กำลังใจผมต้องการกำลังใจ ท้อได้แต่ไม่ถอย

เด็กป่วยที่เริ่มเป็นวัยรุ่นแล้วเขามีอะไรในใจมาบอกพวกเรา.....

กับความรูสึกที่เป็นภาระของครอบครัว...

ผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่เด็กตั้งแต่ผมอยู่อนุบาลประมานนั้น

จากนั้นผมก็ได้รับการรักษาที่รพ.เด็กที่กรุงเทพ

ต่อมาย้ายมาที่รพ.ศรีนครินทร์ เนื่องจากสะดวกในการเดินทาง

ผมได้รับการรักษาครั้งที่ 1ก็เหมือนคนปกติแล้ว ผมนึกว่าผมจะหายจากโรคมะเร็งแล้ว

แต่ก็มีอาการป่วยขึ้นมาอีก  จึงเข้ารับการรักษาเป็นครั้งที่2 อาการดีขึ้นเหมือนคนปกติ

คุณหมอบอกผมว่าผมต้องรักษาโดยการให้เคมีบำบัด เพื่อรอการปลูกถ่ายไขกระดูก

คุณหมอถามผมว่ารู้สึกอย่างไรในการรักษา ผมได้ตอบว่า ผมรู้สึกเฉยๆ

บางครั้งก็คิดท้อแท้กับชีวิตของตัวเอง แต่ผมก็ได้กำลังใจดีๆจากพ่อ แม่ พีสาวและญาติของผม

ผมไม่คิดที่จะหมดหวังกับชีวิตของผม ในเมื่อเราเป็นโรคนี้แล้ว

มัวแต่คิดสิ้นหวังก็ไม่มีประโยชน์ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีค่าที่สุด

ปัญหาที่คิดมากที่สุด ผมไม่อยากทำให้ แม่กับพี่สาวต้องลำบากในการหาเงินมารักษาผมเพราะต้องใช้เงินมาก

ผมอยากให้แม่และพี่สาวสบาย ผมอยากให้พี่สาวเรียนสูงๆ

ตั้งแต่เด็กผมยังไม่เคยเห็นแม่และพี่สาวสบายเลย

ผมอยากเห็นแม่และพี่สาวมีความสุขHAPPY... VERY HAPPY...

ผมให้กำลังใจตังเองเสมอ ว่า มนุษย์เราเกิดมาแล้วมีสุข-มีทุกข์

เป็นเรื่องธรรมดา

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะมีคุณค่าได้

ภาษิตประจำของผมคือ "เราท้อได้ แต่เราไม่ถอย" ผมได้มาจากพ่อของผมเอง

ปัจจุบันผมมีอายุ 17 ปีแล้ว ผมฝันอยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์

ผมชอบอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผมรู้สึกว่ามันสนุกกับการที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ

สรุปสุดท้าย ผมหวังว่า เรื่องที่ผมเขียนมาบรรยายเกี่ยวกับความรู้สึกที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งนี้

จะสามารถเป็นกำลังใจ ให้ผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง หรือโรคต่างๆที่มีปัญหาทางด้านจิตใจว่าไม่รู้ว่าจะทำอย่งไรดี

จงสู้ต่อไป ทำใจให้สบาย อยู่อย่างมีคุณค่าต่อไป เรายังมีคนที่ให้กำลังใจเราอยู่