บุญอีเมลล์มาเมื่อ Thursday, June 11, 2009 2:33 PM ว่า “นายเขมเป็นคนสัญชาติลาว มาปรึกษาที่คลินิกกฏหมายว่า นายเขมไปต่อหนังสือเดินที่แม่สายเป็นเวลา7ครั้งแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ด่านบอกนายเขมว่านายเขมไปต่อเกินปกติธรรมดาต่อได้4ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายอนุโลมให้วันที่ 8 เดือน กรกฎาคม 2552 จะได้ไปต่อหนังสืออีกเจ้าหน้าที่เขาบอกแบบนี้ นายเขมจะทำยังไงดี เขมบอกเขาไม่อยากกลับไปประเทศลาวตอนนี้บ้านเขาอยู่ไกลมาก นายเขมรู้ข่าวว่าทางกรมการปกครองจะเปิดขึ้นแรงงานไม่รู้เมื่อไหร่ ขอให้อาจารย์ทุกท่านช่วยตอบด่วน”

อ่านอีเมลล์แล้วอยากตอบมาก ไม่รู้ว่า คนอื่นว่าอย่างไร แต่ไม่มีความรู้จะตอบ เลยมานึก work process ที่จะผลิตคำแนะนำทางกฎหมายให้เขม

ในประการแรก เลยอีเมลล์ให้ อ.ไหมเช็คกับทาง ตม.ไทย หรือกรมการกงสุลไทยว่า มันมีนโยบายแบบนี้จริงหรือ ? และนโยบายมันออกมาจากใคร ? ในรูปแบบไหน ?

นอกจากนั้น ในประการที่สอง นึกได้ว่า อ.บุญมีน่าจะเช็ควิธีการกับสถานทูตลาวประจำไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศลาว ก็อีเมลล์ไปแล้วล่ะ ? นโยบายลาวเป็นอย่างไรในเรื่องนี้ การเข้าสู่ความเป็นแรงงานใน MOU ไทย-ลาวนั้น จะต้องทำอย่างไร หนึ่ง...สอง....สาม...สี่.... สรุปมาหน่อยก็ดีค่ะบุญมี

ในประการที่สาม ก็คงต้องย้อนกลับไปบอกเหล่าทนายความแห่งคลินิกแม่อาย (บุญ ใสแดง สุ และลืนหอม) ที่จะต้องสรุปข้อเท็จจริงส่วนบุคคลของนายเขมมา  ทยอยส่งให้ได้ศึกษากันก็ได้ การร่วมกันศึกษาจะสร้างปัญญาร่วมกัน อย่าง family tree ของนายเขม เป็นแพทย์ทางสังคมก็ต้องกลับไปตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียด ทนายความแห่งคลินิกแม่อายมีหน้าที่เบื้องต้นที่จะเป็น "คนแถวสอง" ก็คือ มีหน้าที่สอบข้อเท็จจริง เอาออกมาให้ได้ค่ะ

ในประการที่สี่ ก็ต้องบอกคนแถวสามและสี่ กล่าวคือ เหล่าคนที่อาสาศึกษาข้อกฎหมายและข้อนโยบายว่า ช่วยค้นข้อกฎหมายให้หน่อยได้ไหม อยากวาน อ.ด๋าว หรือ อ.วีนัส มาดูกันหน่อยว่า การเข้าถึงสิทธิเข้าเมืองและอาศัยในไทยของนายเขมมีความเป็นไปได้ทางกฎหมายอย่างไร  ต้องดู พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ความตกลงระหว่างประเทศ และหนังสือสั่งการของกระทรวงอะไรบ้างเนี่ย ??

ในประการที่ห้า ต้องดูว่า การจัดการตัวเองของเคสในอดีตที่ผ่านมา ทำอย่างไรกัน จะเห็นจากข้อเท็จจริงที่บุญบอกมา เขมพยายามจะใช้สิทธิต่อวีซา ซึ่งตรงนี้  ต้องขอดูหนังสือเดินทางว่า เป็นกรณีตามมาตรา ๑๒ หรือ มาตรา ๑๓ (๒) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ดังนั้น ขอบุญสแกนหนังสือเดินทางของเขมทุกหน้ามาให้ดูด้วยค่ะ อันนี้ จะช่วยให้วิเคราะห์ร่วมกับข้อกฎหมายลาวที่ อ.บุญส่งมาให้ ถ้าเป็นกรณีที่เข้ามาตามสนธิสัญญาชายแดนไทยลาว มารอดูกัน

ในประการที่หก ต้องมาคิดทบทวนแนวคิดใหม่ที่เขมอยากใช้ว่า เป็นคุณต่อเขาจริงไหม ? กล่าวคือ การจะไปแสดงตนขึ้นทะเบียนแรงงานที่จะเปิดรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก็คือ การจะไปร้องขอใช้สิทธิตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ก็น่าจะเป็นไปได้นะ แต่จะดีไหม ต้องขอ อ.บอมเป็นคนเริ่มคิดค่ะ หรือ อ.วีนัสด้วยล่ะ พวกภาครัฐ จะว่าอย่างไรนะเนี่ย เรื่องนี้ ต้องคิดให้ตกก่อนเดือนกรกฏาคมจะหมดไป ปัญหา ก็คือ เขาเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างกันแน่ ??? ถ้าเขาเข้ามาใน ท.ร.๓๘/๑ เราจะเห็นว่า คนใน ท.ร.๓๘/๑ จะมีความหลากหลายให้ต้องจำแนกทางวิชาการมากขึ้นดี เรื่องของเขมจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จนอยากกระโดดไปสอบปากคำเอง

มีใครรู้สึกสนุกสนานกับการคิดงานวิชาการที่ติดดินแบบนี้บ้างไหมคะ ??? สนุกจนจะไปเขียนแผนผังของคนใน ท.ร.๓๘/๑ มาดูกันในไม่ช้าเลยล่ะ