนออกจากบ้านฝนพรำ พ่อบ้านจึงอาสาไปส่ง

หากเป็นวันที่อากาศปกติฉันจะวิ่งเหยาะๆไปตลาด

 ระยะทางเพียงแค่ 2 กิโลเมตร เพื่อออกกำลังกาย แต่ก็เปลี่ยนความคิด

กลับสวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขาสั้นเพียงเข่า และสวมรองเท้ายางแทนผ้าใบ

เสื้อแจ็กเก็ตอีกตัว ร่มกันฝนอีก1 คัน ก็รุงรังพอสมควร

แต่ฉันเป็นคนแพ้ฝน แบบคนอยู่ไฟไม่ครบ มันสะท้านทุกครั้งที่เจอฝน

มันก็แปลกที่แพ้ฝน แต่ฉันก็ชอบฝนพร่ำ มันเป็นภาพที่สวยงาม

สดชื่นมากในยามเช้าวันอาทิตย์

เมื่อถึงตลาดจึงซื้อผักผลไม้ และเครื่องแกงแพนงไก่ ปลาตัวเล็กทอดกรอบ

ขนมสอดไส้แบบไทยๆ ทั้งไส้ฟักทอง เผือก และกล้วย ที่ฉันสั่งแม่ค้าขนมไทยทำให้

เช้านี้จะแกงแพนงไก่ให้ลูกสาวนำไปรับประทานกับเพื่อนๆ ที่โบสถ์ ประมาณ 50 -60 คน

เป็นการเลี้ยงฉลองกันก่อนวันคล้ายวันเกิดให้กับลูกสาวคนเดียว

เมื่อ ย้อนไปในอดีต ฉันคลอดเธอในฤดูฝนพรำนี้เอง ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด

และฝากคลอดกับคุณหมอเฉพาะทางที่ฉันและสามีเลือกแล้วว่าดีที่สุด

คุณหมอให้ฉันเลือกว่าจะคลอดที่โรงพยาบาลไหนดี

ระหว่างโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพกับโรงพยาบาลที่ของรัฐ

ซึ่งคุณหมอประจำการทั้งสองแห่งเพราะคุณหมอรักษาและทำคลอดอยู่ทั้งสองโรงพยาบาล

ฉันให้คุณหมอเลือกวันคลอดให้ตรงกับวันหยุด

แต่คุณหมอบอกว่าเป็นวันจันทร์ดีทีสุดเพราะคุณหมอไม่มีเครสซ้ำ จะได้ดูแลเต็มที่

ตกลงคลอดวันจันทร์ ที่ฉันสามารถเลือกวันได้เพราะตลอด 8 เดือนจนถึงวันก่อนผ่าตัดคลอด

ฉันมีอาการแพ้ อาเจียนทุกวัน เมื่อคุณหมอพิจารณาแล้วว่าเด็กในครรภ์สมบรูณ์ และแข็งแรง

พร้อมจะออกมาดูโลกภายนอกได้ และแม่ก็พร้อมแล้ว จึงให้ฉันเลือกวันผ่าตัดทำคลอดเอง

 เราสองคนไม่ยึดถือเรื่องเวลา ทุกเวลาดีหมด

 ถือฤกษ์สะดวกที่ทุกฝ่ายจะสามารถทำได้ดีเป็น ดีที่สุด

ตกลงเป็นเช้าวันจันทร์ 10.00 น.แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นมาด้วยดี เธอคลอดออกมาแล้ว

เธอมีน้ำหนักตัว 3000 กรัม พอดี ตัวยาวชิดกระบะของโรงพยาบาล แก้มป่อง ตัวสีส้ม

วันที่เธอคลอดเป็นวันที่ฉันดีใจที่สุดในดลก และกลัวที่สุดในโลก หมอทำซีซ่า

และขณะทำคลอด ฉันดันสลึมสลือลืมตาขึ้นมา และเห็นภาพเด็กน้อยออกมาลืมตาดูโลก

แต่คุณหมอผู้เชี่ยวชาญการคลอดก็ให้ฉันหลับต่อ ด้วยการดมยา วิสัญญีคงคำนวนผิดไปนิดนึง

ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ และรู้สึกผลอยหลับไปอีกครั้ง

