GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เวทีหาโจทย์วิจัยฯ ที่ตำบลนาบ่อคำ

เรายังต้องเรียนรู้และพัฒนาอีกมากครับ

          วันนี้ (3 พฤษภาคม 2549)  ผมและคุณสายัณห์  ปิกวงค์ ทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร มีนัดหมายกับคุณรังสรรค์ เลิศสูงเนิน  เพื่อนนักส่งเสริมของตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม ในการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลมหาชัย เวลา 13.00 น.  แต่ในตอนเช้าผมได้รับการติดต่อจากคุณเชิงชาย  เรือนคำปา เพื่อนนักส่งเสริมของตำบลนาบ่อคำ ว่าเช้านี้เวลา 09.00 น. ได้นัดหมายแกนนำนักวิจัยชาวบ้านร่วมเวทีเสวนาเพื่อหาโจทย์วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ร่วมกับทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง หากว่างให้เข้าไปร่วมกระบวนการหน่อย

          ผมและคุณสายัณห์จึงปรับแผนกันใหม่  ว่าในวันนี้ช่วงเช้าถึงเที่ยงเดินทางไปร่วมเวทีที่ตำบลนาบ่อคำก่อน  ช่วงบ่ายค่อยไปที่ตำบลมหาชัยต่อ และหากมีเวลาจะได้ไปแวะติดตามความก้าวหน้าที่ตำบลคลองพิไกร อำเภอพรานกระต่ายกันต่อ  อ่านบันทึกในช่วงเช้ากันก่อนนะครับ

เวทีหาโจทย์วิจัยฯ ที่ตำบลนาบ่อคำ

          การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมหรือ PAR เป็น KV ตัวหนึ่งของการทำงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร  ในโอกาสที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบภาระกิจให้จังหวัดกำแพงเพชรนำร่อง จำนวน 3 ตำบล แต่ทีมงานได้ใช้เป็นโอกาสในการพัฒนาเพื่อยกระดับขีดความสามารถของเพื่อนนักส่งเสริมให้นำการวิจัยและพัฒนามาสู่งานประจำ เรากำหนดไว้ 26 ตำบล (เกินเป้าหมาย 23 ตำบล)

                                        ป้ายชื่อกลุ่มฯ    

          เดินทางออกจากสำนักงานเกษตรจังหวัดประมาณ 09.00 น. จุดนัดหมายของตำบลนาบ่อคำ คือกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ของศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง หมู่ที่ 4 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร  ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร เดินทางไปถึงพบว่ามีแกนนำเกษตรกรประมาณ 10 กว่าคน คุณเชิงชาย และคุณสมพร  จันทร์ประทักษ์ ทีมนักวิจัย PAR นำร่องจากตำบลลานดอกไม้มารออยู่ก่อนแล้ว  ยังพอมีเวลาเพราะยังมีชาวบ้านกำลังเดินทางมาอีกหลายคน คุณเชิงชาย จึงได้พาผม และคุณสายัณห์  เดินเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่ม เช่น กิจกรรมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว  การผลิตปุ๋ยหมักของกลุ่ม

  • คุณเชิงชาย นำชมกิจกรรมของกลุ่มฯ

                                      

  • เริ่มกระบวนการ โดยคุณเชิงชาย 

                                   

         เริ่มกระบวนการประมาณ 10.00 น. มีเกษตรกรมาร่วม 17 คน คุณเชิงชาย เรือนคำปา แนะนำทีมงาน และเกริ่นนำถึงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน  ความสำคัญของความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและการส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศ และคืนข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ และจากข้อมูลที่มีอยู่เพื่อให้ผู้ร่วมเสวนาได้ทราบและร่วมตรวจสอบ  หลังจากนั้นเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร คุณคำปลิว  จันทร์ประทักษ์ ได้เดินทางมาสมทบ จึงได้พบปะและพูดคุยกับผู้ร่วมเสวนา และคุณสายัณห์ ปิกวงค์ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้ร่วมเสวนา  คุณสายัณห์ จึงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับผู้ร่วมเสวนา และสรุปสุดท้ายว่า แล้วเราทำการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานกับพืชชนิดใดที่เป็นปัญหา แล้วคืนเวทีให้กับคุณเชิงชาย ดำเนินการต่อ

  • เกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร คุณคำปลิว  จันทร์ประทักษ์ร่วมประชุมกลุ่มฯด้วย

                                   

  • คุณสายัณห์  ปิกวงค์ ร่วมตรวจสอบข้อมูลเดิม (ใช้ข้างตัวถังรถของนักส่งเสริมให้เป็นประโยชน์ครับ)

                                   

          ช่วงระหว่างการดำเนินกระบวนการ  คุณเชาวริก  ครุฑอินทร์ นักส่งเสริมจากตำบลวังทอง และคุณสุเชษฐ์ นักส่งเสริมจากตำอ่างทอง ก็เดินทางมาสมทบซึ่งก็เป็นทีมนักวิจัย PAR นำร่องที่มาร่วมกันเป็นทีมเพื่อทำงานและศึกษากระบวนการไปพร้อมกัน  โดยคุณสุเชษฐ์ อินทร์เจือจันทร์ทำหน้าที่เป็นคุณบันทึก (Note Taker) หรือจะเรียกว่าคุณลิขิตก็ได้นะครับ  ส่วนคุณเชิงชาย และคุณสายัณห์ ในขณะที่ดำเนินกระบวนการก็เขียนข้อสรุปลงบนกระดาษฟางด้วย

