WHO ประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ป็ระดับ6 การประกาศคร้งนี้ คิดว่าจะต้องมาถึงซักวัน ฟังข่าวแล้ว เมื่อWHO ตัดสนใจประกาศการเตือนภัยเป็นระดับ 6 การปรับเปลียนการทำงาน การเฝ้าระวังโรคจะเปลี่ยนแปลงไปอีก ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย พบผู้ป่วยเพิมขึ้นเป็น 46 รายมีนักเรียน และผู้ป่วยที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ
วันนี้ต้องออกจดหมายด่วนแจ้งเตือนไปให้บุคลากรและนักศึกษาที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งได้มีการสำรวจรายชื่อไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายชื่อกลับคืนมาที่หน่วยงาน
ไข้หวัดใหญ่กระทรวงบอกว่าไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองได้ ให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ และถ้ามีไข้ให้มาตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
ในโรงเรียนที่มีผู้ป่วย ข่าวจาก กระทวงสธ.แจ้งไว้ดังนี้นะคะhttp://www.moph.go.th/ops/iprg/iprg_new/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=25655
นายมานิต กล่าวว่า หลังจากพบเด็กนักเรียน ป.6 ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 1 ราย และทีมสอบสวนโรคได้เก็บตัวอย่างเด็กนักเรียนห้องติดกันส่งตรวจ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรัดกุม ได้ปรึกษากับอธิการบดีปิดห้องเรียน 3 ห้องเมื่อวานนี้ โดยวันนี้ผลตรวจพบเด็กนักเรียนติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 5 ราย ในวันนี้จึงประชุมร่วมกัน เพื่อควบคุมไม่ให้การแพร่ระบาดกระจายมากขึ้น โดยใช้มาตรการปิดโรงเรียนเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนเป็นต้นไป จะเปิดเรียนตามปกติวันที่ 19 มิถุนายน 2552 และในวันนี้ได้มอบหน้ากากอนามัย และเจลล้างมืออย่างละ 1,000 ชิ้นให้กับโรงเรียนด้วย
|
แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ
|
คำแนะนำสำหรับด้านการบริหารจัดการอื่นๆ เมื่อเกิดโรคในสถานศึกษา
· ควรจัดทำแนวทางปฏิบัติ สำหรับครู/อาจารย์ เมื่อมีการระบาดของโรค เช่น การแนะนำนักเรียนและผู้ปกครอง การติดตามนักเรียนในชั้นเรียนที่ป่วย เป็นต้น
· ควรจัดระบบการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง/นักเรียน
· มีผู้ประสานงานหลักของโรงเรียน เพื่อติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
คุณครูที่โรงเรียนต้องตรวจสอบนักเรียนด้วยนะคะ ตามข้อปฏิบัติและประกาศของกระทรวงสาธารณสุขนะคะ
คำแนะนำสถานศึกษาในการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น 1) ดังต่อไปนี้
คำแนะนำทั่วไปสำหรับสถานศึกษา :
· เผยแพร่ความรู้เรื่องโรคแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองติดโรค หรือแพร่โรคไปยังคนรอบข้าง
· แนะนำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยเนื้อตัว เป็นต้น หยุดเรียนและพักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก (ควรให้ผู้ป่วยนอนแยกห้อง) หรือหากมีอาการป่วยมาก ควรรีบไปรับการตรวจรักษาจากแพทย์
· ก่อนเริ่มการเรียนในแต่ละวัน ควรตรวจสอบจำนวนนักเรียน หากพบเด็กขาดเรียนมากผิดปกติ (ตั้งแต่ 3 คน ในห้องเรียนเดียวกัน) ขอให้ตรวจสอบสาเหตุ หากสงสัยว่าเด็กขาดเรียนจากอาการของไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรคได้ทันการณ์
· สังเกตอาการ เด็กนักเรียนในห้องเรียน หากพบเด็กป่วยด้วยอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยเนื้อตัว ฯลฯ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่น ควรให้เด็กป่วยสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม และแยกเด็กป่วยให้อยู่ห้องพยาบาล รวมทั้งติดต่อให้ผู้ปกครองพากลับบ้าน เพื่อให้การดูแลรักษาเบื้องต้นและพักผ่อนที่บ้าน แต่หากเด็กมีอาการมากควรต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา
· หากมีนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จากการศึกษาหรือหาประสบการณ์การทำงานและท่องเที่ยว ควรแนะนำให้เฝ้าติดตามอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วัน โดยในระยะ 3 วันแรกควรพักอยู่ที่บ้านก่อนไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษา หรือเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ และขอให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนปรนการลงทะเบียนหรือการเข้าเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งอาจอยู่ระหว่างการพักเฝ้าติดตามอาการอยู่ที่บ้าน หรือระหว่างได้รับการดูแลกรณีป่วยหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