และมาฟื้นอีกที่โดยมีคุณหมอคนเดิมนั่งจ้องมองฉันตาไม่กระพริบ

 ฉันจำชื่อท่านได้ ฉันฟื้นขึ้นมาในลักษณะที่มีสายน้ำเกลือ สายยางให้เลือดด้วย

คุณหมอรีบลุกขึ้นยืนและถามอาการฉัน พยาบาลประชิดเตียง

ทุกคนยิ้มหวานมากอบอุ่น

คุณหมอบอกว่าฉันได้ลูกสาว คุณหมอคงจะย้ำเพราะก่อนหน้าทำคลอด

คุณหมอก็เคยบอกก่อนแล้วว่าฉันได้ลูกสาว

ซึ่งตรงตามความต้องการของเราสองคน

และฉันก็ได้เตรียมของใช้เด็กอ่อนทุกอย่างสำหรับเด็กผู้หญิง

เด็กสมบรูณ์ทุกประการและอยู่ในห้องเด็กอ่อน

ฉันจึงไม่สามารถเห็นหน้าลูกสาวได้เมื่อฉันฟื้น

ส่วนสามีคุณหมอให้รอก่อนเพื่อให้ฉันได้พักผ่อนและหลับต่ออีก 2 ชั่งโมง

ฉันคงเสียเลือดมาก

คุณหมอต้องให้เลือด ฉันจึงรู้ว่าเลือดกลุ๊บโอของฉันนั้นหายากเหมือนกัน

แต่เมื่อเลือดถุงที่สองผ่านเข้าสู่กายฉัน ฉันเริ่มคันตามเนื้อตามตัว

คุณหมอต้องหยุดให้เลือด และวางแผนให้ฉันได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยการให้อาหารแทน

นับเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมากที่หมอจะช่วยฉัน และให้ปลอดภัยมากที่สุด

อีก 2 ชั่วโมงผ่านไปด้วยความทรมานกับร่างกายที่ฉันเริ่มเจ็บปวดเมื่อต้องไอและสำลักเสลด คอแห้ง

พาลจะไอ คุณหมอให้จิบน้ำนิดๆ แต่ฉันอยากดื่มมากๆ คุณหมอบอกว่าเรายังไม่ควรดื่ม

คุณหมอเฝ้าดูแลจนผ่านไปถึงเวลา 20.00น.ออกไปพักผ่อน

พยาบาลหัดให้ฉันเดิน ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ

หลังผ่าตัดที่ทรมานกับคอและลมหายใจที่ทำงานไม่สอดคล้องกันและอาการปวดแผลบ้างเมื่อไอ

ฉันเพียงเดินไปห้องน้ำแล้วกลับมา

แล้วกลับมาเอนกายลงบนเตียงอย่างยากลำบากมาก

คุณหมอกลับมาฉีดยาเข้าทางสายน้ำเกลือ ฉันรู้สึกดีขึ้น

และฉันเริ่มลุกขึ้นยืน

และเดินใหม่ด้วยความช่วยเหลือของน้องพยาบาลที่คุณหมอมอบหมาย

คุณหมอบอกว่าแผลจะได้ไม่ยึด และจะหายเร็วถ้าฉันได้เดินบ้าง

ฉันยังใช้ชีวีตอยู่ในห้องป้องกันการติดเชื้ออีก 1วันเต็มๆ 

สามีได้เข้าเยี่ยม 2 ครั้ง ไม่อนุญาตให้ญาติเยี่ยม

และได้อุ้มลูกในวันที่สองของการคลอดเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว

หมอให้ฉันหัดให้นมลูกเป็นเวลา วันละ 3 ครั้ง

พอวันที่สาม คุณหมอจึงให้ย้ายเข้าห้องพิเศษ

หลังย้ายห้องมีพยาบาลหลายคนเข้ามาขอดูแผลผ่าตัดเมื่อถึงเวลาทำความสะอาดแผล

ฉันได้ยินพยาบาลต่างลงความเห็นว่าแผลผ่าตัดสวยมากไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็นว่าผ่านการผ่าตัดเลย

หลังจากนั้นญาติและเพื่อนจึงได้เข้าเยี่ยม  เพราะคุณหมอกลัวการติดเชื้อ ในสามวันแรก

จึงเป็นการป้องกันที่ดีมากๆสำหรับผู้ที่ต้องผ่าตัดคลอดในเวลานั้น

ซึ่งต่างกับปัจจุบันนี้

การผ่าตัดคลอดในโรงพยาบาลเอกชน สามารถเข้าเยี่ยมได้ทันทีหลังคลอดเสร็จ

และสามีก็สามารถอยู่กับภรรยาได้ตลอดเวลาที่คุณหมอทำคลอด

เดือนนี้ครบ 24 ปีเต็มของคำว่าแม่ ที่มีแต่ความสุขกับลูกสาวคนเดียว

แม้บางครั้งจะทุกข์ใจเพราะความซนและดื้อของเด็กน้อย แต่มันก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

และอีกไม่กี่วันก็จะผ่านไปแล้วกับความคิดคำนึงของแม่คนหนึ่ง