  • คุณทองดี  งามเสริฐ ประธานกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง นำเสนอการวางแผนวิจัย


 

          เมื่อสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมเสวนาเข้าใจถึงกระบวนการทำงานเพื่อหาวิธีการที่จะทำอย่างไรที่จะทำให้การผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยฯ จึงได้ร่วมคิดและตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำการศึกษาถึงกระบวนการผลิตข้าว ซึ่งเป็นพืชหลักของหมู่บ้าน และตำบล โดยจะทำการวิจัยร่วมกันภายใต้โจทย์วิจัยที่ว่า "ศึกษาการใช้ปุ๋ยในนาข้าว (นาปี) บ้านหนองกอง"  และได้มอบการดำเนินกระบวนการเพื่อกำหนดแผนการวิจัยให้แก่คุณทองดี  งามเสริฐ ประธานกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง มานำการวางแผนการวิจัย ซึ่งในขั้นตอนนี้นับว่ามีความสำคัญ และผู้เข้าร่วมเสวนามีการเสนอความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการวางแผนการวิจัยดีมาก  สรุปได้ว่ากลุ่มจะทำการศึกษาใน 7 ตัวอย่าง ( 7 แปลงทดสอบคือ) โดยใช้แปลงนาของนายไพวัลย์  เจียรวาปี เลขที่ 236 หมู่ที่ 4 ตำบลนาบ่อคำ  และรายละเอียดการออกแบบทั้ง 7 แปลง ประกอบด้วย

  1. แปลงที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 จำนวน 20-25 กก./ไร่ และยูเรีย 10 กก./ไร่
  2. แปลงที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 และยูเรีย  อย่างละ 10 กิโลกรัม/ไร่ และปุ๋ยหมักที่กลุ่มที่ผลิตเอง 100 กก./ไร่
  3. แปลงที่มีการใช้หมักของกลุ่มฯ เพียงอย่างเดียว จำนวน  200 กก./ไร่
  4. แปลงที่มีการใช้หมักของกลุ่มฯ เพียงอย่างเดียว จำนวน  100 กก./ไร่
  5. แปลงนี้จะไม้ใช้สารเคมีหรือปุ๋ยชนิดใดเลย (ไม่ใช้ปุ๋ย)
  6. แปลงนี้จะใช้ปุ๋ยน้ำ จำนวน 20 ลิตร/ไร่
  7. แปลงของเกษตรกรที่ปฏิบัติตามปกติ เรียกว่าแปลง ตามใจฉัน

          หลังจากนั้นก็ได้ให้สมาชิกเลือกที่จะเป็นผู้ดูแลและจัดเก็บข้อมูลของแต่ละแปลงทั้ง 7 แปลง และให้แต่ละคนไปหาทีมงานเพื่อช่วยกันดูแลการจัดเก็บบันทึกเอาเอง  และให้ทุกคนรวมกลุบไปพิจารณาแบบสำหรับการบันทึกข้อมูล  แล้วนัดหมายในการร่วมตัดสินใจเพื่อกำหนดแบบจัดเก็บ และรายงานความกว่าหน้าอีกครั้งในวันที่ 2 มิถุนายน  2549 ณ สถานที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

  •  หน้าตาของบันทึกในการวางแผน (ออกแบบการวิจัย)

                                    

  • คุณบันทึก  ทีมงานร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยบันทึกงานภาคสนาม คุณสมพร และคุณสุเชษฐ์  อินทร์เจือจันทร์

               

  • หน้าตาของร่างการบันทึกงานภาคสนาม

                                      

          วันนี้ได้เกิดการเรียนรู้ขึ้นกับทุกคน รวมทั้งทีมงานของทั้งจากอำเภอและจังหวัด เพราะ

  • ได้เห็นการรวมทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร ที่รวมพลังกันมาช่วยกันทำงานทั้งการจัดเวทีและการบันทึก
  • ในขณะเดียวกัน ในส่วนตัวของนักส่งเสริมเอง ต่างก็ได้เรียนรู้กระบวนการหรือขั้นตอนในการค้นหาโจทย์วิจัย และการออกแบบ-วางแผนการวิจัย เพื่อสร้างนักวิจัยชาวบ้าน แม้จะเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างหากดำเนินการและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อกลงก็จะทำให้เกิดทักษะ และมีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้ให้เรียนรู้อีกมาก
  • ชาวบ้านได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยในเบื้องต้น ว่าไม่ใช่เรื่องที่ยาก สามารถทำการวิจัยได้เอง สังเกตได้จากการออกแบบทั้งหมดเป็นความคิดของชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็น
  • ในมุมมองของทีมงานคุณอำนวยระดับจังหวัด ได้เรียนรู้ถึงการสร้างทีมงานของคุณอำนวยระดับอำเภอ ซึ่งจะเป็นอีกรูปแบบหรือลักษณะหนึ่งที่เราสามารถนำไปปรับใช้กับอำเภออื่นๆ ต่อไป
  • เรียนรู้ว่าตนเองและทีมงาน "เรายังต้องเรียนรู้และพัฒนาอีกมากครับ"

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): parrdวิจัยชุมชน
หมายเลขบันทึก: 26761
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ขอบคุณมากค่ะที่ทำหน้าที่คุณลิขิตใน blog ทำให้เห็นภาพการทำงาน KM และงานวิจัย PAR ของกำแพงเพชรมากขึ้น รวมทั้งได้มีโอกาสร่วมเรียนรู้ไปด้วย  เมื่ออ่านดูแล้วเห็นถึงความตั้งใจและพลังของการทำงานเป็นทีมจริงๆค่ะ อยากให้เป็นอย่างนี้ในทุกที่ทุกจังหวัด

มีประเด็นข้อสังเกตนะคะในเรื่องการตั้งโจทย์วิจัยของนักวิจัยชุมชน "เรื่องการเรียนรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยในนาปี" 

1) ประเด็นความเป็นมาของปัญหาความปลอดภัยและมาตรฐานสินค้าเกษตรของนักวิจัยกลุ่มนี้คืออะไรคะ ทำไมถึงมาลงเอยที่การทดสอบเรื่องปุ๋ย

2) 7 แปลงตัวอย่างนี้มีสมมติฐานเบื้องต้นอย่างไรถึงเลือกใช้ประเภทและปริมาณปุ๋ยที่แตกต่างกัน  ผลการทดสอบธาตุอาหารในดิน หรือการตกค้างของเคมีในดินเป็นที่มาของการจัดแปลงทดสอบออกเป็น 7 แปลงหรือเปล่าคะ

3) อันนี้อยากได้ข้อคิดเห็นที่หลากหลายนะคะ เพราะเป็นน้องใหม่ในวง KM ค่ะ ในกระบวนการเรียนรู้นี้เราสามารถผสมผสานองค์ความรู้จากภายนอกเข้ากับองค์ความรู้ของชุมชนได้พร้อมๆ กันไหม หรือต้องรอให้องค์ความรู้ภายในตกผลึกก่อนจึงจะดึงเอาองค์ความรู้ภายนอกมาต่อยอดได้

ขอบุคณมากนะคะ หวังว่าคงได้เจอกันในเวทีสัมมนาวิจัยของจังหวัด

ภาณี

เรียน คุณภาณี

     ขอบพระคุณมากนะครับสำหรับข้อสังเกต ซึ่งผมอาจมีข้อจำกัดในการบันทึกในรายละเอียด แต่ก็พอจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในที่มาของโจทย์ จากการได้ร่วมในกระบวนการคือ

  1. ปัญหาของความปลอดภัยของกลุ่มฯ คือ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ใช้ตามเพื่อนบ้านทำให้ต้นทุนสูงและไม่ปลอดภัยสำหรับคนปลูก คนกิน ฯ แต่ได้เคยมีการใช้ปุ๋ยคอกทดแทน และสารสกัดชีวภาพทดแทนยาฆ่าแมลง พบว่าใช้ได้ดีแต่ไม่มีการบันทึกผล และไม่สามารถยืนยันอัตราการใช้ที่เหมาะสมที่สุดได้  กลุ่มฯสรุปว่ายังขาดความรู้  จึงจะทำการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบเพื่อหาอัตราที่เหมาะสม
  2. ปีนี้ กลุ่มฯ จะทำการเฉพาะปุ๋ยก่อน เพื่อกำหนดกรอบการศึกษาที่ไม่กว้างจนเกินไป  และปีต่อไปอาจศึกษาในประเด็นของยาฆ่าแมลง
  3. อัตราที่กำหนด มีที่มาจาก  อัตราที่ใช้กำหนดในการศึกษาได้จากการไปศึกษาข้อมูลนอกพื้นที่และมีบางคนเคยนำมาลองใช้แต่ยังไม่มั่นใจ/ และข้อมูลที่เกษตรกรในหมู่บ้านใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ามีความแตกต่างกัน ไม่สามารถยืนยันข้อมูล-ผลตอบแทนได้ว่าวิธีใดหรือสูตรใดดีกว่ากันจึงอยากหาอัตราที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ของหมู่บ้าน
  4. PAR ของตำบลนาบ่อคำของกลุ่มฯ นี้ คงเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ทั้งของนักส่งเสริมและเกษตรกร และ อปท. นับเป็นวงที่ 1 (หา/สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง) วงรอบต่อไปจึงค่อยนำความรู้ไปขยายผล

    ผมอาจนำเสนอด้วยการบันทึกได้ไม่ละเอียด  แต่ก็จะพยายามนำมาเสนอเพิ่มเติมต่อไปนะครับ  วันนำเสนอความก้าวหน้า (24 พ.ค. นี้) จะมีตัวแทนทีมวิจัยที่เป็นเกษตรกรมาร่วมนำเสนอด้วยนะครับ

นำเครื่องมือมาใช้ทุกระยะของกระบวนการ